เทพไท สนับสนุนนิรโทษกรรมการเมือง รวมมาตรา 112 ยกเว้นคดีทุจริต

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๓

เทพไท เสนพงศ์ แสดงความเห็นสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 และการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอย่างรอบด้านและทันสถานการณ์ พร้อมเสนอให้มีการนิรโทษกรรมบุคคลที่เกี่ยวข้องกับความไม่สงบทางการเมืองในช่วงปี 2548 ถึงปัจจุบัน โดยรวมถึงผู้ต้องหาตามมาตรา 112 ด้วย เนื่องจากเห็นว่ากฎหมายดังกล่าวไม่ถูกนำมาใช้อีกภายใต้เจตนาแห่งพระเมตตาของพระมหากษัตริย์ และเสนอให้ยกเว้นเฉพาะคดีทุจริตไม่รวมอยู่ในกรอบการนิรโทษกรรมนี้

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมการทำงานของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและ สิทธิมนุษยชน ซึ่งได้มีผลงานมาสู่สภาแห่งนี้อยู่เป็นประจำ ตั้งแต่สมัยประธานกรรมาธิการ อาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล ต่อเนื่องมาถึงประธานกรรมาธิการ คุณสิระ เจนจาคะ ต้องเรียนกับท่านประธานว่าได้โดยดูเนื้อหารายงานฉบับนี้แล้วก็ต้องบอกว่าตรงประเด็น แล้วก็ตรงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองจริง ๆ ทันต่อเหตุการณ์ ข้อสังเกตทั้งหมด ผมคิดว่าสามารถที่จะนำมาใช้ในสถานการณ์การเมืองปัจจุบันได้ แล้วเป็นความเห็น ที่ค่อนข้างจะรอบด้าน เพราะกรรมาธิการชุดนี้ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความรุนแรง ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ จนถึงปัจจุบัน แม้ว่าจะไม่ครบทุกกลุ่ม ทุกคนก็ตาม แต่ว่าอย่างน้อยก็มี ๑๐ กว่าท่าน ซึ่งดูรายชื่อแล้วท่านประธานก็คงเห็นว่าเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องและเป็นผู้นำทาง ความคิดของการชุมนุมแทบทั้งสิ้น แต่วันนี้ที่อยากจะอภิปรายแสดงความเห็นก็คือเกี่ยวกับ ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ทั้งหมดมี ๙ ข้อ ซึ่งตั้งแต่ ๑. การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับ ประชาชนและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๒. การนิรโทษกรรม ๓. เรื่องกระบวนการยุติธรรม ๔. เรื่องการรักษาบรรยากาศของการปรองดอง สมานฉันท์ ๕. ข้อสังเกตเกี่ยวกับสื่อ ๖. ข้อสังเกตเกี่ยวกับการเยียวยา ๗. การแสดงความรับผิดชอบด้วยการขอโทษ ๘. ข้อสังเกต เกี่ยวกับกองทัพ และ ๙. ข้อสังเกตเกี่ยวกับการชุมนุมและสิทธิผู้ชุมนุม ใจจริงก็อยากจะ อภิปรายทั้ง ๙ ข้อครับท่านประธาน แต่ว่าด้วยเวลา ๗ นาที ขออภิปรายแค่ ๒ ข้อ เป็นประเด็นหลักก่อน ประเด็นแรกก็คือเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนและแก้ไข รัฐธรรมนูญ ต้องเรียนว่าเป็นข้อสังเกตที่ตรงใจผมมากครับ ผมเองต้องเรียนกับท่านประธาน ว่าได้ต่อสู้เรื่องนี้ โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ก็คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ แต่ว่าถ้าหากว่าจะเกินไปถึงการแต่งตั้ง ส.ส.ร. เพื่อให้ ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ก็ไม่ขัดข้องครับท่านประธานแต่ว่าอันดับแรกก็ต้องแก้ไข มาตรา ๒๕๖ ก่อน เพราะนี่คือกุญแจหรือว่าเราต้องสะเดาะกุญแจอันนี้ออกก่อนเพื่อที่จะ นำไปสู่การแก้ไขมาตราอื่น ๆ ครับ ส่วนเรื่องการตั้ง ส.ส.ร. แน่นอนที่สุดครับท่านประธาน ก็คงจะใช้เวลาพอสมควร ก็ต้องเรียนว่าบางคนก็อาจจะว่าไม่ทันใจ ไม่ทันสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเรียกร้องของนักศึกษาให้มีการยุบสภา ก็ต้องเรียนว่าถ้าหากว่ามีการ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ก็คงใช้เวลานานเป็นปีครับ ผมก็เห็นเพื่อนอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้อาวุโสท่านหนึ่ง ขอประทานโทษที่เอ่ยนามคือ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ท่านก็บอกว่า ท่านจะร่างรัฐธรรมนูญแผ่นเดียว แล้วก็ขอให้นำรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๔๐ มาใช้ แล้วก็ยุบ สภาเลือกตั้ง ผมต้องเรียนกับท่านประธานว่าผมไม่ขัดข้องนะครับ ผมไม่รังเกียจกับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นะครับ แต่ว่าผมต้องคิดว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มีช่องโหว่ค่อนข้าง จะเยอะ รัฐธรรมนูญที่อุดช่องโหว่ของฉบับปี ๒๕๔๐ ได้ก็คือรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ นะครับ เพียงแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีที่มาไม่สง่างาม เพราะมันเป็นการร่างโดย คมช. แต่ว่าก็ผ่านประชามติ ซึ่งค่อนข้างที่จะสมบูรณ์มากกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าจะรวบรัดตัดความเพื่อที่จะให้เกิดความสมบูรณ์และเกิดการเลือกตั้งโดยเร็ว ผมไม่ขัดข้องถ้าหากว่าที่จะนำรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านประชามติและฉบับที่สมบูรณ์ขึ้นมาครับ

