ครูมานิตย์ ยันเปิดใจรับฟัง-ส่งเสริมเยาวชนร่วมแก้รัฐธรรมนูญ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๓

ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในประเทศ ชื่นชมบทบาทของกรรมาธิการด้านความปรองดอง และเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดใจรับฟังปัญหา พร้อมผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญและการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน เพื่อสร้างความสามัคคีและประชาธิปไตยที่แท้จริง รวมทั้งเสนอให้ส่งรายงานผลการพิจารณาเกี่ยวกับความยุติธรรมและความสามัคคีพร้อมข้อเสนอแนะไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ในการแก้ปัญหาประเทศอย่างยั่งยืน

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทย ผู้แทนสุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่ ผ้าไหมงาม ประคำสวย ร่ำรวยปราสาท ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม งามพร้อมวัฒนธรรม ถ้าผมไม่ชื่นชมกรรมาธิการชุดนี้ที่นำเสนอ เรื่องแนวทางการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ของคนในชาติ รู้สึกว่าตัวเองจะเสียใจ เป็นอย่างยิ่ง เพราะที่จริงแล้ว ๒-๓ วันนี้ผมทำเรื่องเป็นอนุกรรมาธิการงบประมาณอยู่ แต่ก็ มีความจำเป็น ๗ นาทีต่อจากนี้ไปผมจะพูดแบบครูที่นั่งดูด้วยความเป็นห่วงกับบ้านเมือง ในช่วงหลัง ๆ ถ้ามีเวลา แต่จะพูดถึงความปรองดองที่กรรมาธิการมีเจตนา ก็ต้องขอชื่นชม นอกจากกรรมาธิการแล้วผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์วุฒิสาร ตันไชย ท่าน พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ ท่านอาจารย์โคทม ท่านพิภพ ธงไชย ท่านคำนูณ สิทธิสมาน บุคคลเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเห็นของประเทศเดินไปข้างหน้าด้วย ความสงบ ท่านประธานครับ เราฟังเพลงชาติไทยทุกวัน ในเนื้อหาสาระของเพลงชาตินั้นมันเปี่ยมล้น ไปด้วยความสุข มันเปี่ยมล้นไปด้วยความรักความสามัคคีแล้วก็ความเป็นไทย แต่นั่นคือ ตัวเพลง แต่ข้อเท็จจริงที่ยืนอยู่บนประเทศนี้ เรื่องของความปรองดองเราแสวงหากันมา นานแล้ว แต่ยังไม่ถึงจุดนั้นสักทีหนึ่ง เพราะอะไรครับ เพราะว่าคนที่มีอำนาจที่แท้จริง ไม่ยอมสดับรับฟัง ไม่ยอมเอาไปแก้ปัญหา ผมไม่เชื่อว่าเพื่อนผมตั้ง ๕๐๐ คน ที่นั่งอยู่ ในสภาแห่งนี้ ทั้งท่านประธานด้วยว่าไม่มีใครจะไม่รู้รากเหง้าของปัญหาในประเทศไทย ที่เกิดขึ้นทั้งอดีตและความน่าจะเป็นในอนาคต ทุกคนเชื่อหมด แต่วันหนึ่งพอนั่งอยู่ซีกหนึ่ง ก็คิดอีกแบบหนึ่ง พอไปนั่งอยู่อีกซีกหนึ่งก็คิดอีกแบบหนึ่ง เอาท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ผมเคารพนับถือ ท่านประธานจำได้นะครับ เพลงที่คืนความสุขให้กับประชาชน อีกไม่นานประชาชน นั่งไปนั่งมาปีนี้ปีที่ ๖ ปีที่ ๗ แล้ว กะว่าอยู่ไปอีกปีไหนผมไม่รู้ ถ้าท่าน ปฏิวัติวันนั้น แล้ว ๒ ปีท่านคืนอำนาจ แก้ไขหาจุดอ่อนความบกพร่องที่ท่านได้พูดไว้ ท่านจะ ทำความปรองดอง ท่านจะทำทุกอย่างที่ให้ประเทศไทยเดินไปได้ ท้ายที่สุดท่านเอาตัวท่าน เป็นบรรทัดฐานมากลายเป็นปัญหาเสียเอง ทุกคนรู้ เด็กนักเรียนรู้ แล้วผู้แทนไม่รู้ได้อย่างไร วันนี้ เห็นไหมครับ พออำนาจเข้ามาความโลภมันเกิด ปัญหาก็แก้ไม่ได้ วันนี้เรื่องนี้จะส่งถึง รัฐบาลโดยสภาแห่งนี้ได้ไม่ได้ไม่รู้ แต่ผมฝากกรรมาธิการที่นั่งอยู่ข้างบนช่วยรวบรวมส่งไปให้ ท่านนายกรัฐมนตรีสักโหลเล่ม คือ ๑๒ เล่ม แล้วก็ให้อ่านข้อสังเกต ๙ ข้อ นอกนั้นก็ส่งไปให้ ท่านรัฐมนตรี