พลตํารวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เสนอให้ตั้งกรรมาธิการศึกษาปัญหาการขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล หลังระบุว่าระบบขนส่งทางเลือกที่เน้นบริการผู้มีฐานะส่งผลให้คนจนเข้าถึงได้ยาก จึงเรียกร้องมาตรการอุดหนุนและกำกับราคาค่าโดยสารให้เป็นธรรม พร้อมหารือให้กรุงเทพมหานครรับผิดชอบบริการขนส่งมวลชนโดยตรงและเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาการถ่ายโอนภารกิจจากส่วนกลางมาสู่ท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตํารวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้เป็นวันเดียวที่ผมไม่ต้องพูดเร่ง แล้วไม่ต้องขมวด ประเด็นเยอะมาก มีเวลาพอ ในวันนี้ผมได้ขอเสนอญัตติเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาในเรื่องกรณีการบริการรถรับจ้างสาธารณะ และส่วนบุคคลเพื่อบริการให้แก่ผู้บริโภคอย่างทั่วถึงและราคาเหมาะสมในเขต กรุงเทพมหานครและปริมณฑลครับ ท่านประธานครับ มันเป็นเรื่องที่น่าสนใจแล้วเป็นเรื่องที่ จะต้องดูแลประชาชนผู้ยากไร้มาก ๆ จากกรณีที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลได้มีการสร้าง ระบบการขนส่งระบบรางเกิดขึ้นจํานวนมากมายมหาศาล ที่เราเรียกว่ารถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) รถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ที (MRT) หรือแอร์พอร์ตลิงก์ (Airport link) ต่าง ๆ นานา ท่านประธานครับ สายสีต่าง ๆ เป็นบริการทางเลือกครับ มันเป็นบริการที่คนรวย คนมีจะกิน หรือคนที่มีอัฐพอที่จะขึ้นได้ แล้วผู้ที่จัดการคือคนที่มีสตางค์คือทุนใหญ่ครับ เข้ามาทํามาหากิน บนเศรษฐกิจในกรุงเทพมหานคร นั่นคือบริการทางเลือกสาธารณะครับ ทีนี้บริการที่เข้ามา มันเป็นการเสริมให้กรุงเทพมหานครมีการขนส่งอย่างเป็นระบบ แต่ทําให้เกิดปัญหา การขนส่งโดยสารแก่ผู้ยากไร้ ตามตรอก ตามซอย ตามหมู่บ้าน และไม่สามารถเข้าถึงได้ ประกอบกับค่าใช้จ่ายของบริการรถทางเลือกสูงมากครับ ท่านประธานครับ เดี๋ยวผมมี รายละเอียดว่าทําไมสูงขนาดไหน แล้วทําไมจึงทําให้เกิดระบบปัญหาต่าง ๆ กราบเรียน ท่านประธานครับ นอกจากนั้นแล้วยังมีระบบบริการสาธารณะที่เราเรียกว่าแท็กซี่หรือแท็กซี่ ส่วนบุคคลที่เรียกว่าอูเบอร์ (Uber) หรือแกร็บ (Grab) อะไรที่พูดกัน ก็เป็นบริการทางเลือก อีกทางหนึ่งที่ออกมาทํามาหากิน อันนี้โอเค (OK) ทางเลือกครับ ประชาชนมีสตางค์ก็โอเค (OK) ไปทําได้ แต่ราคายังไม่เป็นธรรมเท่าที่ควรครับ ในระบบนั้นเป็นระบบที่ทําให้เข้าถึงบริการ เดินทางได้อย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่สําคัญผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่าค่าใช้จ่าย ของคนจนครับ คนจนในเมืองครับ เรามีคนในเมือง กรุงเทพมหานคร ปริมณฑลโดยรอบ ๑๐ กว่าล้านคน คนจนเกินกว่าครึ่ง ๕ ล้านคนแน่นอน ถ้าเขามีรายได้อยู่แค่เดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ สิ่งที่ควรจะดูแลเขาได้คือเขาจะต้องใช้ค่าใช้จ่ายเดินทาง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินรายได้ แสดงว่า ๒,๐๐๐ บาทคือค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ถ้าต่อหัวต่อวันคือวันละ ๖๐ บาท ไป ๓๐ บาท กลับ ๓๐ บาท นั่นคือเขาอยู่ได้ครับ แต่ถ้าเขามีรายได้ต่ํากว่า ๑๐,๐๐๐ บาทมันก็ต้องลดทอนลงไป นั่นคือทุกข์ยากของเขาครับ ท่านประธานครับ จะเห็นว่าในเขตกรุงเทพมหานครเราจะมีรถเอ็มอาร์ที (MRT) ซึ่งมีบริการ ซึ่งมีอัตราค่าโดยสารต่าง ๆ มันราคาแพงครับ ดูจากตารางก็ได้ครับ ว่าสูงสุดคือ ๔๒ บาท ตอนนี้มีการลดราคาอยู่ครับ โพรโมชัน (Promotion) ของสายสีม่วงซึ่งระยะทางไม่ได้เท่าไร ก็คืออยู่ ๒๐ บาท เห็นไหมครับ ถ้า ๔๒ บาทนี่ตายเลยครับ โอเวอร์ (Over) กว่า ๓๐ บาท สายต่าง ๆ อัตรามีถึง ๕๙ บาทครับ ท่านประธานครับ นอกจากรถรับจ้างแล้วยังมี รถรับจ้างที่เราเรียกว่ารถแท็กซี่ จํานวนรถรับจ้างที่มีอยู่ในกรุงเทพมหานคร ๗๘,๓๙๘ คัน รถรับจ้างที่เราเรียกว่าแท็กซี่ รวมทั้งบุคคล นิติบุคคลเป็นองค์ประกอบสําคัญ แต่รถแท็กซี่ พวกนี้ยังก่อปัญหาครับ ประเภทไม่รับคนไทย กรมการขนส่งทางบกต้องตั้งคําถามว่าทําไม ถึงไม่รับคนไทยเรียกแล้วจะรอแต่ฝรั่ง โดยเฉพาะย่านใจกลางเมือง แถวสยามสแควร์ แถวถนนสุขุมวิท เรียกเท่าไรก็ไม่ไปครับ เราจะทําอย่างไรถึงจะซับซิไดซ์ (Subsidize) หรือออกมาตรการให้แท็กซี่พวกนี้บริการคนไทยในราคาเป็นธรรมตามมิเตอร์ (Meter) ที่ตั้ง ได้ชัดเจน โดยมีการซับซิไดซ์ (Subsidize) หรือกฎเกณฑ์ว่าต้องรับคนไทยอย่างน้อยวันละ ๓ คน ถ้าไม่มีก็ไม่ต่อใบอนุญาต ตลอดจน ๔ ล้อเล็ก รถจักรยานยนต์ รถจักรยานยนต์มีท่าน ส.ส. ผู้มีเกียรติในพรรคผมพูดไปแล้ว ๘๘,๖๐๘ คัน นอกจากนั้นก็ยังมีรถตุ๊กตุ๊กที่บริการ ตุ๊กตุ๊กนี่ก็เหมือนกันครับจ้องจะรับแต่ฝรั่งมังค่าเรียกเท่าไรไม่ไป เอาระยะสั้นเป็นหลัก นี่คือปัญหาของคนจน สิ่งสําคัญคือเราต้องกลับมาดูในเรื่องของรถโดยสารประจําทางซึ่งเป็น รถประเภทเดียวในหมวด ๑ คือมี ๑๐,๒๐๒ คัน ซึ่งวิ่งอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มันน้อยครับ แล้วมันก็ไม่สามารถเข้าถึงชุมชนและหมู่บ้านได้ ค่าโดยสารก็ตั้งแต่ ๘ บาท ๙ บาท ไล่ไปเลยครับ ถ้าติดแอร์หน่อยก็ไปถึง ๒๕ บาท ๒๕ บาทก็โอเค (OK) พอได้ เพราะว่าไปเที่ยวละ ๓๐ บาท ถ้ามีเหลือ ๓๐ บาทก็พอไหวท่านจะได้นั่งรถแอร์ แต่ผมว่าก็ยังไม่มีเพียงพอ ปัญหาคือ มันไม่เพียงพอ นั่งรอแล้วรถแอร์ ๓๐ นาทีบางทีถึงจะมาสักคันหนึ่ง มันไม่คัฟเวอร์ (Cover) ในกรุงเทพมหานคร มันคือปัญหาของคนจนจริง ๆ ที่นั่งรอ ผมขับรถผ่านไปเจอคนจนนั่งรอ รถเมล์ รอแล้วรออีกไม่สามารถจะขึ้นได้ หรือต่อรถไม่ได้ เสียหายในการเดินทางวันละชั่วโมง ถึง ๒ ชั่วโมง นั่นคือทุกข์ของคนจนครับ กลับมาดูว่าเราจะทําอย่างไร การคํานวณค่าบริการ ที่ดีมีหลักครับ ผมหยิบหลักนี้มาจากงานวิจัย งานวิจัยของท่านหนึ่งเดี๋ยวจะบอกว่างานวิจัย ของท่านไหน ในการคํานวณแท็กซี่มิเตอร์มีการคํานวณเงินจากมาตรวัดที่ติดอยู่ ก็ปรับขึ้น ตามอัตราเป็นวิธีที่นิยมกันโดยใช้การคํานวณจากค่าเริ่มต้นไปถึงค่าโดยสารที่เพิ่มขึ้น ตามระยะทางที่เป็นอัตราที่กําหนด มีอัตราก้าวหน้า มีอัตราอะไร แต่จะถูกคนขับแท็กซี่ กดปุ่มเร่งพรืด ๆ เลย เลขมันขึ้นเลยครับ นี่ก็ต้องดําเนินคดี นี่คือปัญหา ถ้าท่านมาจาก สนามบินดอนเมืองโดนมา ๕๐๐ บาทครับ แต่ก่อน ๑๓๐-๑๔๐ บาท เดี๋ยวนี้จากสนามบิน สุวรรณภูมิมาใจกลางเมือง ๕๐๐ บาท ตกใจครับท่านประธาน ยิ่งมีฝรั่งมังค่ามาโดนหมดครับ อันที่ ๒ การคํานวณค่าโดยสารโดยวิธีการแบ่งตามเขตพื้นที่ตามเซกเตอร์ (Sector) ราคานี้ จะเพิ่มขึ้นตามการข้ามเขตต่าง ๆ นานา เรื่องการบริการภายในแท็กซี่ก็จะต้องมีแผนที่ มีแมป (Map) มีกูเกิล (Google) มีสิ่งเหล่านี้เข้ามาบอกเพื่อช่วยให้ผู้โดยสารทราบราคา ชัดเจนมันจะได้รู้เส้นทาง ใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital platform) ที่บริการ ภาครัฐจะต้อง ทําให้อัตราค่าโดยสารที่เป็นระบบคงที่ คือค่าโดยสารที่ไม่เปลี่ยนแปลงตามระยะทาง เป็นวิธี นิยมในเมืองขนาดเล็กที่เป็นระยะทางสั้น ๆ มักจะคิดเป็นค่าบริการเดินทางคือเหมาจ่าย อันนี้ก็คือต่อรองกันคนไทยนิยมใช้ ราคา ๓๐ บาทไม่มีแล้วครับ เดี๋ยวนี้แบงก์ ๕๐ บาท เผลอ ๆ แบงก์ ๑๐๐ บาท ในระยะสั้นต่อรองกันเพื่อจะไป นั่นเลือกอีกว่าจะรับหรือไม่รับ นั่นคือทุกข์ร้อนของคนในเมือง ถ้าอย่างนั้นเราจะวางระบบอย่างไรที่จะช่วยเหลือ นั่นคือเป็น ประเด็นรถสาธารณะทั้งหมดที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ผมว่าในหัวเมืองใหญ่ ๆ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดสงขลาก็เหมือนกันครับ ซึ่งจะต้องมีระบบอันนี้ช่วยเหลือ ผมจึงบอกว่าการวางแผนระบบการขนส่งหรือเรียกว่า ฟีดเดอร์ (Feeder) พรรคก้าวไกลของผมมีนโยบายตั้งแต่แรกแล้วครับ คือการสร้างระบบ ฟีดเดอร์ (Feeder) ให้บริการคนในพื้นที่หมู่บ้าน ชุมชน อย่างทั่วถึง เพื่อเข้าถึงรถทางเลือก หรือรถสาธารณะที่สามารถต่อได้ ระบบการขนส่งหรือระบบฟีดเดอร์ (Feeder) นี้ เหมาะสม และตอบโจทย์ในการใช้งานผู้โดยสาร ย่อมเป็นประโยชน์แก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อย มิใช่ในเขต กรุงเทพฯ หรือปริมณฑลเท่านั้น ทั่วทุกจังหวัดที่มีระบบขนส่งสาธารณะ ฉะนั้นการคํานวณ ปริมาณผู้ใช้ กรมการขนส่งทางบกเองหรือกรุงเทพมหานครเองซึ่งจะต้องดูแลคนจน คนจนนะครับ ผมบอกคนจนคนมีรายได้น้อย คนรวยผมไม่สนใจหรอกครับ เพราะว่า เขามีรายได้อยู่แล้ว ถ้าเขาข้ามกับดักรายได้ปานกลางของประเทศ คือ ๓๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป เขาไม่ต้องสนใจครับ เขาจะขึ้นอะไรก็ได้ ท่านประธานครับ ผมขออีกสักแป๊บเดียวครับ เพื่ออภิปรายในเรื่องของเส้นทางที่เราจําลองขึ้นมาครับ เส้นทางของรถชัตเทิลบัส (Shuttle Bus) หรือในระบบฟีดเดอร์ (Feeder) จะมี ๓ เส้นทางที่วิ่งกัน วิ่งเป็นลูป (Loop) เพื่อรับคน ในหมู่บ้าน มี ๓ เส้นทางครับ ตัวอย่าง บี๑ (B1) บี๒ (B2) บี๓ (B3) เพื่อให้เห็นว่าการที่มีรถฟีดเดอร์ (Feeder) เพื่อเก็บคน จากในหมู่บ้านหรือจากเส้นทางซึ่งแต่ก่อนมันอาจจะเป็นรถสองแถวเล็กหรือรถกระป้อ แต่เราทําให้ดีหน่อยครับ ให้มีบริการ และสําคัญคือต้องราคาถูกครับ ต้องซับซิไดซ์ (Subsidize) โดยภาครัฐบาลหรือองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นนั้น ๆ ที่จะดูแลภาคประชาชน ใช้เงินอันนี้เพื่อกําหนดเส้นทางเพื่อให้เกิดการฟีดเดอร์ (Feeder) รถสาธารณะให้กับ ประชาชนครับ
สุดท้ายครับ สิ่งสําคัญคือมีงานวิจัยของท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ นันทวัฒน์ บรมานันท์ ซึ่งปรากฏในหนังสือที่ระลึก เนื่องจากโอกาสมงคลอายุ ๕ รอบนักษัตร ของศาสตราจารย์กิตติคุณ ดอกเตอร์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เขียนไว้ครับ ผมหยิบมาเลย หน้า ๓๒๐ มีที่มาที่ไป ผมไม่ได้คิดเองครับ แต่ผมอยากให้หากจะต้องมีการทดลอง ให้กรุงเทพมหานคร ไม่ทดลองหรอกครับ ผมว่าเอาจริง ๆ เลยครับ ให้กรุงเทพมหานคร เป็นจังหวัดปกครองตนเอง รัฐก็ควรจะส่งคืนภารกิจนี้ ส่งคืนภารกิจการจัดทําบริการ สาธารณะด้านขนส่งมวลชนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครให้กับกรุงเทพมหานคร เพราะกรุงเทพมหานครเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ กรุงเทพมหานครและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ที่กําหนดให้ภารกิจในการจัดทํา บริการสาธารณะด้านขนส่งมวลชนภายในเขตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน้าที่ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนั้นควรที่จะให้กรุงเทพมหานครเข้ามารับผิดชอบในเรื่องการ ขนส่งมวลชนด้วยตัวเอง ทําได้ครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้เรามีงบประมาณซึ่งองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถสร้างตัวตนได้ เป็นหน่วยรับงบประมาณชัดเจน กรุงเทพมหานครรับมานานแล้วครับ แล้วมีธุรกิจที่เรียกว่าวิสาหกิจของกรุงเทพมหานคร ต้องเอาไปทําครับ รถ ขสมก. ควรจะยกภารกิจนี้ตัดโอนให้กับทางกรุงเทพมหานคร อย่างชัดเจน และจะทําให้เกิดระบบรถฟีดเดอร์ (Feeder) ซึ่งมาบริการ เอารายได้จาก กรุงเทพมหานครมาสนับสนุนคนจนในเมือง เพื่อให้ได้เม็ดเงิน แล้วมาบริการคนจน ๕ ล้านคนเศษ เพื่อให้ได้บริการที่ดีและราคาถูกครับ ท่านประธานครับ ผมขอไว้เท่านี้ครับ สุดท้ายก็คือขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ครับ กราบขอบพระคุณมากครับ ที่ให้เวลา วันนี้เป็นวันที่ผมพูดช้าที่สุดครับ ขอบคุณครับ