นิกร ชูแนวคิดค่าโดยสารรวม ปรับโครงสร้างขนส่งสาธารณะให้เป็นธรรม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๓

นิกร จํานง หารือปัญหาระบบขนส่งสาธารณะ โดยเน้นความจำเป็นในการปรับโครงสร้างค่าโดยสารรถ ขสมก. ให้เป็นธรรมด้วยการแบ่งภาระร่วมระหว่างรัฐบาลกลาง กทม. และผู้โดยสาร พร้อมเสนอให้ยุติการแบ่งประเภทรถตามฐานะผู้โดยสาร และพัฒนาเป็นระบบเดียวที่ทุกคนเข้าถึงได้ตามความสามารถในการจ่าย โดยเรียกร้องให้แยกพิจารณาการขนส่งในมิติทางเศรษฐกิจและมิติพันธะบริการเชิงสังคมเพื่อให้นโยบายมีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายนิกร จํานง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิกร จํานง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ขออภิปราย ให้ความเห็นเกี่ยวกับญัตติเรื่องการศึกษาเกี่ยวกับค่าโดยสารรถสาธารณะของทุกญัตติว่า ผมเห็นด้วยที่จะต้องศึกษา ผมเองมีประสบการณ์อยู่บ้างในการกํากับดูแลเรื่องนี้ ๓ ปี ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๕ จนถึงปี ๒๕๔๗ แล้วก็เรียนว่าเรกูเลเตอร์ (Regulator) เรื่องนี้ ผู้กํากับควบคุม ก็คือคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลาง ซึ่งมีครบถ้วนอยู่ในเชิงอํานาจ ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคมนาคมเป็นประธาน แล้วก็นอกจากนั้นแถวจังหวัดต่าง ๆ รถสาธารณะ ก็มีคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบก จังหวัดก็ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน สามารถจัดการเรื่องนี้ได้ ท่านประธานครับ เรื่องนี้อยากจะเรียนว่าเกี่ยวกับราคาเราต้องแยก พิจารณาเป็น ๒ มิติให้ชัดเจน มิติที่ว่ามิติแรกก็คือแบบทั่วไป มิติที่ ๒ ก็คือการบริการ แบบพันธะบริการเชิงสังคม หรือพับลิก เซอร์วิส ออบลิเกชัน (Public Services Obligations) หรือพีเอสโอ (PSO) ขณะนี้เราสับสนอลหม่านกันหมดระหว่าง ๒ อย่าง คือเราไม่แยกออกจากกัน ในการพิจารณา มันทําให้เรากําหนดนโยบายไม่ได้

ประเด็นแรกก็คือแบบทั่วไป คือค่าโดยสารอย่างรถทัวร์รถอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ที่เป็นรถดี ๆ ไม่มีปัญหา เพราะว่าอุปสงค์ อุปทาน หรืออินวิซิเบิล แฮนด์ (Invisible hand) มือที่มองไม่เห็น ถ้าแพงผู้โดยสารก็ไม่นั่ง จัดการไปเองได้ เรื่องนี้ผมได้เคยทํารถบัสโดยสาร ๕ ดาวมาก่อน ก็คือถือว่าคนที่นั่งเครื่องบินเฟิสต์คลาส (First class) มาจากต่างประเทศ เป็น ๑๐๐,๐๐๐ คน เขาก็อยากได้รถดี ๆ ฉะนั้นเราจัดรถดี ๆ เป็นรถยูดี (UD) แล้วก็มีคนขับ ๒ คน ใส่ถุงมือ รถใหม่มาก