รังสิมันต์ วิจารณ์รัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจ เสนอทำใหม่เพื่อปรองดอง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๓

รังสิมันต์ โรม ตั้งข้อสังเกตต่อรัฐธรรมนูญปัจจุบันที่เอื้อต่อการสืบทอดอำนาจและสนับสนุนการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของบุคคลเฉพาะกลุ่ม พร้อมเรียกร้องยกเลิกบทบัญญัติเกี่ยวกับวุฒิสมาชิกชุดพิเศษจาก คสช. และผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเพื่อสร้างความปรองดอง รวมทั้งวิพากษ์การนิรโทษกรรมเฉพาะกลุ่มที่ไม่รวมผู้ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 ว่าขัดเจตนาการสมานฉันท์ และเรียกร้องให้รัฐบาลฟังเสียงจากเยาวชนและเปิดพื้นที่รับฟังความเห็นต่างอย่างจริงจัง

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ต้องเรียนว่าจริง ๆ แล้วตัวผมเองอยู่ในกรรมาธิการนี้ด้วย แต่ครั้งนี้ ขอใช้สิทธิในฐานะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากมีบางประเด็นที่ผมต้องการ ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมต่อจากรายงานฉบับนี้ เพื่อให้รายงานฉบับนี้เป็นรายงานที่มีความ สมบูรณ์มากขึ้น ประเด็นแรกผมเห็นด้วยและสนับสนุนข้อสังเกตในเรื่องของการ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เราต้องยอมรับความจริงว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่บังคับใช้อยู่ไม่เอื้อต่อการสร้างบรรยากาศแห่งความปรองดอง รัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีหลายหมวด หลายมาตรา ยกตัวอย่างเช่นมาตรา ๒๖๙ ที่กำหนดให้มี ส.ว. ๒๕๐ คน ที่มาจากการแต่งตั้งโดย คสช. มาตรา ๒๗๒ ที่ ส.ว. ชุดนี้มีอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรี เราต่างรู้กันดีว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีกลไกที่สืบทอดอำนาจเพื่อให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี อย่างน้อย ๒ สมัยติดต่อกัน และตัว พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นี่แหละครับที่เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง กลไกแบบนี้ หากไม่มีการเอาออกไป ผมคิดว่าเราจะปรองดองกันได้ยาก และต้องย้ำว่าที่ปรองดองกันไม่ได้ ไม่ใช่เพราะว่าคนเห็นต่างจากรัฐบาล เขาไม่อยากปรองดอง แต่เป็นเพราะฝ่ายรัฐบาล ไม่ยอมลดราวาศอก ถ้ารัฐบาลยังไม่ยอมรับให้มีรัฐธรรมนูญที่เป็นเนื้อหาที่เป็นประชาธิปไตย คงเป็นการยากที่เราจะสร้างบรรยากาศแห่งการพูดคุยได้ ท่านประธานที่เคารพครับ นับตั้งแต่รายงานฉบับนี้ถูกบรรจุเข้าสู่สภา ผมเองก็มีความหวังว่าเราอาจจะได้เห็นการ แก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย เงื่อนไขหนึ่งก็คือการทำลาย ส.ว. ที่มาจาก คสช. และเนื่องจากรายงานฉบับนี้ศึกษาโดยคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีประธานคณะกรรมาธิการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจาก ฝั่งรัฐบาล ผมก็หวังว่าเพื่อนสมาชิกจากฟากรัฐบาลจะช่วยกันสนับสนุนรายงานฉบับนี้ เพื่อส่งต่อข้อสังเกตไปยังรัฐบาลให้ดำเนินการกดปุ่ม ส.ว.และ ส.ส. ที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ เพื่อสนับสนุนให้มีความเปลี่ยนแปลงในรัฐธรรมนูญและสร้างรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชน ตามที่รายงานฉบับนี้ได้ศึกษามา อย่างไรก็ตามครับ ก็ต้องเรียนว่าเราเองก็ยังไม่รู้ว่าตกลงแล้ว เราจะได้แก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ รัฐธรรมนูญจะถูกร่างเป็นฉบับประชาชนหรือเปล่า ผมก็อยากจะฝากท่านประธานไปถึง ส.ว. ว่าที่ผ่านมาการที่ท่านออกมาขู่การชุมนุมทาง การเมืองของนักศึกษาว่าเป็นการจาบจ้วงสถาบันและอาจจะนำไปสู่การนองเลือดนั้น เรียนท่านประธาน ไปถึง ส.ว. และเจ้าของ ส.ว. ว่าเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองท่านไม่พูด เรื่องนี้จะดีกว่า การพูดอภิปรายของ ส.ว. แบบนี้มีแต่จะสร้างบรรยากาศแห่งความกลัว และหากสถานการณ์ยังดำเนินการแบบนี้ต่อไป ความขัดแย้งเก่ายังไม่ได้ถูกแก้เราก็จะสร้าง ความขัดแย้งใหม่ขึ้นมา โอกาสที่เราจะนำไปสู่การปรองดองก็คงเป็นเรื่องยาก ผมจึงขอเรียกร้องต่อเพื่อนสมาชิกทุกคนว่าเพื่อประโยชน์ของการปรองดองที่จะมีขึ้น เรามีความจำเป็นที่จะต้องรีบแก้รัฐธรรมนูญและยุบ ส.ว. ทั้ง ๒๕๐ คนนี้เสีย

