สาธิต ปิตุเตชะ ชี้แจงสถานการณ์เศรษฐกิจที่หดตัวจากผลกระทบของโควิด-19 โดยเปรียบเทียบกับประเทศอื่น และเน้นย้ำความจำเป็นในการรักษาสมดุลระหว่างควบคุมการระบาดกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมเสนอแนวทางการเตรียมความพร้อมรับนักเดินทางต่างประเทศในกลุ่มเป้าหมาย เช่น นักกีฬา นักธุรกิจ และผู้เข้าร่วมประชุมใหญ่ โดยการผ่อนคลายมาตรการกักตัวควบคู่กับการตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวด เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจโดยยังคงรักษาระดับความปลอดภัยด้านสาธารณสุข
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดระยอง ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งวันนี้ได้รับมอบหมายให้มาตอบกระทู้ของเพื่อนสมาชิกท่าน พลตํารวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ซึ่งมีความคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ผมขออนุญาตตอบคําถามของท่านด้วยความเห็น เรื่องมุมมองทางด้านเศรษฐกิจแล้วก็ตัวเลข ก่อนอื่นผมเรียนท่านว่าตัวเลขการติดลบ ๑๒.๒ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ใน ควอร์เตอร์ (Quarter) ๒ ของปี ๒๕๖๓ ไม่ใช่เป็น นิว โลว์ (New low) เราเคยต่ํากว่านี้ครั้งหนึ่งปี ๒๕๔๐ ตัวตัวเลขติดลบ ๑๒.๗ เปอร์เซ็นต์ อันนั้นเป็นต่ําสุดเท่าที่ประเทศไทยเคยพบมา อันนี้ก็เป็นการตกต่ําในรอบ ๒๐ ปีที่ผ่านมา ผมเรียนว่าตัวเลขขนาดเศรษฐกิจไทยเราต้องยอมรับว่าเราต้องพึ่งพาเศรษฐกิจโลกในภาวะ เศรษฐกิจสถานการณ์โควิด (COVID) แน่นอนที่สุดครับ ตัวเลขหรือขนาดเศรษฐกิจที่เรามี สัดส่วนในการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศไทยเราพึ่งพาการส่งออก ตัวเลข เศรษฐกิจในด้านการส่งออกของเรามีตัวเลขเกือบ ๑ ใน ๔ ของขนาดเศรษฐกิจ ส่วนตัวเลข ของการท่องเที่ยวเรามีอัตราการลดลงเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์จากสถานการณ์ ตัวเลขภาคการขนส่ง ทั้ง ๒ ตัวมูลค่าการส่งออกหรือมูลค่าการท่องเที่ยวรวมกันแล้ว ผมว่าเป็น ๓ ใน ๔ ของขนาด เศรษฐกิจของเรา เพราะฉะนั้นแน่นอนที่สุดเมื่อเกิดสถานการณ์โควิด (COVID) การส่งออก การท่องเที่ยว คนเดินทางระหว่างประเทศเหมือนกับปิดประเทศในทุกประเทศ ทั่วโลก ก็มีส่วนกระทบอย่างรุนแรงกับขนาดเศรษฐกิจและตัวเลขเศรษฐกิจของเรา ผมอยาก ให้ท่านเปรียบเทียบอย่างนี้ ตัวเลขการติดลบการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ ปี ๒๕๖๓ ควอร์เตอร์ (Quarter) ที่ ๒ ของประเทศที่เป็นในแถบบ้านเราเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฟิลิปปินส์ลดลง ๑๖.๕ เปอร์เซ็นต์ มาเลเซีย ๑๗.๑ เปอร์เซ็นต์ อินโดนีเซีย ๕.๓ เปอร์เซ็นต์ สิงคโปร์ที่มีขนาดเศรษฐกิจอาจจะใหญ่เท่าเราแต่ขนาดประเทศเล็กกว่าเขาติดลบ ๑๓.๒ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นถ้าเปรียบเทียบของเราก็อยู่ในสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกัน อาจจะแตกต่างกันบ้างด้วยความเป็นธรรมเราดูของประเทศเวียดนามซึ่งติดลบน้อยหน่อย แต่ก็เนื่องจากเวียดนามเขาอาจจะไม่พึ่งพาเศรษฐกิจของโลกเขาอาจจะพึ่งพาตัวเอง มากหน่อย ไปดูเศรษฐกิจของประเทศที่เป็นมหาอํานาจทางเศรษฐกิจ สหราชอาณาจักร ลบ ๒๑.๗ เปอร์เซ็นต์ สหรัฐอเมริกาลบ ๙.๕ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ทั้งหมดคือสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลก ใบนี้ ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจ แล้วผมมั่นใจว่าในทุกประเทศทั่วโลกมีการตัดสินใจของ ผู้นําประเทศในแนวทางที่จะบริหารสถานการณ์โควิด (COVID) กับการบริหารเศรษฐกิจ รักษาความสมดุลหรือการเลือกวิธีการที่จะใช้การเรียนรู้ประสบการณ์กับโรคระบาดของ โควิด-๑๙ (COVID-19) กับการจัดการสถานการณ์โควิด (COVID) อย่างไร เรายอมรับแล้วก็ โลกยอมรับเราว่าเราเลือกวิธีการที่ป้องกันให้ดีที่สุดก่อน แล้วเราก็ได้ทําสําเร็จแล้วในแง่ของ การป้องกันโรค แน่นอนที่สุดครับสมดุลของเรื่องเศรษฐกิจก็ต้องเดินคู่กัน รัฐบาลนี้ภายใต้ การนําของท่าน พลเอก ประยุทธ์ ได้มีความกังวล แล้วก็ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด การบริหารจัดการแบบ ศบค. การสั่งการ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาให้ทันกับสถานการณ์ก็เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ การดําเนินการที่จะแก้ไข ปัญหาเศรษฐกิจคู่กันไปกับการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อ ผมเรียนว่าหลายประเทศมี ความแตกต่างกัน ผมเรียนท่านไปแล้ว แต่เรายืนอยู่และเราป้องกันการแพร่ระบาดได้ ประสบความสําเร็จ ในขณะเดียวกันภายในประเทศเรามีหลายมาตรการท่านทราบดีอยู่แล้ว ผมเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ คนทั้งประเทศในทุกภาคส่วนทราบดี ทั้งมาตรการเยียวยา ทั้งมาตรการเงินกู้ ทั้งมาตรการจัดการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายรูปแบบ แต่ผมเรียนว่าในมาตรการที่เรากําลังจะดําเนินการ ในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจ ถ้าเรา พูดถึงตัวเลขเศรษฐกิจ ถ้าพูดถึงการท่องเที่ยว ไทยเที่ยวไทย ที่เราพยายามทําให้มันเกิดการ เดินทางของคนในประเทศ ถ้าเราดูขนาดตัวเลขแล้ว ถ้าเป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์แล้วจํานวน น้อยมากครับ เราได้รับรายได้จากการท่องเที่ยวทุกปีหลายร้อยล้านบาท แล้วก็มีนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาเที่ยวประเทศเราจํานวนมาก เพราะฉะนั้นสิ่งเดียวที่จะทําให้ขนาดเศรษฐกิจของ การท่องเที่ยวที่จะเติบโตได้ นั่นก็คือการที่จะต้องส่งเสริมการเดินทางระหว่างประเทศ ถามว่า การเดินทางระหว่างประเทศในสถานการณ์นี้เหมาะสมหรือไม่ ก็ต้องตอบว่ายังไม่ถึงกับ เหมาะสม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เราก็หยุดไม่ได้ เราต้องเตรียมการครับ เนื่องจากว่า เราป้องกันได้ตัวเลขเราเป็นศูนย์ แต่ในขณะเดียวกันประเทศรอบเรา โลกทั้งโลกยังมีตัวเลข การแพร่ระบาดเชื้อที่เดินหน้าตัวเลขกว่า ๒๐ ล้านคนแล้ว เพราะฉะนั้นการที่จะขับเคลื่อน ที่จะเดินหน้าไปสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยการเปิดให้มีการเดินทางจากคนต่างประเทศมากขึ้น แต่ไม่ถึงกับเป็นการเปิดประเทศ เราก็มีการเตรียมการหลายเรื่องครับ ผมเรียนความคืบหน้า ว่าขณะนี้มีการเตรียมการที่จะส่งเสริมการเดินทางจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโครงการ ทราเวล บับเบิล (Travel Bubble) ซึ่งได้มีการพิจารณาลงรายละเอียดแล้วว่าจะมีมาตรการ อย่างไรสําหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ซึ่งอันนี้ก็เป็นโครงการที่เขาจะเดินทางมา เพื่อท่องเที่ยว เพียงแต่ว่าเราจะต้องจับคู่กับประเทศที่เราคิดว่ามีความปลอดภัยสูง รวมทั้ง มาตรการที่จะป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเต็มรูปแบบเมื่อเขาเดินทางเข้ามาในประเทศเรา