ค่าโดยสารแพงมากเพื่อจะรับกับนักท่องเที่ยวหรือผู้โดยสาร ลักษณะแบบนี้ ตรงนี้เป็นการบริการไป เขาไม่มีปัญหา เขามีเงินจ่าย แต่ปัญหาในอีก ส่วนหนึ่งก็คือเหมือนรถมอเตอร์ไซค์ที่กําลังพูดอยู่เหมือนกัน ผมเป็นคนทําเรื่องมอเตอร์ไซค์ ป้ายเหลืองเองครับท่านประธาน ตอนนั้นก็คือว่ามีปัญหาเรื่องคิว (Queue) เรื่องทะเลาะกัน อย่างโน้นอย่างนี้ เราก็เลยจัดให้กรมการขนส่งทางบกบวกกับตํารวจและบวกกับท้องถิ่น เป็นคนดูแล ไปเป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้างป้ายเหลือง ซึ่งตรงนี้เรามีการกําหนดเรื่องว่ารถจะต้องปลอดภัย ท่อไอเสียต้องไม่ไปโดนขากรณีผู้โดยสาร ผู้หญิงและมีที่จับข้างหลัง ให้มีหมวกกันน็อก (Knock) ตรงนี้เป็นเรื่องที่ปลอดภัยอยู่แล้ว มีการกําหนดค่าโดยสารด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นที่จะพูดถึงตอนนี้ก็คือว่า ประเด็นค่าโดยสารแบบพันธะบริการเชิงสังคม หรือพีเอสโอ (PSO) ต้องพิจารณาให้ดีมาก ผมเรียนว่าตัวอย่างเรื่องรถ ขสมก. ท่านประธานที่เคารพครับ รถ ขสมก. เอง อยากจะเรียนว่า เมื่อวานนี้เป็นระบบบริการที่มีปัญหามากเลย แล้วเราก็คิดว่าขาดทุนตอนนี้เป็นแสนล้านบาท แล้วเป็นหนี้ แต่ประเด็นปัญหาก็คือว่ารถ ขสมก. เป็นรถที่เกิดมาเพื่อขาดทุน เกิดมาเพื่อ บริการประชาชนที่มีรายได้น้อย ชื่อว่าองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ดังนั้นหนี้สินเป็นจํานวนมาก ถ้าเรามองภาพนี้ บริการไม่ดี ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเคยไปเยี่ยมอู่แล้วก็เคยไปบอกกับ คนขับและพนักงานครบทุกอู่ใน กทม. แล้วบอกว่าตอนเช้า ๆ ผู้โดยสารที่ขึ้นมาคุณไป ขู่เขาไม่ได้ คุณต้องบริการเขาดี ๆ เพราะว่าเขาคือแม่ค้า เขาคือคนจน เขาก็เป็นคนที่มีฐานะด้อย เหมือนกับคุณนั่นแหละ เหมือนกับคนที่เป็นคนขับหรือเป็นกระเป๋านั่นแหละ คนจน ต้องช่วยกันดูแลกันเอง ไม่อย่างนั้นใครจะมาดูแลคุณล่ะ คนที่เขานั่งรถเก๋งเขาไม่มาสนใจ เรื่องนี้หรอก เพราะว่าเขาจะเจอหน้ากันอยู่ทุกวัน ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้เป็นคน ชั้นกลางเขาไม่ค่อยใช้กัน เมื่อวานนี้ ครม. มีมติอนุมัติเงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องของ ขสมก. ไปอีก ๗,๘๙๕ ล้านบาท ก็ทับเข้าไปในนี้ ดังนั้นตรงนี้จะเป็นปัญหาว่าเราต้องทําความเข้าใจ กับนโยบายด้านนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เมืองใหญ่ ๆ ทั่วโลกหลายเมืองมาก ท่านประธานก็คงทราบว่ารถลักษณะแบบ ขสมก. เขาบริการฟรี แล้วถ้าอย่างนั้นกําไร เขาจะหาจากไหนล่ะ มันเป็นบริการสาธารณะของเมืองใหญ่ แต่ของเรากลายเป็นว่า เราผลักภาระไป เรื่องนี้ก็คือว่าให้ผู้โดยสารสู้กับผู้ประกอบการ ก็คือว่าผู้ประกอบการ อย่างรถเมล์เขียว เมื่อก่อนเราเรียกกันว่ามัจจุราชเขียวที่ขับเร็วมาก เป็นผู้ประกอบการที่เป็น รถร่วม ดังนั้นเราผลักให้ผู้โดยสาร ค่าโดยสารแพงประชาชนก็เดือดร้อน ค่าโดยสารถูก ผู้ประกอบการก็เดือดร้อนบริการไม่ได้ ดังนั้นต้องมาคิดเรื่องนี้ ผมเรียนท่านประธานว่า เราควรจะจัดระบบใหม่ก็คือว่าอยากจะให้เมืองใหญ่เข้ามามีส่วนในการดูแล ผมเรียน ท่านประธานว่าเงินทะเบียนภาษี กทม. เรายกตัวอย่าง กทม. ปีนี้ได้ไปประมาณ ๗,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเงินภาษีตรงนี้เท่ากับให้กับ กทม. ดังนั้น กทม. ก็ต้องมาคิดว่าเอากลับมาเป็นค่าโดยสารตรงนี้ ผมอยากให้เป็นอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ คือว่าค่าโดยสารให้แบ่งเป็น ๓ ส่วน รัฐบาลกลางคอยดูแล ๑ ส่วน กทม. หรือเมืองใหญ่ที่ได้เงินภาษีจากป้ายทะเบียนรถไปปีละ ประมาณ ๗,๐๐๐ ล้านบาทแบ่งมาส่วนหนึ่งมากองตรงนี้ แล้วก็ประชาชนผู้โดยสาร ก็จะได้จ่ายอีกส่วน จะได้เป็นจ่ายส่วนน้อย หมายความว่าเป็นส่วนนี้ แต่ส่วนประเด็นเรื่องรถ มีประเทศเดียวในโลกที่มีรถ ๒ วรรณะ คือ เรามีรถติดแอร์ (Air condition) สําหรับคนที่มี ฐานะดีนั่ง แล้วก็รถร้อนสําหรับคนจนนั่ง จริง ๆ แล้วราคารถติดแอร์ (Air condition) แพงกว่ารถร้อนประมาณสัก ๕๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นเองค่าแอร์ (Air condition) ท่านประธานครับ ถ้าเรามีรถวรรณะเดียวคือมีรถติดแอร์ (Air condition) แต่การขึ้นรถตรงนี้ จ่ายค่าโดยสารต่างกัน คนที่เป็นนักเรียนจ่ายค่าโดยสารต่ํามาก คนยากจน ผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป ก็ได้สวัสดิการไปจ่ายต่ํา แล้วก็ผู้ที่เป็นผู้ยากจนก็จ่ายต่ําลงไปอีก ดังนั้นเราก็ควรจะเป็นลักษณะ แบบนี้ให้มีวรรณะเดียว แล้วก็รถบนถนนจะได้ลดจํานวนลงเพราะว่ามีรถอย่างเดียว ไม่ใช่ ไปต่อกันคันหน้ารถติดแอร์ (Air conditon) ว่าง แต่คันหลังรถร้อนแน่นไปหมดอย่างนี้มันไม่ถูก เสียทรัพยากรเปล่า ๆ ดังนั้นผมก็เลยเห็นว่าเรื่องนี้ควรจะศึกษากันให้ชัดเจน แล้วก็มีทําได้ ก็คือโดยใช้นโยบายจากคณะกรรมการนโยบายขนส่งทางบกซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมเป็นประธาน แล้วก็ในนี้อาจจะต้องแก้กฎหมาย กทม. ว่าให้เขามีภารกิจในการ ดูแลเรื่องนี้ด้วย ดังนั้นผมเห็นด้วยว่าควรจะมีการศึกษาเรื่องนี้อย่างละเอียด ผมเป็น คณะกรรมาธิการการคมนาคมอยู่แล้วจะช่วยดูแลอีกแรงหนึ่ง ขอบพระคุณครับ