นอกจากนี้ อีกประเด็นหนึ่งที่ถูกตั้งข้อสังเกตในรายงานฉบับนี้คือการนิรโทษกรรม ซึ่งในรายงานก็เขียนอย่างชัดเจนว่าเป็นการนิรโทษกรรมสำหรับคดีที่มีมูลเหตุจูงใจทาง การเมือง หมายความว่าการพิจารณาว่าใครจะได้รับการนิรโทษกรรมบ้างก็จะต้องไป พิจารณาจากสิ่งที่เขากระทำว่ามีสาเหตุมาจากอะไร กฎหมายที่เคยใช้เพื่อลงโทษบุคคลนั้น ไม่ใช่สาระสำคัญของการพิจารณา ปัญหาจึงมีว่ารายงานเล่มนี้กลับเลือกที่จะยกเว้นผู้ที่ถูก ดำเนินคดีตามมาตรา ๑๑๒ ซึ่งเราก็ต้องยอมรับว่าคนเห็นต่างจำนวนมากถูกดำเนินคดี ตามมาตรานี้ การไประบุเช่นนี้จึงไม่สามารถสร้างบรรยากาศแห่งการปรองดองตามที่รายงาน ฉบับนี้หวังเอาไว้ได้ ในทางกลับกันการระบุเช่นนี้เป็นการชี้โพรงให้เห็นว่ากฎหมายอะไร ที่เป็นสาเหตุของการสร้างบรรยากาศที่ปรองดองไม่ได้เราจึงไม่ควรระบุเอาไว้ในรายงานว่า ให้ยกเว้นกฎหมายอะไรเฉพาะเจาะจงแบบที่ปรากฏในรายงาน เพราะมาตรา ๑๑๒ ก็คือ เครื่องมือหนึ่งที่ถูกใช้เพื่อรังแกคนเห็นต่างทางการเมือง เหมือนกับที่ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๖ ว่าด้วยเรื่องยุยงปลุกปั่น พ.ร.บ. ประชามติ และกฎหมายอีกหลายฉบับที่ถูกใช้เพื่อจัดการคนเห็นต่างทางการเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าทุกท่านรู้อยู่แก่ใจของตนเองดีว่ารากของปัญหาเรื่องนี้อยู่ตรงไหน ผมไม่สบายใจเลย ที่ได้ยินเพื่อนสมาชิกบางท่านจากฝ่ายรัฐบาลแกล้งหลับตาข้างเดียวทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาว ซึ่งผมคิดว่าท่านกำลังเพิ่มอุณหภูมิของสถานการณ์ให้ร้อนแรงยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ สถานการณ์การชุมนุมของนักศึกษาตอนนี้ ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองสมควรรับฟังความจริง อันกระอักกระอ่วนนี้ ไม่ใช่ผลักอนาคตของชาติไปเป็นศัตรู ท่านต้องไม่ลืมว่าหากย้อนกลับไป เมื่อ ๑๖ ปีที่แล้ว นักศึกษาที่ชุมนุมอยู่ตอนนี้เขามีอายุไม่กี่ขวบครับ หมายความว่า ๑๖ ปีที่ผ่านมาเราทั้งหลายในห้องนี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างพวกเขา ขึ้นมา ผมทราบว่าเพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาลจะไม่เห็นชอบในรายงานฉบับนี้ ผมก็อยากจะให้ ท่านเปิดตาทั้งสองข้าง เพราะผมเชื่อว่าท่านก็ทราบดีว่ารากแห่งความขัดแย้งนี้ ความจริง อันกระอักกระอ่วนนี้คืออะไร ในฐานะของการเป็นผู้แทนราษฎรไม่ว่าจากพรรคการเมืองไหน เรามาช่วยกันเถอะครับ สุดท้ายนี้ครับท่านประธาน ผมจึงขอเรียนต่อท่านประธานว่า หากรายงานฉบับนี้และข้อสังเกตถูกส่งไปยังคณะรัฐมนตรี ก็ขอให้เอานำสิ่งที่ผมได้อธิบาย อยู่นี้เพื่อแนบไปกับรายงานฉบับนี้เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ต่อไปด้วยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