ถาวร เสนเนียม หารือเรื่องการฟื้นฟูการบินไทย โดยเรียกร้องการสนับสนุนจากพนักงานทุกคนในการลดค่าใช้จ่ายและปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการ เพื่อให้การบินไทยกลับมาฟื้นเป็นสายการบินแห่งชาติที่ภาคภูมิใจ
อยากจะ กราบเรียนท่านประธานไปยังผู้ที่ตั้งกระทู้ถามสดว่าในเรื่องของการบริหารแผนฟื้นฟู ซึ่งแผนนี้อยู่ในศาลอยู่ระหว่างการไต่สวน แต่สิ่งสําคัญที่สุดแผนฟื้นฟูจะเดินไปได้หรือไม่ เกิดความมั่นใจกับเจ้าหนี้หรือไม่ เกิดความสบายใจของลูกค้าหรือไม่ เพราะมีเจ้าหนี้ อยู่ ๒ ล้านกว่าคน ยอดหนี้ทั้งหมด ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท สินทรัพย์เรามีอยู่ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท สิ่งสําคัญที่สุดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการไปยังหน่วยงานทั้งหมดที่เป็นรัฐวิสาหกิจ หรือของราชการ ที่เป็นเจ้าหนี้ หรือผู้ที่มีอิทธิพลทางด้านการตัดสินใจที่จะให้การฟื้นฟูเป็นไปได้อย่างราบรื่น หรือไม่ ให้ให้ความร่วมมือ เพราะเจ้าหนี้ทั้งหมด ๒ ล้านกว่ารายนี้ เจ้าหนี้รายใหญ่ ให้ความร่วมมือหมดแล้ว และศาลก็ได้มีความเมตตาด้วยการให้เจ้าหนี้กับลูกหนี้ติดต่อ ประสานงานกันผ่านระบบออนไลน์ (Online) การไต่สวนจึงสะดวกยิ่งขึ้น สิ่งสําคัญที่สุด ที่ท่านผู้ถามถามมาว่าการฟื้นฟูมีความหวังหรือไม่ อย่างไร สิ่งแรกครับอยากกราบเรียนว่า การบริหารแผนนี้ ท่านชาญศิลป์หลังจากท่านเข้ามากํากับตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคมที่ผ่านมา ท่านก็แยกการบริหารจัดการออกเป็น ๒ แนวทาง แนวทางการบริหารภายในนั้น ท่านได้พบ พนักงานและชี้แจง เริ่มต้นโครงการที่เรียกว่า ทูเกตเทอร์ วี แคน (Together We Can) นั่นคือขอความร่วมมือจากพนักงานทุกคนในการลดเงินเดือน ลดรายได้ที่เขาเคยรับ ปรากฏว่า ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ ของพนักงานทั้งหมดจาก ๒๐,๐๐๐ กว่าคน ให้ความร่วมมือ แม้แต่เงินเดือนระดับ ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท เขาก็ยินยอมพร้อมใจที่จะลด เพราะเขาเป็นคนที่ รักองค์กรนี้ รักคุณเท่าฟ้า เขาก็รักการบินไทยนั่นแหละครับท่านประธาน นั่นคือในเรื่องของ การบริหารภายใน ส่วนเรื่องของการปรับพนักงานออกหรือไม่ มีคนสอบถามมาก ผมไปไหน ก็แล้วแต่ เจอพนักงานการบินไทยก็ถามจะปรับออกหรือไม่ ถ้าแผนของการฟื้นฟู เป็นไปตามที่คาดหวังและขณะนี้การลดค่าใช้จ่ายเป็นไปตามแผน การที่จะเอาพนักงาน ลดลงนั้นหรือปรับออกนั้นก็คงจะไม่ทํา แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าแผนฟื้นฟูที่ผ่านเข้าไป ในศาล ผู้บริหารแผนพบปัญหาอุปสรรคก็ต้องอาจจะใช้วิธีการลดด้วยการสมัครใจลาออก โดยมีค่าตอบแทนโดยไม่ได้บังคับ นั่นคือสิ่งที่จะต้องดําเนินการ อย่างไรก็ตาม แค่นั้นยังไม่พอครับท่านประธาน สิ่งที่เราพบก็คือผมเข้ามาบริหารการบินไทยนี่ มีฝูงบินอยู่ทั้งหมด ๑๐๒ ลํา ปรากฏว่าเครื่องบินจะต้องปลดระวางอยู่ในช่วงนั้น เข้าช่วงแผนที่จะจัดหาเครื่องบิน ๓๘ ลํา ใช้เงินหมื่นกว่าล้านบาท ขอโทษครับ ๑๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมก็บอกกลับไปทบทวนว่าซื้อทดแทนเครื่องบินกลุ่มไหน บินเส้นทางไหน ลําตัวกว้าง ลําตัวแคบ หรือพิสัยไกล พิสัยใกล้ ก็ปรากฏว่าตอบไม่ได้ เมื่อการบินไทยตอบไม่ได้ผมกลับออกไปดําเนินการปรับแผนใหม่ จนกระทั่งชะลอไม่มีการซื้อ จนวันนี้ ทีนี้มาถึงวันนี้ ๑๐๒ ลํา ในขณะที่กราวด์ (Ground) อยู่จะทําอย่างไร ก็ปรากฏว่า ผู้บริหารแผนดําเนินการให้ลดดาวน์ไซซิง (Downsizing) ทั้งองค์กรพนักงานและเครื่องบิน ปรากฏที่ผมสอบถามมาครั้งสุดท้ายนะครับท่านประธาน น่าจะลดจาก ๑๐๒ ลํา เหลือฝูงบิน ของการบินไทยไม่เกิน ๖๐ ลํา และลดจาก ๑๑ แบบให้เหลือประมาณ ๓ แบบเพื่อเป็น การประหยัดค่าใช้จ่าย ถ้าเป็นไปตามนี้ผมก็คาดหวังว่าการบินไทยจะต้องกลับมาฟื้นเป็น สายการบินแห่งชาติที่เราภาคภูมิใจ รักคุณเท่าฟ้าอีกครั้งหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามครับ อยากจะกราบเรียนไปยังพนักงานผ่านท่านประธานสภาว่าไม่ต้องกังวลใจครับ การบริหาร จัดการฟื้นฟูจะเป็นไปได้หรือไม่ สําเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปัจจัย ๓ ปัจจัย ๑. พนักงาน การบินไทยเองและวัฒนธรรมของการบินไทยว่าคุณจะร่วมมือปรับเปลี่ยนจากความไม่เป็น รัฐวิสาหกิจที่ติดขัดโน่นนี่เยอะแยะ อุ้ยอ้าย การตัดสินใจได้เร็ว ดําเนินการธุรกิจให้เป็นธุรกิจ ที่แท้จริง อุตสาหกรรมการบินมีการแข่งขันกันมาก โควิด (COVID) เข้ามา บริษัทการบิน ในเมืองไทยอย่างน้อยก็ ๒ บริษัทต้องเข้าแผนฟื้นฟู และต่างชาติล้มละลายไปแล้วก็มี คุณจะต้องปรับการทํางานของพวกคุณ ประการที่ ๒ นั่นคือผู้บริหารแผนจะต้องจริงใจ และจริงจังในการบริหารแผน ๓. แผนฟื้นฟูจะต้องฟังเจ้าหนี้ด้วย ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ ถ้าสมัครใจทํากันอย่างสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว ผมมั่นใจว่าทูเกตเทอร์ วี แคน (Together We Can) เราไปด้วยกันได้ แล้วก็สามารถที่จะฟื้นฟูกิจการการบินไทยได้ครับท่านประธาน กราบ ขอบคุณครับ