ฐิตินันท์ ชี้ม็อบเกิดจากแรงเชื่อ ไม่ใช่ชักจูง ย้ำเด็กคืออนาคต

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๓

ฐิตินันท์ แสงนาค แบ่งปันมุมมองจากประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางสังคม โดยย้ำว่าม็อบนักเรียนนักศึกษาไม่ใช่ภัยแต่เป็นพลังบริสุทธิ์ที่ควรได้รับการสนับสนุนและรับฟังอย่างเปิดใจ พร้อมเสนอให้พิจารณาข้อดีและข้อเสียของรายงานอย่างรอบด้านแทนการตัดสินเพียงด้านเดียว

นายฐิตินันท์ แสงนาค ขอนแก่น

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายฐิตินันท์ แสงนาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๑ ตัวแทนคนเมือง พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการสามัญชุดนี้ ที่ได้ศึกษาแนวทางรายงานฉบับนี้มาให้สภาผู้แทนราษฎรของเราได้พิจารณา ท่านประธานครับ จากปี ๒๕๔๘-๒๕๖๓ ๑๖ ปีครับ ๑๖ ปีแห่งความหลัง ทั้งรัก ทั้งชัง ทั้งหวานและขมขื่น เป็นบทเพลงซึ่งผ่านมาหลายสิบปีแล้วแต่ยังใช้กับปัจจุบันได้ในสถานการณ์เช่นนี้ ผมเป็น คนหนึ่งผลิตผลที่เกิดจากม็อบ (Mob) ครับ ม็อบ (Mob) ปี ๒๕๓๕ พฤษภาทมิฬหรือม็อบ (Mob) มือถือ ผมนี่ละครับถือธงนำคนแรกขี่มอเตอร์ไซค์รอบเมืองกับทีมงานลูกน้องผม ๑๐๐ กว่าคัน ในการทำม็อบ (Mob) ไม่ว่าจะเป็นผู้นำม็อบ (Mob) หรือลูกทีมม็อบ (Mob) มันมีแรงจูงใจ มันมีเหตุและผลในตัวมันเอง ซึ่งความเชื่อของแต่ละคนนั้นต่างกันครับ ในการทำม็อบ (Mob) มีอยู่ ๒ เรื่องที่จะทำให้ม็อบ (Mob) จุดติดหรือไม่ติด ในฐานะที่ ผมจบนิเทศศาสตร์มาในระดับปริญญาตรี เอกการประชาสัมพันธ์ ก็คือเรื่องการ ประชาสัมพันธ์ หรือพับบลิก รีเลชันส์ (Public Relations) คือบอกให้รู้ไว้ แจ้งให้ทราบ และกลไกหนึ่งก็คือการโฆษณาหรือแอดเวอร์ไทซิง (Advertising) บอกว่าอย่างนั้นอย่างนี้ ดีอย่างนั้นอย่างนี้ ท่านนึกไม่ออกดูโฆษณาครีมหน้าขาวทุกวันนี้ ทาปุ๊บขาวปั๊บ นั่นคือการ โฆษณาชวนเชื่อครับ ในม็อบ (Mob) ก็เหมือนกัน ในปี ๒๕๓๕ ลูกน้องผมสามารถจะขับรถตามหลังผมได้ ๑๐๐ คัน ผมก็ใช้วิธีการต่าง ๆ ให้เขาเชื่อ และสุดท้ายปี ๒๕๕๓ ตัวเลขกลับกัน ผมก็เป็นหนึ่ง ที่มากินมานอนอยู่ราชประสงค์กับเขา วิ่งหลบกระสุนก็มี เพราะฉะนั้นผมอยากให้ เพื่อนสมาชิกทั้ง ๕๐๐ ท่าน ได้รู้ไว้ว่ามันมีแรงจูงใจมีความเชื่อของแต่ละคนครับ ไม่มีใคร ที่จะมาชักจูง ชักชวนกันได้หรอก มันเป็นความเชื่อ แต่บังเอิญการที่เกิดม็อบ (Mob) ขึ้นมา ความเชื่อของคนส่วนใหญ่มันตรงกัน ผมไม่คิดนะครับว่าม็อบ (Mob) นักเรียน นิสิต นักศึกษาในวันนี้จะเป็นภัยอันตรายต่อชาติ ผมมองถึงพลังที่บริสุทธิ์ แน่นอนครับ ท่านประธาน เหรียญมี ๒ ด้าน มีด้านดีก็ต้องมีด้านไม่ดี เราจะมองด้านดีของเด็ก ๆ เขาว่า เขาสามารถกล้าแสดงออก กล้าคิด กล้าทำ เด็กพวกนี้ละครับอีก ๒๐ ปี หรือ ๓๐ ปีข้างหน้า บางคนอาจจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี มาเป็นคณะรัฐมนตรี มาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แทนพวกเราที่นั่งอยู่ เพราะฉะนั้นเราจะประคับประคองเขาไปได้อย่างไร โดยเฉพาะที่เขา เรียกร้องมา ๓ ข้อ ข้อ ๔ ผมไม่พูดนะครับ ผมสนับสนุนตั้งแต่ทีแรกเลย หยุดคุกคาม ประชาชน เยาวชน นักศึกษา แต่ใช่ว่าจะยกเว้นคนที่กระทำความผิดนะครับ คนที่ไปกระทำ ความผิดชัดเจนอันนั้นไม่ยกเว้น เพราะว่ารัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่าสิทธิเสรีภาพในการชุมนุม อย่างสันติ ผมมีโอกาสได้ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๘ ครับ ในนั้นมีอยู่ ๒ ประเด็น ที่รัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ก็คือ ๑. สิทธิพลเมือง ๒. หน้าที่พลเมือง ปรากฏว่ารัฐธรรมนูญฉบับนั้น ให้สิทธิมากเกินไป ผู้มีอำนาจบอกว่าพลเมืองจะต้องมีหน้าที่ เหมือนคำขวัญเด็กครับ เด็กเอ๋ย เด็กดีมีหน้าที่ ๑๐ อย่างด้วยกัน สิทธิอย่ามากเกินไป ประชาชนเก่งและฉลาด จริง ๆ แล้วปกครองยากมาก เหมือนลูกหลานของเรา เถียงคำไม่ตกฟาก รู้ดีกว่าเรา ท่านประธานครับ ที่ผมพูดเช่นนี้ผมไม่ได้เชียร์ฝ่ายไหน ผมพูดในความรู้สึกและประสบการณ์ ที่ผ่านมา ผมเคยร่วมชุมนุมกับทุกสีเสื้อครับ สุดท้ายพอเห็นทีท่าว่าไม่ดี มีการใส่สีตีไข่มาก ก็ถอนตัวออกมา มาอยู่ฝ่ายที่เป็นกลาง ตอนนั้นเขาให้ชื่อว่าม็อบ (Mob) พิราบขาว ใส่เสื้อขาว ท่านประธานเชื่อไหมว่าโดนด่า หาว่าพวกโลกสวย เป็นกลางไม่มี เป็นนิ้วกลาง มีนิ้วกลางก็ชูไม่ได้ โชว์ไม่ได้ด้วย นั่นคือประสบการณ์จริงครับ ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิก ๕๐๐ คนในที่นี้ ผมทราบว่าบรรดาพี่ ๆ หลายท่านผ่านประสบการณ์โชกโชนมาแล้ว ต่อสู้มาแทบเอาชีวิตไม่รอด ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ผมไม่โชกโชนเหมือนท่าน ผมผ่านมา หลายเวที หลายด้าน พอมองเห็น ที่พูดนี่ผมเห็นว่ารายงานฉบับนี้มีประโยชน์ในการที่จะ นำมาศึกษาพิจารณา แต่จะถึงขั้นว่าสมบูรณ์แบบหรือไม่ คงไม่ใช่ครับ ทุกสิ่งทุกอย่างมีข้อดี และข้อเสีย เราจะรับมาพิจารณาในประเด็นข้อดีหรือจะดูข้อเสียของมัน ถ้าเราจะเอาข้อดี มันก็มี แต่ถ้าจะดูข้อเสีย ผลเสียมันก็มีอีกเช่นกัน ดังนั้นในวันนี้ผมเพียงแค่แสดงทัศนคติ ความรู้ส่วนตัวที่ผ่านมา ประสบการณ์ที่เคยพบปะมา พบเห็นมา ให้บรรดาสมาชิกผู้อาวุโสทั้งหลายได้ตระหนักคิดไปด้วยกันครับ โดยเฉพาะม็อบ (Mob) นักเรียน นักศึกษา ไม่เป็นอันตรายหรอกครับ ไม่ต้องไปกลัว ไม่ลุกเป็นไฟ เด็กพวกนี้ เขาไม่มีอาวุธ ผมเองก็ไม่กลัว มีโอกาสผมก็ไปฟังน้อง ๆ เขา ไปไม่ได้ผมก็ให้ผู้แทนไปฟัง บางอย่างมีประโยชน์มีสาระ ผมก็นำกลับมาคิดและปรึกษาหารือกัน ฝากท่านประธานไปถึง สมาชิกทั้งหมดในวันนี้ทั้งที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ใคร่ครวญเอาประโยชน์ของประเทศชาติ แล้วก็ น้อง ๆ นิสิต นักศึกษา และประชาชนเป็นหลัก ขอบคุณมากครับ