เท่าพิภพ เสนอ กมธ.วิสามัญฯ แก้ระบบขนส่งสาธารณะ กทม.

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๓

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพมหานคร โดยชี้ให้เห็นปัญหาความล่าช้า ค่าโดยสารแพง และการบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพ รวมถึงเรียกร้องให้ยกระดับอำนาจของหน่วยงานกลางในการบูรณาการทุกภาคส่วน

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล วันนี้ผมได้ขอเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา การให้บริการ การกําหนดอัตราค่าโดยสาร ระบบบริหารจัดการ และแผนงานพัฒนาในอนาคต ของระบบขนส่งสาธารณะในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ท่านประธานครับ ผมก็เป็นผู้แทนกรุงเทพมหานคร และส่วนตัวตั้งแต่เด็กก็นั่งรถเมล์หรือใช้รถขนส่งสาธารณะ เป็นประจํา เช้านี้ผมก็ได้นั่งรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที (MRT) จากบ้านผมที่ท่าพระขึ้นมาลงสถานีบางโพ แล้วก็ต่อวินมอเตอร์ไซค์มา ก็ถือว่าสะดวกขึ้นเยอะที่มีรถไฟฟ้าหลายสายออกไปทาง ชานเมือง แต่ทราบไหมว่าปัญหาของคนกรุงเทพมหานครกลับไม่ได้ทุเลาลงเลย คนกรุงเทพมหานครใช้เวลาบนท้องถนนเพิ่มขึ้น สวนทางกับสถานีรถไฟฟ้า ตอนนี้เราใช้เวลา เฉลี่ยกันอยู่ที่ ๕๖ ชั่วโมงต่อปี เพิ่มขึ้นจาก ๕ ปีก่อนที่อยู่ที่ ๔๕ ชั่วโมงต่อปี ทําไมเป็นอย่างนั้นครับ ทําไมความล้มเหลวนี้จึงเกิดขึ้นได้ มองเผิน ๆ แล้วอาจจะเป็นเรื่องของปัญหารถติด ปัญหาที่เรา ใช้เวลามากขึ้นนะครับ แต่ยังมีปัญหาเรื่องค่าโดยสารที่แพง การไม่ตรงเวลาของรถขนส่งสาธารณะด้วย การขนส่งสาธารณะเป็นสิ่งที่สําคัญมากนะครับ ท่านประธาน การขนส่งสาธารณะสําคัญอย่างไร เพราะมันเป็นโอกาส มันเป็นเครื่องมือ ในการเลื่อนชนชั้นของผู้มีรายได้น้อย การเข้าถึงงานที่ไกลกว่าและดีกว่า ถ้าเขาใช้เวลา น้อยลงในการที่จะไปทํางานที่โน่น เขาก็อาจจะสามารถเดินทางไปรับงานที่ดีขึ้นที่มีรายได้ มากขึ้นได้ เพื่อนสมาชิกผมได้พูดไปถึงวินมอเตอร์ไซค์หรือแกร็บ (Grab) ต่าง ๆ รวมถึง ผู้อภิปรายท่านก่อน ท่าน ส.ส. สุพิศาลก็ได้พูดถึงเรื่องฟีดเดอร์ ไลน์ (Feeder line) ซึ่งอันนี้ ก็เป็นสิ่งที่แก้ปัญหาได้ในกรุงเทพมหานครอย่างแน่นอน แต่ตั้งแต่ผู้อภิปรายคนอื่นมาไม่มีใคร พูดถึงสิ่งที่เราสามารถจัดการได้โดยไม่ใช้เงิน ในความคิดของผมเองปัญหาเรื่องรถเมล์ ไม่เพียงพอ แออัด บางปัญหาอาจจะเกิดจากการที่สายรถเมล์มันวิ่งไกลไป อันนี้มันจัดการ ได้ด้วยการบริหารจัดการทั้งนั้น หรือว่าค่าโดยสารแพง จริง ๆ แล้วมันก็อาจจะจัดการได้ โดยการมีฟีดเดอร์ ไลน์ (Feeder line) หรือว่าการควบคุมของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ปัญหามันอยู่ที่ตรงนี้ละครับ การบริหารจัดการ ปัจจุบันการขนส่งสาธารณะถูกกํากับดูแล โดยสํานักการจราจรและขนส่งกรุงเทพมหานคร เป็นหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร เป็นสํานักหนึ่ง ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการศึกษาสํารวจข้อมูล วิเคราะห์ วางแผน ออกแบบระบบการจราจรขนส่ง การกําหนดมาตรฐานและการดําเนินงานด้านจราจรและ ขนส่งในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งก็เหมือนกับเป็นหน่วยงานที่ดูภาพรวมภาพใหญ่ เป็นหน่วยงานที่วางแผน แต่เชื่อไหมว่าเขาทําอะไรไม่ได้เลย เป็นเหมือนเสือกระดาษ ทําไมเราต้องมีหน่วยงานนี้ที่มีอํานาจมากขึ้น ที่ไม่ใช่เสือกระดาษ ก็เพราะว่าการขนส่ง สาธารณะมันไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่งที่จะทําได้ มันเป็นเรื่องของคอนเนกทิวิตี (Connectivity) หรือการเชื่อมโยงของโครงข่ายขนส่งสาธารณะที่จะสอดรับกันจากรถเมล์ ไปรถไฟฟ้าซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ จากเส้นเลือดฝอยต่าง ๆ ระบบเรือข้ามฟาก หรือแม้กระทั่ง วินมอเตอร์ไซค์ สองแถวในซอยเอง มันต้องมีอํานาจจัดการที่รวมศูนย์พอสมควรที่จะบูรณาการ ของทุกฝ่ายได้ มีอํานาจเหนือทุกฝ่ายได้ และจะแก้ปัญหาได้ เชื่อไหมว่าสํานักการจราจร และขนส่ง กทม. เองไม่มีอํานาจขั้นสุด ดูจากง่าย ๆ ผมเอาตัวอย่างว่าถ้าอยากจะเปลี่ยน สายรถเมล์ ที่ว่าสายรถเมล์นี้ไม่มี หรืออยากมีสายรถเมล์ขึ้นตรงนี้ อย่างเช่นเลียบด่วนเอง ไม่มีสายรถเมล์เลย กทม. ทําได้ไหมครับ สํานักงานนี้ทําไม่ได้นะครับ ต้องเป็นหน้าที่ของ ขสมก. อยากจะเปลี่ยนทางฟีดเดอร์ ไลน์ (Feeder line) เลิกวิ่งทางเดียวกับรถไฟฟ้าได้แล้ว จะไป แชร์ คาพาซิตี (Share capacity) กันทําไม ไม่ได้นะครับ ก็ต้องขอ ขสมก. ถามว่าราคา รถไฟฟ้าแพง บีทีเอส (BTS) เอ็มอาร์ที (MRT) แพง ก็ไม่ได้นะครับ ต้องเป็นของเอกชน อย่างบีทีเอส (BTS) ให้ลดราคา ให้ปรับราคา ต้องไปติดต่อรัฐวิสาหกิจอย่างเอ็มอาร์ที (MRT) หรือรถไฟฟ้ามหานครเพื่อลดราคา จะทําท่าเรือจะทําเรือเมล์อันนี้ยากเลยครับ คือวางแผนหมด เสร็จสรรพต้องไปติดต่อที่กรมเจ้าท่าว่าจะให้ทําหรือเปล่า เอาง่าย ๆ ครับเพื่อน ส.ส. ผม อภิปรายเรื่องวินมอเตอร์ไซค์ ดูรู้สึกว่าวินมอเตอร์ไซค์น่าจะเป็นของ กทม. เขตต่าง ๆ เขตโน้นเขตนี้ เอาจริง ๆ ก็กําหนดไม่ได้ครับ เพราะว่าต้องผ่านคณะกรรมการ ๔ ฝ่าย ผมถามว่า คณะกรรมการ ๔ ฝ่ายนี้คือใครบ้าง ก็มีตํารวจ มีขนส่ง มีเทศกิจ แล้วอีกอย่างหนึ่ง ช็อก (Shock) มากครับท่านประธาน ทหารครับ มาทําไม ทหารมาทําไม มาทําอะไรกับ วินมอเตอร์ไซค์ เกี่ยวอะไรด้วย ผมก็ไม่แน่ใจว่าระบบการจัดการอย่างนี้เราควรจะ เปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ หรือว่ามันมีผลประโยชน์ต้องมาฉันขอด้วย กําลังพลเหลือก็ปรับลดงบ ก็ฝากกรรมาธิการที่อยู่ห้องประมาณ วันนี้เห็น ผบ.ทบ. มาก็ปรับลด คนเขาเกินมาดูเรื่อง วินมอเตอร์ไซค์ ซึ่งจริง ๆ แล้วอย่างที่ผมบอกไปว่าการไร้อํานาจมันทําให้การจัดการ มันไม่เป็นระบบเท่าที่ควร ผมยกตัวอย่างที่ประเทศฝรั่งเศสจะมีหน่วยงานอาร์เอทีพี (RATP) ถ้าภาษาฝรั่งเศสเขาจะอ่านว่า เรจี ออโทนอม เด ทองสปอร์ส พารีเซียง (Regie autonome des transports parisiens) ซึ่งหน่วยงานนี้จะดูหมดเลย ตั้งแต่รถใต้ดิน รถบัส รถราง เขาจะจัดการโดยรวม สังเกตไหมครับ ถ้าเขามีหน่วยงานหนึ่งที่ดูรวมได้ บัตรโดยสารก็ใช้ ใบเดียวได้ ประเทศไทยยังใช้บัตรโดยสารอันเดียวกันไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการไปวางแผน อะไรให้มันเติบโตได้พัฒนากว่านี้หรอกครับ ผมก็อยากวิงวอนว่าการขนส่งสาธารณะ เป็นสิ่งที่สําคัญในการ อย่างที่ผมเรียนไปข้างต้นว่าเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของคน เป็นการให้ทุกคนได้ไต่เต้า ได้ปรับเปลี่ยนชนชั้นทางสังคม ได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพราะขนส่งสาธารณะถ้าเราดีเราถึงจะเรียกตัวเองว่าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วได้นะครับ อย่างที่คําพูดของนายกเทศมนตรีกรุงบูโกต้าได้กล่าวไว้ว่า ประเทศที่พัฒนาแล้วไม่ใช่ประเทศ ที่คนจนมีรถ แต่เป็นประเทศที่คนรวยใช้ขนส่งสาธารณะนะครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