เรื่องที่ ๒ ที่จะอภิปรายก็คือเรื่องการนิรโทษกรรม ต้องเรียนกับท่านประธาน ข้อเสนอของกรรมาธิการชุดนี้ นิรโทษกรรม เหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่เกิดขึ้น ห้วงเวลา ปี ๒๕๔๘ จนถึงปัจจุบัน ๑๖ ปีครับ ไม่ใช่ ๑๖ ปีแห่งความหลังครับ ๑๖ ปีจนถึง ปัจจุบันด้วยครับท่านประธานครับ ก็ต้องเรียนว่ามันก็ต่อเนื่องมาเป็นยาวนาน ผมเห็นด้วย กับการนิรโทษกรรมคนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เห็นต่างทางการเมือง ความคิดต่าง ทางการเมืองแน่นอนท่านประธานเห็นต่างกันได้ แล้วก็ไม่จำเป็นที่จะต้องอาฆาตมาดร้าย เอาเป็นเอาตายกัน มันแค่เป็นความคิดที่เราแตกต่างกันและหลากหลายกัน ซึ่งผมคิดว่าเป็นความสวยงาม ในระบอบประชาธิปไตยครับ ข้อ ๒.๒ บอกนิรโทษกรรมคดีการเมืองและคดีอาญาที่มีมูลเหตุ จูงใจทางการเมือง ยกเว้นคดีความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ และคดีทุจริต อันนี้ก็เห็นด้วย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย คดีการเมืองแล้วก็คดีอาญาที่มีมูลเหตุทางการเมือง แต่ว่ากรรมาธิการตั้งข้อสังเกตยกเว้นการกระทำผิดตามมาตรา ๑๑๒ เมื่อก่อนผมขอเรียนกับ ท่านประธาน มาตรา ๑๑๒ ผมก็ไม่อยากจะให้มีการนิรโทษกรรม เพราะว่ามันเป็นเรื่อง ละเอียดอ่อน แต่ว่าไม่กี่วันที่ผ่านมาถ้าท่านประธานเห็นท่าทีของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อเรื่องมาตรา ๑๑๒ ท่านประธานก็จะเห็นได้ชัดนะครับ พลเอก ประยุทธ์พูดในสื่อนะครับ พลเอก ประยุทธ์เผยในหลวงทรงมีพระเมตตาไม่ให้ใช้มาตรา ๑๑๒ อย่างน้อยก็สื่อหลายฉบับ ขึ้นเรื่องนี้ขึ้นมา แสดงเจตนาว่าไม่ให้มีการใช้มาตรา ๑๑๒ ครับ ซึ่ง พลเอก ประยุทธ์บอกว่า อยากบอกคนไทยว่าวันนี้มาตรา ๑๑๒ ไม่ได้ใช้เลย เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรง พระเมตตาไม่ให้ใช้ นี่คือสิ่งที่ท่านทรงทำให้แล้ว ก็เรียนกับท่านประธานว่าเมื่อไม่มีการใช้ มาตรา ๑๑๒ อีกต่อไป คนที่กระทำความผิดในมาตรา ๑๑๒ ที่ผ่านมาก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะ ไม่นิรโทษกรรมให้เขาด้วย ผมจึงเห็นว่าเรื่องนี้ผมอยากจะให้เพิ่มการนิรโทษกรรมครอบคลุม ไปถึงคดีทางการเมือง คดีอาญาผู้ที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง แล้วก็ผู้กระทำผิดมาตรา ๑๑๒ ส่วนคดีทุจริตอันนี้ถือว่าเป็นคดีความตามกฎหมายอาญา คดีทุจริตตามกฎหมาย ป.ป.ช. อันนี้ไม่ว่ากันครับ เพราะฉะนั้นฝากเรียนกับท่านประธานว่าผมเองสนับสนุนรายงานของ คณะกรรมาธิการชุดนี้นะครับทั้ง ๙ ข้อ แล้วก็ขอบคุณสำหรับผลงานดี ๆ ที่คณะกรรมาธิการ ชุดนี้นำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรครับ ขอบคุณครับท่านประธาน