โกวิทย์ พวงงาม สนับสนุนการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ต้องออกจากการศึกษากลางคัน พร้อมหารือประเด็นการเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษา ทั้งทุนการศึกษาและการรับนักศึกษา และเสนอให้ปรับโครงสร้างมหาวิทยาลัยแต่ละประเภทให้สอดคล้องกับภารกิจเดิมเพื่อสร้างจุดเด่นเฉพาะด้าน รวมถึงผลักดันบทบาทมหาวิทยาลัยให้สอดรับกับการพัฒนาท้องถิ่นและเปิดโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเฉพาะในสถาบันอย่างมหาวิทยาลัยราชภัฏ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช กราบเรียนท่านประธานว่าญัตติที่ได้มาพูดกัน ในวันนี้ทุกญัตติผมขอสนับสนุนแล้วก็ขอให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องราว ที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอญัตติมา แต่ผมดูแล้วมีหลายประเด็นด้วยกันนะครับ ตั้งแต่เรื่องของ การพูดถึงความเหลื่อมล้ําทางการศึกษา ที่เด็กจํานวนหนึ่งที่อยู่ในวัยเด็กและเยาวชนต้องออกจาก การศึกษานอกระบบ หรือออกจากการเรียนไปกลางคันมีอยู่จํานวนมาก นั่นคือประเด็นที่ ๑
ประเด็นต่อมาก็คือการส่งต่อให้เด็กเหล่านี้เข้าสู่ระบบการศึกษาในมหาวิทยาลัย ก็ยังเป็นปัญหาอยู่ เรื่องของทุนการศึกษาก็ดีที่จะไปสนับสนุนเด็กที่ออกกลางคันก็ยังมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นทุนความเสมอภาคทางการศึกษา หรือทุนให้กู้เพื่อการศึกษาหรือที่เราเรียกว่า กยศ. ก็ดี สิ่งเหล่านี้จะพัวพันมาจนถึงปลายเหตุของการเข้าสู่อุดมศึกษา ในอุดมศึกษาเอง ผมอยากเรียนท่านประธานว่าวันนี้ผมขออภิปรายเน้นเพื่อเป็นประโยชน์กับกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น เพื่อให้ข้อคิดเห็นต่ออุดมศึกษา ผมเองขอเรียนว่าก่อนมาเป็นผู้แทนราษฎรก็อยู่ในวงการ อุดมศึกษา เป็นครูบาอาจารย์มาตลอดระยะเวลาเกือบ ๓๐ ปี รู้ดีว่าอุดมศึกษามีปัญหา อย่างไร ปัจจุบันอุดมศึกษายังคงมีปัญหาหลายเรื่อง ไม่ว่าจํานวนเด็กที่ป้อนเข้าสู่ มหาวิทยาลัยนั้นก็ลดลงอย่างเห็นชัด ประการต่อมา การจัดการหลักสูตรต่าง ๆ ไม่ได้ตอบโจทย์การศึกษาเพื่ออาชีพ เพื่อการทํางานได้อย่างเหมาะสม ประการต่อมา เราพูดกันว่าการศึกษาต้องไปสร้างพลเมืองหรือสร้างคน สร้างคนที่มีความรู้ไปสามารถ จัดการตนเองได้ อย่างไรก็ตามในอดีตจนถึงปัจจุบันผมคิดว่าอุดมศึกษามีความแตกต่าง ในอดีตมีกลุ่มอุดมศึกษาที่เป็นกลุ่ม ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุดมศึกษาหรือมหาวิทยาลัยที่เป็นกลุ่ม วิทยาศาสตร์ กลุ่มพยาบาล หรือกลุ่มทางด้านสุขภาพ กับอีกกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มทางด้านสังคมศาสตร์ซึ่งเป็นนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ หรือบริหารจัดการต่าง ๆ อีกกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มของศิลปะ โบราณสถาน โบราณคดี สถาปัตย์ นั่นคือกลุ่มที่ ๓ ครับ กลุ่ม ๔ ก็แตกแขนงมาเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ผมคิดว่า เป็นการสร้างมหาวิทยาลัยเพื่อตอบโจทย์ชุมชนท้องถิ่น มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น เพราะฉะนั้นจุดมุ่งหมายของมหาวิทยาลัยราชภัฏต้องเป็นมหาวิทยาลัยที่ตอบโจทย์ มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น กลุ่ม ๕ เป็นกลุ่มราชมงคล นั่นก็เป็นกลุ่มหนึ่งที่ไปพูด เรื่องการจัดการ การพูดถึงสิ่งที่เราคิดว่าเป็นกลุ่มที่แยกมาต่างหาก ทั้ง ๕ กลุ่มนี้ก็ถูกแบ่งไว้ ตั้งแต่ต้น แต่ปัจจุบันมหาวิทยาลัยทั้งหมดทําเหมือนกันครับ สร้างหลักสูตรคล้ายกัน ทําอะไร ก็ไม่ต่าง เพราะฉะนั้นเราไม่ได้แสวงหาความแตกต่างเพื่อทําให้มหาวิทยาลัยนั้นมีจุด ที่แตกต่าง ผู้เรียนมีทางเลือก นั่นคือประเด็นปัญหาที่ ๑ ปัญหาที่ ๒ ผมอยากจะเสนอว่า ต่อไปนี้เราจะกลับมาดูไหมว่าให้สร้างจุดเด่นของมหาวิทยาลัยแต่ละกลุ่มให้ตอบสิ่งที่คิดไว้ อย่างที่ผมได้เสนอ
