พรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ หารือปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมงจากผลกระทบของพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และ 2560 ที่กระทบทั้งเรือประมงพื้นบ้านและพาณิชย์ โดยเรียกร้องให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน พร้อมเสนอให้แยกการกำกับดูแลระหว่างประมงพาณิชย์กับพื้นบ้าน มีกฎหมายที่เหมาะสม สนับสนุนอาชีพทดแทน เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และทบทวนบทลงโทษไม่ให้รุนแรงเกินควร ภายใต้แรงกดดันจากข้อกำหนดของอียู
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอเสนอ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไข ปัญหาประมงพื้นบ้านและพาณิชย์ ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนข้อมูลจากทาง นายกสมาคมประมงต่าง ๆ ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และได้รับการประสานงานจาก ท่านดอกเตอร์วิชิต ปลั่งศรีสกุล ซึ่งเป็นผู้ประสานงานเกี่ยวกับประมงให้กระผม ว่าได้เกิด ปัญหาขึ้นในเรื่องชาวประมงได้รับความเดือดร้อน จากการที่รัฐบาลได้ออกพระราชกําหนด การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ และ พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งเกิดผลกระทบทําให้ชาวบ้านอาชีพประมง ปฏิบัติตัวลําบากมากเพราะมีข้อมูลขั้นตอนที่ทํางานยุ่งยากลําบาก และต้นทุนที่สูงขึ้น ทําให้ อาชีพประมงไม่คุ้นเคย บางท่านก็ไม่ไหว ต้นทุนสูงไม่ทําก็ไม่ทํากันไป จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ ท่านประธานครับ ทั้งหลายทั้งปวงผมว่ามาจากการที่รัฐบาลเราโดนบังคับจากอียู (EU) ให้ออกกฎหมายประมง ทีนี้ผมเข้าใจว่าการที่อียู (EU) บังคับน่าจะเป็นประมงใหญ่ จับปลา จับอะไรได้เยอะ ๆ กลัวว่าการใช้ทรัพยากรธรรมชาติจะมากเกินไปทําให้ทุกประเทศที่เป็น สมาชิกเกี่ยวกับประมงจะต้องออกระเบียบกฎหมาย ซึ่งมันก็ถูกต้องถ้าเป็นประมงใหญ่ ประมงพาณิชย์ซึ่งอยู่นอกน่านน้ําเราไปเกิน ๓ ไมล์ทะเล แต่เหตุการณ์ไม่ใช่อย่างนั้นครับ เวลามาออกกฎระเบียบเพื่อให้ตรงความต้องการของอียู (EU) มันก็ไปกระทบกับประมง พื้นบ้านด้วย ซึ่งรัฐบาลก็ทราบดี ออกกฎหมายตัวหนึ่งมันก็ต้องพิจารณาถึงกฎหมายหลาย ๆ อย่างด้วย ทําให้ดึงหน่วยงานราชการหลายหน่วยงานเข้ามาร่วม ทําให้มีผลบังคับใช้กฎหมาย ชาวประมงเองก็ลําบาก เพราะว่าทั้งชีวิตเกิดขึ้นมาอยู่กับทะเล ไม่เคยปรับตัว วันนี้ต้องมา ปรับตัวเข้ากับกฎหมายใหม่ซึ่งรัฐบาลโดนอียู (EU) บังคับให้ทํา ที่ออก พ.ร.ก. การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ กับ พ.ศ. ๒๕๖๐ ผมเองได้ยินชาวประมงพูดก็รู้สึกเห็นใจแล้วก็เข้าใจเขา แต่จะทําอย่างไรได้ มันเหมือนหนึ่งกับว่าบางครั้ง เช่นไอยูยู (IUU) มันก็มีข้อว่าเราต้อง รายงาน เราต้องควบคุม และเหนือสิ่งอื่นใดเราจับสัตว์น้ํามากเกินไปหรือเปล่า ประเด็นนี้สําคัญทําให้มีการควบคุมเรือไม่สามารถจะต่อใบอนุญาตให้ถูกกฎหมายได้ ผมใช้คําว่า ไม่สามารถจะต่อให้ถูกกฎหมายได้ ก็เหลือเรือไม่มาก ตัวที่ต่อไม่ได้ก็จอดจนปี ๒ ปีพัง ก็เรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเยียวยาให้หน่อย