๒. การประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ ๆ ซึ่งจําลองคณะใหญ่ๆ ไม่เกิน ๑๐๐ คน ซึ่งขณะนี้ สปน. ที่เป็นหน่วยงานที่จะจัดประชุมระดับใหญ่ได้มีการหารือ เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะจัดประชุมขนาดใหญ่มีคนไม่เกิน ๑๐๐ คนที่เดินทางมาจาก ต่างประเทศ และกลุ่มพวกนี้อาจจะต้องมีมาตรการที่ไม่ต้องควอรันทีน (Quarantine) แต่ว่า การไม่ต้องควอรันทีน (Quarantine) หรือไม่ได้กักตัว เรามีศักยภาพมีความพร้อมที่เรา จะตรวจทั้ง ๒ ครั้ง ไม่ว่าจะตรวจครั้งแรก ๓-๕ วัน หรือตรวจครั้งที่ ๒ ภายใต้ระยะเวลา ๑๑-๑๓ วัน ทั้งหมดนี้คือการเตรียมความพร้อมที่จะเปิดการส่งเสริมการเดินทาง จากต่างประเทศเข้ามานะครับ การแข่งขันกีฬาในระดับที่ ขณะนี้เราได้มีการพิจารณาว่า การแข่งขันกีฬาอาจจะเปิดการแข่งขันกีฬาที่มีผู้ชม ซึ่งเปิดไปแล้วที่เว้นระยะห่าง แต่ต่อไป ในประเทศอาจจะเปิดให้มีผู้ชมเข้าได้ไม่ต้องเว้นระยะห่าง รวมทั้งการแข่งขันกีฬาในระดับ นานาชาติที่เดินมาจากต่างประเทศ แต่ว่ามีกระบวนการที่จะต้องคัดกรอง มีการตรวจ และมีการกักตัว การกักตัวของการแข่งกีฬาต้องมีความพร้อมที่จะให้เขาฝึกซ้อม เพื่อไม่ให้ ถูกครหาว่าเอาเปรียบนักกีฬาซึ่งเดินทางมาจากต่างประเทศ ทั้งหมดนี้กําลังถูกเตรียมการ ใน ศบค. และจะมีการประชุม ศบค. ชุดใหญ่ เพื่อความคืบหน้าในวันที่ ๒๑ คือวันศุกร์นี้ ในมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ ทั้งหมดนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการเดินทางจากต่างประเทศ ในบางชุด บางกลุ่ม ที่จะเกิดประโยชน์ในแง่ของตัวเลขทางเศรษฐกิจที่จะขับเคลื่อนในการ ฟื้นฟูเศรษฐกิจควบคู่กันไปกับการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้ออย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะฉะนั้นผมเรียนว่ารัฐบาลนี้ได้ให้ความสําคัญแล้วก็เตรียมความพร้อมตลอดเวลา เพียงแต่ว่าสมดุลตรงนี้เราต้องร่วมกันรับผิดชอบ สมดุลที่เราจะต้องอยู่กับตัวเลขการเป็นศูนย์ ศูนย์ในประเทศคือสิ่งที่เราสําเร็จแล้ว แต่จะสําเร็จมากกว่านั้นท่านสุพิศาลต้องดูระยองโมเดล (Rayong Model) หมายความว่าทีมมาตรการสอบสวนโรคของกระทรวงสาธารณสุข ทีมฝ่ายความมั่นคงว่าเราพบผู้ติดเชื้อที่ไหน เมื่อเราเปิดนโยบายส่งเสริมให้คนเดินทางมาจาก ต่างประเทศได้แล้ว พบผู้ติดเชื้อที่ไหนจะต้องเข้าไปสอบสวน ต้องไปควบคุม เหมือนที่เกิด ที่จังหวัดเชียงใหม่ขณะนี้ สอบสวนโรค กักตัว ตรวจทันที ตรวจซ้ํา เพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาด ออกไป เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้นแน่นอนคู่กันไปกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจจากการ เดินทางมาจากต่างประเทศของทั้งนักธุรกิจ ทั้งนักลงทุน ทั้งการแข่งขันกีฬา ทั้งการประชุม ต่าง ๆ ผมตอบคําถามท่านในคําถามแรกแค่นี้ก่อนครับ ขอบพระคุณมากครับ