ส่งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผมเชื่อแน่ว่าถ้าได้อ่านรายงานฉบับนี้ผมเชื่อว่าต้อง อายใจตัวเองบ้างว่าสิ่งที่เราได้พูด สิ่งที่เราได้คิด เราพูดไปตามสาธารณะ เราไม่ได้ปฏิบัติเลย วันนี้ผมก็เป็นห่วง เอาเรื่องวันนี้ สถานการณ์รายงานเข้ามาพอดี แต่จริง ๆ เจตนา ของกรรมาธิการอยากรายงานเหตุที่เกิดขึ้นมาในอดีต อยากให้มีการนิรโทษกรรม อยากให้ช่วยแก้กฎหมาย ให้ยกเลิกกฎหมายบางข้อบางฉบับ ผมไม่พูด เพราะหลายคน ได้อธิบายความมาแล้ว ผมก็สิ้นกระแสความตรงนั้น แต่ว่าบังเอิญเหตุการณ์ใหม่กำลังจะ เข้ามาพอดี ยิ่งกว่าดินพอกหมูอีกนะครับท่านประธานที่เคารพ ดูแล้วสุ่มเสี่ยง ผมบอก นายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานไปตั้งแต่วันอภิปรายเรื่องเด็กนักเรียน นิสิต นักศึกษา ผมจำวันที่ไม่ได้ ผมบอกแล้วว่าเรื่องของเด็กที่มาเรียกร้องขอให้มองเป็นความสวยงาม ระบอบประชาธิปไตยในโลกนี้ความคิดต่างเป็นความสวยงาม ความคิดต่างเป็นประโยชน์ เพียงแต่ว่าเราตะล่อมเอามุมไหน เอาเหตุการณ์อะไรมาผนวกด้วยกัน หรือทุกวันเขาเรียกว่า มาบูรณาการแล้วค่อย ๆ แก้ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ผมไม่ได้โทษหรอกครับแต่ผมกล่าวหา ท่านเลย ท่านไม่ยอมที่จะเดินลงมาแก้ปัญหา ท่านจะคุยเรื่องปรองดอง ท่านแก้ เรื่องรัฐธรรมนูญ วันหนึ่งท่านบอกว่าท่านเห็นด้วย วันหนึ่งท่านก็เฉย ท่านประกาศสิครับ ผมจะให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. ผมจะให้มีการแก้รัฐธรรมนูญโดย ส.ส.ร. ว่ากันไปเลย ยกเว้น หมวดพระมหากษัตริย์ สถาบันที่เราเคารพนับถือก็ว่ากันไป หมวดอื่นก็มาว่าเพื่อเดินหน้า ไปตามกระบวนการระบอบประชาธิปไตยภายใต้การปกครองพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข ก็จบ อันนี้เดินยิ้ม แต่งตั้ง ครม. เสร็จก็เดินยิ้มลูกเดียว ฉะนั้นผมคิดว่าคนที่มี อำนาจสูงสุดในการถือกฎหมายของรัฐวันนี้คือท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าท่านตั้งใจท่านบอกว่า ให้กระทำ ให้คณะกรรมาธิการไปนั่งคุย ไปแลกเปลี่ยนปัญหาว่าอยากให้นายกรัฐมนตรี แก้ไขปัญหาอย่างไรบ้าง ผมว่าบ้านเมืองมันเดินไปได้ วันนี้ปัญหาเศรษฐกิจก็รุมเร้ารัฐบาล ปัญหาการเมืองก็รุมเร้ารัฐบาล ปัญหาของเด็กก็กำลังรุมเร้า ผมเป็นห่วงท่าน เพราะผมเห็นว่า บางอิริยาบถของท่านนายกรัฐมนตรีก็มีความตั้งใจในการทำงานเพื่อบ้านเมือง แต่พอเรื่อง การเมือง เรื่องรัฐธรรมนูญ ท่านไม่เอาเลย เพราะท่านตระหนักเรื่องของความมั่นคง เห็นไหม ขนาดโควิด (COVID) ท่านใช้ พ.ร.ก. ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ท่านเก่งแต่ความมั่นคงอย่างเดียว ท่านมองว่าการเมืองไม่ใช่ความสวยงาม ผมเลยเป็นห่วงบ้านเมืองเหมือนกับท่านประธาน ที่ผมเคารพ

ท้ายที่สุดครับ วันนี้ผมฝากท่านประธานเป็นประโยคสุดท้ายว่าความยุติธรรมไม่มี ความสามัคคีจะไม่เกิด แล้วก็ฝากท่านนายกรัฐมนตรีลงมาดูเรื่องที่กรรมาธิการทำไปวันนี้ ค่อนข้างจะสมบูรณ์แล้ว ส่วนเพื่อนซีกรัฐบาลจะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยก็เป็นสิทธิของท่าน แต่พวกผมเห็นด้วยกันแนวทางรายงานทั้งของท่านดอกเตอร์ แล้วก็ท่านสิระนะครับ ถ้าหาก ว่าไม่เห็นด้วยในการส่งไปตามระบบราชการ ก็ฝากท่านประธาน ท่านกรรมาธิการแพ็ก (Pack) ใส่ห่อสักโหลหนึ่งเอาไปส่งที่ทำเนียบรัฐบาลให้ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วนอกนั้น ก็คนละ ๖ เล่ม ๖ เล่ม เผื่อเขาจะได้ศึกษา เกิดวิชัน (Vision) ขึ้นมาจะได้แก้ปัญหาเป็นกุญแจ ไขบ้านไขเมืองได้ ขอบคุณครับ