ก็เกิดประเด็นปัญหาขึ้นมาว่าจากที่ยื่นแล้ว ผมไม่ทราบตอนนี้เท่าไร จากเมื่อปีที่แล้ว ๒,๐๐๐ กว่าลํา แล้วรัฐบาลบอกว่าเยียวยาได้ ๕๐๐ ลํา ในปี ๒๕๖๓ อันนี้ก็คือปัญหาที่เขาไม่อยากทําแล้ว อาจจะเป็นเพราะว่ารัฐบาลเองไม่อยาก ให้เรือมากเกินไปหรือเปล่า ก็เลยมีเรือเหลืออยู่เฉพาะเท่าที่จําเป็นเท่านั้น ก็ขอความกรุณา รัฐบาลช่วยดูส่วนที่เยียวยาด้วย เรื่องปัญหากฎหมายประมง เป็นปัญหาของชาติที่เกิดขึ้นมา ปัญหาคือเรารับใบเหลืองจากอียู (EU) เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๘ ในเรื่องไอยูยู ฟิชชิง (IUU Fishing) การทําประมงผิดกฎหมาย คือเราไร้การควบคุมแล้วก็ไร้การรายงาน ชาวประมง ถ้าพูดถึงควบคุมแรงงานนี้ก็ปวดหัว ต้องมานั่งทําบัญชี ต้องมานั่งรายงาน ก็น่าเห็นใจเขา แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขกฎหมาย มีการให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์กรแรงงานระหว่าง ประเทศ คือ ๑. ด้านกฎหมาย คือ พ.ร.ก. การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ และ พ.ศ. ๒๕๖๐ ด้านการ จัดการกองเรือ คือเรือพื้นบ้านและเรือพาณิชย์ ด้านการติดตามควบคุมเฝ้าระวัง คือตั้งศูนย์ต่าง ๆ เช่นศูนย์ปีโป้ (PIPO) ต่าง ๆ ด้านการตรวจสอบย้อนกลับคือจดทะเบียนท่าเทียบเรือทั้งหมด ๑,๐๖๓ ท่าต้องผ่านการตรวจสุขอนามัย ซึ่งก็ต้องเพิ่มกระบวนการและเพิ่มต้นทุนเข้าไป มีการกํากับเอกสารการซื้อขาย ระบบบัญชีเข้ามาอีกแล้วครับ ด้านการบังคับใช้กฎหมาย เพิ่มประสิทธิภาพการใช้กฎหมาย โดยมีการตั้งศาลอาญา ตั้งองค์คณะผู้พิพากษาแยกคดีประมง เป็นต่างหากไป ด้านแรงงานได้ดําเนินการปรับปรุง พ.ร.ก. บริหารแรงงานต่างด้าว การเข้าไป ในภาคีต่าง ๆ ปี ๒๕๖๑ ก็ต้องดําเนินการตามระเบียบไป พ.ร.ก. การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ต่อเนื่องแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นกฎหมายที่ทําลายอาชีพพี่น้องประมงทั่วประเทศ ใน ๒๒ จังหวัดที่ติดทะเล ประมงเป็นอาชีพของคนไทย อยู่ใต้การบริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติ ตาม พ.ร.บ. ปี ๒๔๙๐ ปี ๒๕๕๘ ครม. เห็นชอบให้ออก พ.ร.ก. ปี ๒๕๕๘ เป็นกรณีจําเป็น ทําให้พี่น้องทั่วประเทศได้รับความเดือดร้อน แล้วไม่เห็นด้วย และคัดค้าน ร่าง พ.ร.ก. ฉบับนี้ แต่รัฐบาลช่วงนั้นก็ให้พี่น้องชาวประมงรับไปก่อน เป็นกฎหมายที่ให้รับไปก่อน เพื่อจําเป็นที่จะได้แก้ไขปัญหาของประเทศต่อไปแล้วค่อยไปแก้ไขปัญหากันทีหลัง สิ่งที่พี่น้อง ประมงทั่วประเทศได้รับการบังคับใช้กฎหมายประมงคือรีบเร่ง หลังจากที่ทําแล้วก็รีบเร่งในการ แก้ไขปัญหา มีการออกกฎหมายควบคุมประมง การจัดทํารายงานและระบบติดตามเรือประมง การค้ามนุษย์ กฎหมายทั้งหมด ๓๐๐ กว่าฉบับ ทําให้ผลกระทบต่ออาชีพประมงจมดิ่งลงไปใน วังวนกฎหมายที่ใช้อยู่ ทําให้ชาวประมงต้องถูกจับดําเนินคดีไปแล้วหลายพันราย เสียค่าปรับ เป็นเงินหมื่น เงินแสน เป็นล้านก็มี และสูญสิ้นอาชีพไปเลย กฎหมายที่ไม่คํานึงถึง ความแตกต่างทางวัฒนธรรมและวิถีการทําประมงในแต่ละพื้นที่ กฎหมายฉบับนี้ พี่น้องชาวประมงทั่วประเทศเรียกกฎหมายนี้ว่าเป็นกฎหมายทําลายล้างอาชีพประมง ให้สูญสิ้น กฎหมายเหมาเข่ง