นิกร จำานง อภิปรายปัญหาการประมงทุกประเภทอย่างรอบด้าน ทั้งประมงพื้นบ้านและประมงน้ำลึก โดยเฉพาะปัญหาเรือประมงพาณิชย์ล้ำพื้นที่ 3 ไมล์ทะเล ซึ่งส่งผลกระทบต่อชุมชนประมงพื้นบ้านที่ขาดการสนับสนุนจากรัฐในการทำประมงต่างประเทศ พร้อมเสนอให้รัฐเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อขยายพื้นที่ทำประมงและแก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างยั่งยืน รวมถึงท้าทายมุมมองต่อปัญหา IUU ที่มองว่าเป็นข้ออ้างทางการค้าของอียู และเสนอให้ปรับท่าทีการส่งออกปลาทูน่ากระป๋องให้เป็นอุตสาหกรรมแทนภาคประมง พร้อมเรียกร้องตั้งอนุกรรมาธิการเพื่อทบทวนกฎหมายที่เกิดจากข้อตกลงที่ไม่เป็นธรรม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิกร จํานง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ผมขออภิปรายญัตติรวม ขอให้ศึกษาเรื่องปัญหาการประมง ทั้งประมงพื้นบ้านขนาดเล็ก ประมงพาณิชย์ ตลอดจนประมงน้ําลึกขนาดใหญ่ ประเด็นนี้เกี่ยวเนื่องกันหมดเหมือนทะเล เป็นเนื้อเดียวกันเราแยกไม่ได้
ท่านประธานครับ ส่วนแรกผมจะพูดถึงประมงพื้นบ้านก่อน ประมงพื้นบ้าน อยู่ในเขตชายฝั่ง ๓ ไมล์ทะเล เดิมก็เป็น ๒ ไมล์ทะเล ตอนหลังนี้เป็น ๓ ไมล์ทะเล ซึ่งพื้นที่ ตรงนี้จริง ๆ แล้ว ตามกฎหมายอาจจะมีได้ตั้งแต่ ๑.๕ ไมล์ทะเลจนถึง ๑๒ ไมล์ทะเล ขึ้นอยู่กับ ความจําเป็นหรือลักษณะของพื้นที่ ตรงนี้ขยับไปขยับมาได้ ในพื้นที่ตรงนี้เองก็มี ประมงพื้นบ้านอยู่ แล้วในตรงนี้เองที่เรามีเป็นลักษณะน้ําตื้น เรามีปัญหาเดิมเป็นปัญหาเรื่อง โพงพาง เป็นปัญหาเรื่องไซนั่ง เครื่องมือประมงที่มีปัญหาซึ่งเราแก้กันมาตามสมควรแล้ว ขณะนี้โพงพางก็ยกเลิกไป ยกเว้นผมเคยเข้าไปเกี่ยวข้องกับที่หัวเขาแดง จังหวัดสงขลา ตรงนั้นที่จังหวัดสงขลาวันนี้ยังมีปัญหาเรื่องโพงพางอยู่บ้าง เพราะว่าเป็นปัญหาบาปเดิม ของการแก้ปัญหา คือตอนนั้นหลายสิบปีแล้วมีการให้โพงพางออกไป แล้วก็ไปหาที่ฝั่งตรงข้าม ที่ท่าสะอ้านให้คนละ ๒ ไร่ ให้ยกเลิกอาชีพนี้แล้วไปขึ้นบก ฝั่งตรงข้ามกับตําบลหัวเขา ที่หัวเขาแดง ปรากฏว่าพื้นที่ตรงนั้นใช้การไม่ได้เลย เป็นพื้นที่เค็ม น้ําไม่มี ประกอบอาชีพไม่ได้ เขาก็เลย กลับลงไปในทะเลใหม่ ก็เลยมีปัญหายืดเยื้ออยู่ ก็กําลังแก้ปัญหาอยู่ เรายังมีปัญหาเรื่องอวนรุน ซึ่งตอนนี้ก็ลดลงไปแล้ว ไม่ค่อยมีแล้ว ดังนั้นในพื้นที่ประมงพื้นบ้านตรงนี้ไม่มีปัญหา ระหว่างกันและกัน กําลังแก้กันไปได้ ปัญหามันถูกกระทบจากประมงพาณิชย์ คือประมง พาณิชย์เองเป็นส่วนที่ ๒ ของปัญหา ก็คือว่าเป็นปัญหาเชิงภูมิภาค ท่านประธานครับ เรามีข้อได้เปรียบ เสียเปรียบอยู่มากในเรื่องประมง เพราะว่าอ่าวไทยนี้เป็นรูปตัว ก เขตเศรษฐกิจจําเพาะที่ออกมาจากประเทศเวียดนามก็ดี ประเทศกัมพูชาก็ดีมันมาก่ายกันเอง ดังนั้นพื้นที่ในการทําประมงของเราเหลืออยู่น้อยมาก พอน้อยมากในขณะที่กองเรือเราใหญ่มาก ดังนั้นปลาโตไม่ทัน หมายถึงว่าพื้นที่ที่อยู่นอกเรากันไว้แล้ว ๓ ไมล์ทะเลตอนนี้ ออกไปจากตรงนั้น พื้นที่ตรงนั้นเรือประมงพาณิชย์เราไม่พอทํามาหากิน ปลาโตไม่ทัน ดังนั้นเรือประมงพาณิชย์ ก็เลยล้ําเข้ามาในพื้นที่ ๓ ไมล์ทะเล ก็มากระทบกระเทือนชาวประมงพื้นบ้าน ก็เป็นปัญหา กันอยู่ตรงนี้ การผลักดันออกไป เดิมเราเคยมีพื้นที่เรือขนาดใหญ่เป็นเรือเหล็กออกไป ข้างนอกแล้วไปทําประมงนอกน่านน้ําเลย ไปทําสัญญากับประเทศอินโดนีเซียบ้าง พม่าบ้าง แต่ตอนหลังนี่รัฐบาลไม่ค่อยได้ดูแลเขา ข้อตกลงพื้นที่ตรงนี้ไม่ค่อยได้ตกลงเพื่อเอาพื้นที่มาให้ ชาวประมงเราไปลงทุนระหว่างประเทศกับเขา ปรากฏว่าตอนหลังก็เลยไปแอบจับปลา ก็เลย ถูกจับกันเป็นอย่างมากในขณะนี้ ก็เดือดร้อนไปอีกแบบ ตรงนี้เราจะต้องแก้ไขปัญหาตรงนี้ โดยการที่ว่ารัฐบาลจะต้องไปเจรจากับต่างประเทศแล้วก็หาพื้นที่ให้ประมงของเราออกไป จับปลาได้ เพราะว่าเราอยู่ในพื้นที่แคบแบบนี้ มีแต่จะมีปัญหากันเองท่านประธานครับ แล้วก็ ไปกระทบกระเทือนกันไปหมด
ประเด็นถัดมาเป็นประเด็นปัญหาระดับชาติ คือกรณีไอยูยู (IUU) ผมอยู่ ตอนนั้นที่ไอยูยู (IUU) เข้ามา ไอยูยู (IUU) ก็คือการทําประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและ ไร้การควบคุม คือ อิลลิกัล อันรีพอร์ตเตต แอนด์ อันเรกกูเลเตต ฟิชชิง (Illegal Unreported and Unregulated Fishing) จุดตรงนี้เองก็คือมีการต่อรอง ผมเรียนท่านประธานว่าเรื่องนี้ ดูเผิน ๆ เป็นการดูแลเรื่องธรรมชาติ แต่จริง ๆ มีวาระซ่อนเร้นอยู่ ของอียู (EU) นั่นแหละ ผมได้มีโอกาสไปเจรจาต่อรองช่วงที่เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขามาคุยกันอียู (EU) เรื่องไอยูยู (IUU) เราจับได้ว่าอย่างนี้ครับ คือมันเป็นการต่อรอง ผู้ที่มาเจรจาตอนนั้นเป็นคนมาจากประเทศสเปน ประเทศสเปนเป็นประเทศที่ส่งออกสัตว์น้ํา แข่งกับเราอยู่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็เป็นการต่อรองกันไปต่อรองกันมา ผมยังขู่เขาไปว่า ถ้าหากว่าจะดําเนินการตรงนี้ เพราะว่าสิ่งที่เขาเอามาต่อรองก็คือสินค้าประมงของเรา ก็คือปลาทูน่ากระป๋อง ที่เราบอกว่าเราจะสูญเสียเป็น ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จริง ๆ แล้วตรงนี้ เราไม่ได้ดูให้ลึกให้ดีว่าจริง ๆ แล้วปลาทูน่ากระป๋องผมยังแย้งว่าปลาทูน่าของเราที่เราเอามา ผลิตปลากระป๋องเราไม่เคยจับได้ในเขตของเราเลย เพราะเรือที่จับปลาทูน่าของเราไม่มี เราซื้อมาทั้งนั้น เรานําเข้าจากรัฐเอกราชปาปัวนิวกินี เรานําเข้าจากเกาะไต้หวัน เรานําเข้า จากประเทศเกาะต่าง ๆ เหล่านี้ ฉะนั้นถ้าคุณจะแก้ปัญหาตรงนี้คุณจะต้องไม่ให้กองทุน ประเทศพวกนั้นจับปลาแบบไอยูยู (IUU) มาโทษเราไม่ได้ เพราะว่าการผลิตปลาทูน่ากระป๋อง ของเราเป็นอุตสาหกรรม ไม่ใช่เป็นการประมง เพราะว่าเราซื้อวัตถุดิบเข้ามาแล้วมาผลิต ปลากระป๋องส่งขายทั่วโลก เป็นอันดับหนึ่งของโลก ดังนั้นจะมากดดันตรงนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นการเจรจาของเราเราต้องพลิกเรื่องปลาทูน่าที่เราส่งออกมากให้มาเป็น ภาคอุตสาหกรรม ไม่ใช่ภาคประมงถึงจะต่อรองกันได้ ไม่อย่างนั้นเขามาบีบโดยเรื่องที่เรา ไม่ได้ทําผิด เราไปจับปลาทูน่าผิดพลาดตรงไหนหรือที่จะต้องมาลงโทษเราแบบนี้ ปัญหา ที่เราผิดพลาดขณะนี้ผิดใหญ่ผิดโตก็คืออย่างนี้ครับ พอมาต่อรอเรือของเรามีประมาณ ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ ลํา เรือที่เป็นเรือประมงพาณิชย์ที่สามารถจะเข้าในกลไกของไอยูยู (IUU) มีประมาณ ๑๒,๐๐๐ ลํา เป็นเรือประมงพาณิชย์ ที่เหลือเป็นเรือของชาวบ้านหมดเลย เป็นเรือประมงขนาดเล็ก เป็นเรือประมงพื้นบ้าน แต่เราไปเผลอบอกเขาว่าเรามีอยู่ ๖๐,๐๐๐ ลํา เขาก็เรียกร้องสิ เขาเรียกร้องให้เรือเหล่านี้จดทะเบียนเสียให้หมด ท่านประธานครับ จะจดได้อย่างไรในเมื่อมีปัญหาเรื่องเครื่องติดตามก็มี มีปัญหาเรื่องคนที่จะขึ้นเรือต้องมี สมุดประจําเรือ คนขึ้นเรือ ลูกเรือต้องบันทึก มันทําไม่ได้ แต่ว่าเราไปเจรจารับเขามาทั้งหมด มันก็เลยเป็นปัญหาใหญ่โตมโหฬารที่มีปัญหา ผมพูดกันตรงไปตรงมาว่าตอนนั้นที่มารัฐบาล ของเราเป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ดังนั้นรัฐมนตรีเองก็ไปต่อรองแล้วมันเหมือนกับว่า ไม่มีพลังพอ ก็เลยไปต่อรองเสียเปรียบเขาก็ออกเป็นกฎหมายเร่งด่วนออกมา แล้วก็มาสร้าง ปัญหาให้กับชาวประมงเราเป็นอย่างมาก ดังนั้นผมเห็นด้วยครับ อยากจะให้มีการศึกษาเรื่องนี้ อย่างจริงจัง แล้วก็มีข้อเสนอว่าให้ใช้อนุกรรมาธิการ เพราะว่าคณะกรรมาธิการการเกษตร และสหกรณ์ถ้าเราจะไปวางไปศึกษาเรามีอยู่หลายประเด็น ให้ตั้งเป็นอนุกรรมาธิการศึกษา แล้วเรียกร้องไปที่รัฐบาล แล้วให้รัฐบาลไปแก้กฎหมายเสีย เราต้องใช้พลังประชาชนที่มาจาก การเลือกตั้ง สภาแห่งนี้แก้กฎหมายนี้ได้ ก็นําเรียนเป็นข้อเสนอครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