ประเด็นต่อมามหาวิทยาลัยต้องทําหน้าที่ ๔ อย่าง อย่างที่ ๑ ผมคิดว่า ผลิตบัณฑิต การเรียนการสอน อย่างที่ ๒ ต้องศึกษา วิจัย ค้นคว้าต่าง ๆ อย่างที่ ๓ ต้องให้ มหาวิทยาลัยนั้นบริการสังคมและประชาชน และทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ผมเข้าใจว่า มหาวิทยาลัยส่วนหนึ่งมุ่งการเรียนการสอน แต่ขาดการทําวิจัยเพื่อหาสิ่งค้นคว้าค้นพบใหม่ ๆ ให้เป็นนวัตกรรมที่จะไปพัฒนาประเทศ อันนี้ก็ยังเป็นปัญหาอยู่ มหาวิทยาลัยเมื่อมุ่งเรื่อง การเรียนการสอนก็ยังมีปัญหาเรื่องของการจัดการเรียนการสอนเพียงอย่างเดียว ผมคิดว่า มหาวิทยาลัยในโลกยุคใหม่ต้องทําให้เป็นพื้นที่การศึกษาของพี่น้องประชาชนตลอดชีวิต นั่นคือสิ่งที่ผมอยากให้กรรมาธิการเรียนท่านประธานไปว่าจะต้องไปดูเรื่องเหล่านี้ ให้ครอบคลุมว่าจะให้มหาวิทยาลัยปรับเปลี่ยนความคิดนี้ได้อย่างไร อีกประเด็นหนึ่งก็คือ เรื่องของกลไกมหาวิทยาลัย ผมคิดว่ามหาวิทยาลัยยังมีผู้ทรงคุณวุฒิ เช่นกรรมการสภา มหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยเป็นจุดหนึ่งที่จะต้องช่วยกันสร้างหลักสูตร สร้างการจัดการเรียนการสอน เพื่อจะตอบโจทย์การพัฒนาประเทศตามกลุ่มมหาวิทยาลัย ที่ผมกล่าวถึง เพราะฉะนั้นกลไกสภามหาวิทยาลัยผมเรียกร้องผ่านท่านประธานไปยัง กรรมาธิการที่จะตั้ง ต้องไปดูว่ากรรมการสภามหาวิทยาลัยนั้นได้ทําหน้าที่เพื่อทําให้ มหาวิทยาลัยนั้นตอบโจทย์สังคม ตอบโจทย์พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้อย่างไร ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ซึ่งผมคิดว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏกระจายอยู่ทั่วประเทศ แล้วก็เป็น มหาวิทยาลัยที่มีพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏโดยเฉพาะ ที่ทําให้มหาวิทยาลัยเหล่านี้ เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ต้องสร้างผู้นํา สร้างอาชีพ สร้างทักษะ พี่น้อง ประชาชน เพราะฉะนั้นมันไม่ได้จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรอย่างเดียว แม้ว่าหลักสูตร เราจะต้องไปปรับปรุงเพื่อทําให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน ตอบโจทย์การจัดการทักษะอาชีพ ของผู้เรียนก็ตาม แต่อย่าลืมนะครับ พี่น้องประชาชนที่กระจายอยู่ทั่วประเทศก็ยังมีปัญหา เรื่องการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้พิการ กลุ่มที่อยากได้ทักษะอาชีพต่าง ๆ เพราะฉะนั้นสุดท้ายผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าต่อไปนี้เรื่องของมหาวิทยาลัย เราต้องดูธรรมชาติ ดูเอกลักษณ์ ดูพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยว่าไปเน้นเรื่องอะไร ก็จําเป็น จะต้องทําให้ไปสู่เป้าหมายสิ่งนั้นอย่างที่ผมยกตัวอย่างมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ และทําให้การศึกษานั้นจะได้สร้างคน สร้างพลเมือง สร้างคนที่สามารถให้พี่น้องประชาชนนั้น สามารถมาเรียนรู้กับมหาวิทยาลัยได้ตลอดชีวิต นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะเสนอให้กรรมาธิการ ที่จะตั้งขึ้นนั้นได้ไปพิจารณาสิ่งที่เป็นข้อเสนอครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