หมายความว่าเป็นกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม เช่น ถ้าเจ้าของเรือ มีเรือประมง ๕ ลํา เป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของเรือคนเดียวกันไปทําผิดกฎหมาย ๑ ลํา อีก ๔ ลําก็ถูกเหมารวม ถูกระงับการออกทําประมงไปด้วยจนกว่าคดีจะสิ้นสุด บทลงโทษ ที่รุนแรง โทษปรับที่สูงกว่าหลายประเทศกับกฎเหล็กไอยูยู (IUU) ผลกระทบในลักษณะ การเลือกปฏิบัติ การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม การบังคับใช้กฎหมายที่เกิดขึ้น ไม่ได้ก่อให้เกิดระบบการจัดการประมงอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน แต่กลับนําไปสู่การจัดสรร ทรัพยากรที่เหลื่อมล้ําไม่เท่าเทียมกัน ท่านประธานครับ ระเบียบที่ต้องปฏิบัติกันที่ชาวประมง เจออยู่ ผมขออนุญาตนําเรียนคร่าว ๆ อย่างนี้ เช่น ถ้าประมงไม่ติดตั้งระบบการติดตาม เรือประมง ไม่ดูแลรักษาระบบติดตามเรือให้ใช้ได้ตลอดเวลา มีโทษนะครับ ปรับเงินเป็นหมื่น เป็นแสน ไม่นําใบอนุญาตปิดไว้ในเรือหรือไม่นําบัตรที่ใช้แทนใบอนุญาตติดตัวไปก็ถูกปรับ เหมือนกัน เป็นเจ้าของเรือประมงใช้คนประจําเรือที่ไม่มีหนังสือประจําเรือตามกฎหมาย ว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ําก็โดนปรับมากมาย อันนี้ก็ถือว่าส่วนหนึ่งผิด แต่ว่าการ เปรียบเทียบปรับทําอย่างไรโทษสูงสุดถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตทําการประมงเลยครับ นําเรือประมงพาณิชย์ขนาดตั้งแต่ ๓๐ ตันกรอสออกไปทําการประมงโดยไม่นําเอกสาร คือไม่ติดเอกสารตามที่เจ้าหน้าที่อนุญาตไปนะครับ และไม่แสดงหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือก็มีความผิดตามโทษเหมือนกันนะครับ ท่านประธานครับ มีหลายเรื่องที่เป็นอัตราโทษที่ค่อนข้างจะสูงนะครับ ซึ่งประมงไม่ทราบ ก็ต้องทราบเพราะเป็นกฎหมาย จึงเกิดการจับ ปรับต่าง ๆ มากมาย ท่านประธานครับ ผมเองก็ขออนุญาตนําเรียนว่าปัญหาประมงที่เกิดขึ้นผมเคยยื่นกระทู้ถามต่อ สภาผู้แทนราษฎร โดยมีท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านประภัตร มาตอบ วันนั้นบางส่วนแก้ไขได้ และบางส่วนท่านรัฐมนตรีรับว่าจะนําไปปรับปรุงแก้ไข เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อไป นั่นแสดงให้เห็นว่าการออก พ.ร.ก. การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ และ พ.ศ. ๒๕๖๐ ที่มีอยู่นั้นมีความไม่ครบถ้วน ยังสามารถปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้ประชาชน ไม่เดือดร้อนต่อไปได้
สรุปครับ ท่านประธานครับ ผม นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญ เพราะปัญหาประมงเป็นปัญหาใหญ่ มีผลกระทบต่อชีวิตอาชีพ ประมง ควรออกกฎหมายให้รอบคอบ โดยแยกเป็นประมงพาณิชย์และประมงพื้นบ้าน เพราะมันจะทําให้ไม่เกิดปัญหา แยกได้แยกไปเลยครับ ประมงพาณิชย์และประมงพื้นบ้าน ออกกฎหมายให้ใช้ได้แต่ง่าย ๆ ควรสร้างและสนับสนุนอาชีพใหม่ประมง ท่านต้องเสริมสร้าง อาชีพ ฝากรัฐบาลด้วยนะครับ เสริมสร้างอาชีพใหม่ให้ประมง และดูแลบทลงโทษที่ไม่ให้ สูงเกินไป และเร่งเยียวยาในส่วนที่ประมงที่ขึ้นทะเบียนเอาไว้ที่รัฐบาลต้องชดเชย ก็กราบเรียนท่านประธานส่งถึงรัฐบาลเพื่อตั้งกรรมาธิการในชุดนี้ครับ ขอบคุณมากครับ