ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ หารือปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลและวิถีชีวิตของประมงพื้นบ้าน โดยเฉพาะการใช้อวนตาถี่ การกวาดจับสัตว์น้ำวัยอ่อน และการใช้เรือปั่นไฟ ซึ่งทำลายสมดุลระบบนิเวศและคุกคามสัตว์น้ำเศรษฐกิจรวมถึงพะยูน เรียกร้องให้กรมประมงเร่งประกาศเขตคุ้มครองตามกฎหมาย เดินหน้าการจัดการประมงอย่างยั่งยืน สนับสนุนชุมชน และผลักดันการจัดตั้งโรงเรียนชาวประมงเพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่ชุมชนชายฝั่ง
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ญัตตินี้ผมเสนอมายังสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ เพราะว่าพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านที่จังหวัดกระบี่ฝากมาว่า ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราช่วยกันดูแลอาชีพประมง และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เมื่อเดือนก่อน ผมก็ได้หารือกับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรให้อธิบดีกรมประมงรีบออก ประกาศ มาตรา ๕๗ ตาม พ.ร.ก. การประมงที่ออกมาเมื่อปี ๒๕๕๘ ซึ่งเกี่ยวกับประกาศ การกําหนดการจับสัตว์น้ําขนาดเล็ก ทุกวันนี้วิกฤติของประมงทั้งฝั่งอ่าวไทย ฝั่งอันดามัน อยู่ที่การทําประมงแบบป้อนโรงงานอาหารสัตว์ครับ การประมงพื้นบ้านได้รับกระทบกระเทือน จากประมงพาณิชย์มาก การกําหนดเขตที่ชายฝั่งที่สมาคมประมงจังหวัดกระบี่ฝากมา การให้ คํานิยามของทะเลชายฝั่ง การให้คํานิยามของประมงพื้นบ้านก็ยังเป็นปัญหาของการยอมรับ กันอยู่ ท่านทราบไหมครับว่าสัตว์น้ําวัยอ่อนถูกกวาดต้อนจากท้องทะเลเยอะแยะมากครับ จากการทําประมงที่ผิดกฎหมาย จากการทําประมงโดยใช้เรือปั่นไฟทําลายลูกปลา ขอสไลด์ (Slide) ครับ
(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ท่านจะเห็นว่าสถิติ มีรูปแบบของสัตว์น้ําเศรษฐกิจถูกทําลาย ถูกจับขึ้นมา ๔๖ เปอร์เซ็นต์ แต่เป็นปลาเป็ด ๕๓ เปอร์เซ็นต์ครับ สถิติของพวกนี้ล่ะครับเป็นสถิติที่นักวิชาการ นักวิจัยยืนยันแล้วว่า สัตว์น้ําทะเลของเราถูกกวาดต้อน ถูกทําลายล้าง นี่คือรูปแบบที่มีการใช้เรืออวน แล้วก็จับสัตว์น้ําวัยอ่อน ใช้อวนตาถี่ แล้วก็จะมีสัตว์น้ํากว่า ๕๐ ชนิด ๕๐ สปีชีส์ (Species) ในช่วงท้ายจะมีวิดีโอ (Video) จากชาวต่างประเทศที่เข้ามา ถ่ายทําให้พวกเราได้ชมกันด้วย สมดุลของสัตว์น้ําชายทะเลถูกทําลายล้างอย่างต่อเนื่องครับ ประมงพื้นบ้านเขาถูกจํากัดเขตไม่ให้ออกเกิน ๓ ไมล์ทะเล ประกาศก็ยังไม่ออกมาชัด