นิคม บุญวิเศษ อภิปรายสนับสนุนการตั้งกรรมาธิการศึกษาแผนผลิตบัณฑิตและปรับหลักสูตรอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน พร้อมทั้งวิพากษ์ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจากการจัดสรรงบประมาณที่ไม่เป็นธรรม ขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนการสอน ภาระงานของครูที่เพิ่มขึ้น และความจำเป็นในการส่งเสริมทุนการศึกษาเพื่อรองรับแรงงานในยุคสังคมผู้สูงอายุและยุคดิจิทัล
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาวางแผนการผลิตบัณฑิต ปรับปรุงหลักสูตรกระบวนการเรียนรู้ การเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับ ความต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบัน ลดความเหลื่อมล้ําทางการศึกษา ท่านประธาน ที่เคารพครับ เวลาอันน้อยนิดกระผมก็คงจะพูดได้ในบางส่วนเท่านั้น ผมเชื่อเหลือเกินว่า ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนใด จะอยู่ชนบท อยู่ในเมือง หรือเป็นโรงเรียนที่ใหญ่หรือเล็ก ผมเชื่อว่า ความตั้งใจของอาจารย์หรือครูมีความตั้งใจที่อยากจะสอนลูกศิษย์ให้มีความรู้ สอนลูกศิษย์ ให้คิดเป็น สอนลูกศิษย์ให้มีทักษะ สอนลูกศิษย์ให้เป็นคนดี แต่สิ่งเหล่านั้นความสามารถ ของครูมันลดน้อยถอยลง เนื่องจากว่ามันไม่มีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่เพียงพอ มันไม่มีห้องเรียนที่เหมาะสม มันไม่มีงบประมาณต่าง ๆ เท่าเทียมกัน นี่คือความเหลื่อมล้ํา ผมเองมีเพื่อนหลายคนที่เป็น ผอ. จบจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง เป็น ผอ. ที่อุดมศึกษาหลายสถาบัน ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็น ผอ. อาจารย์ใหญ่ ทั้งหลายมีภาระหน้าที่ ไม่ใช่มีภาระในการสอนหนังสืออย่างเดียว ภาระในการที่จะต้องมาทํา วิทยฐานะตัวเอง ทุกอย่างมันเป็นภาระหมดเลย ฉะนั้นการที่จะให้คุณครูต่าง ๆ จะไปสอน นักศึกษาหรือนักเรียน เอาเวลาไปสอนจริง ๆ จัง ๆ มันน้อยลง เนื่องจากภาระคุณครูมากขึ้น ประกอบกับในถิ่นทุรกันดาร การเดินทางต่าง ๆ มันไม่สะดวก บ้านพักครูก็ไม่มี ฉะนั้น ความเหลื่อมล้ําต่าง ๆ เหล่านี้เราจะไปโทษครูไม่ได้ เราต้องโทษระบบการศึกษา ต้องโทษ รัฐบาล นโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลที่จัดสรรงบประมาณให้ไม่เท่าเทียมกัน ท่านประธาน ลองคิดดูสิครับว่าถ้าโรงเรียนใดเป็นโรงเรียนที่มีความพร้อม เป็นโรงเรียนที่ทันสมัยอุปกรณ์ ทุกอย่างดี ใคร ๆ ก็อยากจะไปเรียนโรงเรียนนั้น ผมเองจบจากโรงเรียนบ้านนอกเป็นรุ่นแรก ปัจจุบันนี้โรงเรียนของผมก็ยังจนเหมือนเดิม นักเรียนก็น้อยลง ๆ เนื่องจากไปเรียนในเมือง กันหมด เพราะโรงเรียนขาดงบประมาณ ผมก็สงสัยว่างบประมาณของประเทศไทยมันมี ตั้งเยอะแยะมากมาย ทําไมไม่จัดสรรว่าปีนี้ให้โรงเรียนนี้ ปีนี้ให้โรงเรียนนี้ แบ่งกันไปสิครับ ไม่ใช่ว่าโรงเรียนไหนเคยได้เยอะก็เยอะขึ้น โรงเรียนไหนเคยได้น้อยก็น้อยลง เหมือนกับ งบประมาณในปี ๒๕๖๔ ว่า ในปี ๒๕๖๓ ถ้าใช้งบไม่หมด ปี ๒๕๖๔ ก็ได้น้อยลง แทนที่จะได้ มากขึ้นกว่าเดิม นี่คือการจัดสรรงบประมาณที่ไม่เป็นธรรม จึงทําให้ความเหลื่อมล้ํา ทางการศึกษามันเหลื่อมล้ํามากครับ อีกประการหนึ่งก็คือว่าหลักสูตรของเรานั้นเราต้องดูว่า แรงงานในปัจจุบันยุคอนาคตที่จะไปถึง คนที่เขาประกอบกิจการต่าง ๆ เขาต้องการแรงงาน ประเภทไหน หลักสูตรเราต้องตามให้ทันในยุคสมัยใหม่นี้ หลักสูตรกว่าเราจะปรับปรุง เปลี่ยนแปลงได้หลายสิบปีซึ่งมันไม่ทัน เราควรจะสอนคนให้มีแรงงานเพื่อที่จะไปทํางานได้ ในอนาคต ผมยกตัวอย่างเช่นอนาคตหรือปัจจุบันนี้มันจะมีเขาเรียกว่าสังคมผู้สูงอายุ ต่อไปแรงงาน จะขาดแคลนก็คือคนที่ดูแลผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นพยาบาล คุณหมอ แพทย์ต่าง ๆ จะไม่พอ ถามว่ามีคนอยากเรียนแพทย์ไหม ถามว่ามีไหม ทุกคนอยากเรียน แต่จํากัดด้วยทุนทรัพย์ ความยากจน เนื่องจากว่าเราไม่ส่งเสริมสนับสนุน ไม่มีทุนการศึกษา รัฐบาลไม่ให้เรียนฟรี ลูกชาวไร่หลานชาวนามีความรู้ความสามารถ มีสมองที่ดี แต่ไม่สามารถเข้ามาถึงตรงนี้ได้ เนื่องจากไม่มีทุนในการเรียน จึงทําให้อาชีพนี้มันขาดแคลนครับ ไม่ใช่ว่านักเรียนพวกเรา คนบ้านนอกบ้านนาไม่สามารถเรียนได้ ไม่จริงครับ แต่เราขาดทุนทรัพย์ ฉะนั้นถ้ามีการ ส่งเสริมให้มีการเรียนพยาบาล เรียนหมอ เรียนแพทย์ เพื่อรองรับอาชีพที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนี้ ผมเชื่อว่าใครที่จบทางด้านนี้ไม่ตกงานแน่นอน รวมถึงอาชีพอื่น ๆ ยุคนี้เป็นยุค ๕ จี (5G) ยุคระบบดิจิทัล (Digital) อินเทอร์เน็ต (Internet) ทั้งหลาย เราต้องเรียนรู้ในระบบพวกนี้ด้วย ไม่เช่นนั้นเราจะไปเรียนวิชาเดิม ๆ จบมาก็ไปทํางาน ไม่ได้ใช้วิชาเรียนเลยในการทํางาน ต้องไปศึกษาใหม่ ต้องไปเรียนรู้ใหม่ ต้องไปเรียนพิเศษ ฉะนั้นหลักสูตรการศึกษาจะต้อง ตามทันโลกอนาคต จะตามทันหรือไม่ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล การปฏิรูปการศึกษา เราพูดมานานมาก เราควรจะให้งบทางด้านการศึกษามันมากกว่างบของทางด้านอื่น ๆ เนื่องจากทุกคนที่มาเป็นนายกรัฐมนตรี มาเป็นรัฐบาล มาเป็น ส.ส. ได้ล้วนแต่มาจาก การศึกษาเท่านั้น ไม่มีใครหรอกครับที่ไม่ได้ศึกษามา ฉะนั้นเราต้องดูที่ต้นเหตุ ปัจจุบันนี้ สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ทําให้เด็ก เยาวชนต่าง ๆ ที่เป็นนักเรียน นักศึกษาก็มีผลนะครับ เรียนไม่จบบ้าง มียาเสพติด การพนันรอบบ้านรอบเมือง ฉะนั้นทุกอย่างเราต้องมองให้ ครอบคลุม และอีกอย่างหนึ่งคือการรักถิ่นบ้านเกิด จะต้องมีการเรียนการสอนให้คนที่จบ รักถิ่นฐานบ้านเกิด ไปทําอาชีพที่พ่อแม่ทําอยู่ ไปพัฒนาอาชีพที่พ่อแม่ทํา เราต้องฝึกต้องสอน ให้ลูกศิษย์เรารักถิ่นบ้านเกิด อาชีพเกษตรกรรมก็เป็นอาชีพหนึ่งที่ควรส่งเสริม เกษตรนวัตกรรมใหม่ เราควรจะผลิตคนออกมา คนที่มีความรู้ความสามารถทางด้านเกษตร ยุคใหม่เพื่อไปพัฒนาในถิ่นฐานตัวเองให้มีการผลิตในพื้นที่เล็ก ๆ ให้มีผลผลิตมากขึ้น ก็สามารถทําได้ จริง ๆ แล้วมันมีหลายเรื่องครับ เนื่องจากเวลาจํากัด กระผมก็ต้อง ขออภิปรายเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