แล้วก็ อยู่ในเขตของเขตอุทยานแห่งชาติก็ยังเป็นปัญหากันอยู่ มีตัวอย่างดี ๆ ครับท่านประธาน ที่หาดมหาราช อําเภอสทิงพระ ผู้ใหญ่สมานครับ ผมไปเจอมาเมื่อ ๒ วันที่ผ่านมาครับ ท่านตกลงกับชุมชนครับ กําหนดเขต กําหนดระยะ ปรากฏว่าพี่น้องชุมชนประมงของเขา ให้ความร่วมมือ ปลาเล็ก ๆ กลับคืนสู่ระบบนิเวศ สามารถจับปลาตัวใหญ่ได้มากขึ้น สําหรับ ประมงพาณิชย์ที่มีการกําหนดออกเรือไว้ถึง ๒๔๐ วัน แต่มีเครื่องมือที่ทําลายล้างมากกว่า ผมอยากให้มีการลองเสนอเปลี่ยนจํานวนวันนะครับ ลองดูว่ามีการขายโควตา (Quota) การจับสัตว์น้ําจริงหรือไม่ ภาพนี้คือภาพที่ผมเคยนําเสนอในสภาแห่งนี้ นี่คือการใช้เรือปั่นไฟ ทําลายลูกปลาหลังเขียวนะครับ โดยเฉพาะฝั่งอ่าวไทยทําลายล้างกันมาก เรือที่สร้างเองครับ ประมงพื้นบ้าน พี่น้องชาวประมงสร้างกันเอง ต้องไปจดทะเบียนแล้วให้ระบุที่มา แล้วก็ต้องมี ใบนายท้าย ใบเอนจิเนียริง (Engineering) ซึ่งใช้กับเรือใหญ่ได้ผลครับ แต่กฎหมายฉบับนี้ จะไปใช้กับประมงพื้นบ้านไม่ได้ นี่คืออวนลากคู่ กวาดทุกอย่างจากท้องทะเล สัตว์พื้นน้ํา ถูกลากไปหมด กลายเป็นปลาเป็ด ปลาขนาดเล็กถูกทําลาย ประมงพาณิชย์รุกล้ําครับ นี่คือภาพที่เราเห็นกันในท้องทะเล เรามักจะไม่ค่อยได้เห็นกันเพราะว่าเราอยู่กันสบาย สามารถซื้อสัตว์น้ําอาหารทะเลได้ แต่สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดก็นี่ล่ะครับ ปริมาณของสัตว์น้ําหายไป จนกระทั่งพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ ลุกขึ้นมาบอกกับหน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะกรมประมงหรือประมงจังหวัดในแต่ละจังหวัด ยกตัวอย่างบ้านผมไม่ต้องไกลเลย จังหวัดกระบี่ เวลามีปัญหา ประมงจังหวัดกับพี่น้องประชาชนในการจดทะเบียนเรือของจาแมะ ที่เกาะลันตาน้อย บ้านผมนะครับ ท่านทราบไหมว่าตัวข้าราชการเวลาทํางานกับภาคประชาชน เขาไม่ได้มองความสําคัญของภาคประชาชนนะครับ เขายึดระเบียบเป็นหลัก ทําให้เกิดปัญหา การสื่อสารกัน แล้วในรูปแบบของการจัดการในท้องถิ่นแต่ละจังหวัด กลุ่มตัวแทนที่เป็น นักการเมืองระดับจังหวัด เช่น สจ. เวลาได้รับคําร้องเรียนขึ้นมา สะท้อนในสภาองค์การ บริหารส่วนจังหวัด แต่กว่าเรื่องจะไปถึงต้องส่งหนังสือไปถึงผู้ว่าราชการ ท่านผู้ว่าราชการ ทําหนังสือไปถึงประมงจังหวัด กว่าจะได้คําตอบกลับมาใช้เวลา ๕ เดือน ๖ เดือน นี่คือความ อ่อนด้อย นี่คือการรวบอํานาจไว้ที่ราชการส่วนกลาง โดยส่วนท้องถิ่นไม่มีส่วนรับรู้ ท่านประธานครับ พี่น้องชาวประมงเขาก็สงสัยกันว่าตอนนี้มีเรือประมงพื้นบ้านอยู่กี่ลํา หลายท่านที่เป็น ส.ส. ลุกขึ้นอภิปราย ๓๐,๐๐๐ ลําบ้าง ๕๐,๐๐๐ ลําบ้าง นี่คือข้อมูล ที่ไม่สามารถรวบรวมได้หรือในจํานวนเทคโนโลยีที่เรามีอยู่ในปัจจุบันนี้ เกิดอะไรขึ้นกับ ข้าราชการประเทศไทยโดยเฉพาะกรมประมงครับ รัฐควรจะต้องผลักดันนะครับ มีข้อเสนอ ของกลุ่มประมงพื้นบ้านในรูปแบบสมาพันธ์ว่าควรจะมีโรงเรียนชาวประมง ที่จังหวัดกระบี่ บ้านผมมีสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ําสัตว์ทะเลอยู่ด้วย ปรากฏว่าจังหวัดกระบี่เอาหอยชักตีน มาเป็นจุดขาย หลายท่านไปเที่ยวจังหวัดกระบี่ไปกินหอยชักตีน ทราบไหมว่าหอยชักตีน มันเกิดตามธรรมชาตินะครับ แต่หน่วยงานของรัฐไม่เคยสนับสนุนเลยในการตั้งงบประมาณ เพื่อเพาะเลี้ยง กลายเป็นว่าโยนไปให้ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เพาะเลี้ยง ผมถึงอยากเรียกร้อง ว่าหน่วยงานของรัฐช่วยกันดูแลตรงนี้ด้วย การทําประมงยังกระทบกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่สําคัญอีกตัวหนึ่งก็คือพะยูนครับ เราได้ข่าวพะยูนเสียชีวิต มาเรียมเสียชีวิต การทําประมงเกี่ยวข้องแน่นอนครับ เราจะต้อง กําหนดโซน (Zone) ให้พะยูนอยู่ร่วมกับเราได้ อยู่ร่วมกับหญ้าทะเลของเราได้ จังหวัดตรัง บ้านท่านประธานชวน หลีกภัย มีข่าวการตายเหมือนกัน จังหวัดกระบี่บ้านผมก็มีข่าว การตายของพะยูนออกมาเรื่อย ๆ เหมือนกัน เกี่ยวข้องกับประมงครับ ผลกระทบพวกนี้ เราต้องรีบแก้ไข และเมื่อเราสามารถต่อสู้ให้ยกเลิกการทําประมงเรือปั่นไฟหรือการทําลายล้าง ได้แล้ว ท่านทราบไหมว่าที่อ่าวท่าศาลาจังหวัดนครศรีธรรมราชเมื่อไม่มีเรืออวนลาก เรือปั่นไฟแล้วความอุดมสมบูรณ์กลับมาครับ ปูตัวใหญ่ขึ้น ปลาตัวใหญ่ขึ้น และอาชีพ ต่อเนื่องของประมงจะยิ่งใหญ่ได้ อาชีพประมงจะต้องยิ่งใหญ่ได้ก็ต้องให้ชาวประมงมีคุณภาพ ชีวิตที่ดี มีเงินส่งลูกเรียน ไม่สูญเสียวิถีชีวิตของชาวประมง ซึ่งผมกังวลกับการขยายตัวอวน ที่ขยายสถิติของการใช้อวนว่าปัจจุบันตาอวนเล็กลง ทําให้สัตว์น้ําถูกทําลาย ท่านเห็น วิดีโอ (Video) นี้ไหมครับ นี่ล่ะครับกว่า ๕๐ ชนิด สัตว์น้ําเล็ก ๆ ถูกทําลาย ยังมีผลกระทบ ต่อเนื่องอีกว่าการทําท่าเรือพัฒนาชายฝั่งที่นิคมอุตสาหกรรมจะนะก็เช่นเดียวกัน การอ้างพัฒนาชายฝั่งย่อมมีผลกระทบกับวิถีชีวิตของพี่น้องชาวประมงเช่นเดียวกัน ก็อยากจะฝากถึงคณะกรรมาธิการที่สภาแห่งนี้จะได้ตั้งเพื่อศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อให้ ประเทศไทยของเรามีสัตว์น้ํา โดยเฉพาะสัตว์น้ําทะเลให้พวกเราได้บริโภคยันลูกหลานของเราครับ ขอบคุณครับท่านประธาน