สุรวิทย์ ชี้รัฐ-ทหาร-ตำรวจ หลักสำคัญสร้างปรองดองสมานฉันท์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๓

สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ อภิปรายประเด็นการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ในชาติ โดยเน้นบทบาทของรัฐบาล กองทัพ และตำรวจ พร้อมเสนอให้รับฟังเสียงเรียกร้องของประชาชนโดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา ในการผลักดันประชาธิปไตยและการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่ถือว่าไม่เป็นประชาธิปไตย และเรียกร้องให้ดำเนินการแก้ไขกฎหมายอย่างเปิดเผย ยุติธรรม ก่อนยุบสภาเพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใต้เจตนารมณ์ของประชาชน.

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมขออภิปราย ขอบคุณท่านประธานที่ได้กรุณาให้กระผม ได้มีโอกาสอภิปรายถึงแนวทางการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ของคนในชาติ ตามที่คณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ได้นำเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ครับ ก็กราบเรียนว่าองค์กรหลักที่จะทำให้ความสมานฉันท์ ความปรองดองของคนในชาติได้ก็คือรัฐบาล ก็คือหน่วยงานที่มีอำนาจโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของนอกจากรัฐบาลแล้วก็ยังมีหน่วยงาน สำคัญที่ควรจะกล่าวถึงก็คือเช่นกองทัพหรือทหาร และอีกหน่วยงานหนึ่งคือตำรวจ ตำรวจ ก็เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่จะสร้างความสำเร็จในเรื่องดังกล่าว ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลสามารถที่จะเข้าถึงข้อมูล เข้าถึงความต้องการของพี่น้องประชาชน เข้าถึงกลุ่มต่าง ๆ ว่าแต่ละกลุ่ม ทั้งฝ่ายที่อยู่ในรัฐบาล ฝ่ายที่เห็นด้วยกับรัฐบาล ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล หรือความเห็นแตกต่างจากรัฐบาล ต่าง ๆ เหล่านี้รัฐบาลทราบ นอกจากนี้แล้วรัฐบาล ยังสามารถที่จะหาข้อมูลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง รัฐบาลมีเครือข่ายที่จะเข้าไป ศึกษาในเรื่องดังกล่าว สามารถจะทราบได้ว่าที่ใด จังหวัดใด กลุ่มใด มีความเรียกร้องต้องการ อย่างใด ใช้สายกำนัน ผู้ใหญ่บ้านหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านสามารถที่จะทราบ ความต้องการที่แท้จริงของพี่น้องประชาชนว่าเขาต้องการอย่างไร โดยตั้งอยู่บนสมมุติฐาน ของความเชื่อที่ว่าคนไทยทุกคนมีความหวังดีต่อประเทศชาติบ้านเมือง คนไทยทุกคนต้องเห็น ประเทศชาติบ้านเมืองมีอนาคตที่สดใส เป็นประชาธิปไตยตามแนวทางชาวโลกของเรา ที่เชื่อถืออยู่ในขณะนี้ สำหรับหน่วยงานที่นำปัญหามาพิจารณาก็จะสามารถแยกได้ ปัญหาใด ที่สามารถที่จะทำตามได้ รัฐบาลก็เลือกดูว่ามีอะไรบ้างที่เขาเรียกร้อง กลุ่มนักเรียน นักศึกษา เรียกร้องอะไร กลุ่มประชาชนเรียกร้องอะไร กลุ่มของกลุ่มบางคนที่เห็นด้วยกับรัฐบาล เขาเรียกร้องอะไร ยกตัวอย่างที่เราเห็นแล้วนักศึกษาเขาก็เรียกร้องว่ารัฐบาลหรือฝ่ายราชการ อย่าไปคุกคามพี่น้องประชาชนที่กำลังแสดงออกถึงความรักบ้านรักเมือง แสดงออกถึง ความต้องการที่จะให้บ้านเมืองเดินทางไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย ต่าง ๆ เหล่านี้ ข้อนี้ก็นำมาพิจารณาดูว่าทำได้ไหม ผมว่าทำได้นะครับ โดยแจ้งไปทางตำรวจว่าให้คอยดู อย่าไปตั้งข้อหาที่เกินจริง ข้อหาที่เกินไป ให้มองในแง่ว่าคนไทยทุกคนหวังดีต่อประเทศชาติ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา ครูบาอาจารย์ หรือว่าจะเป็นกลุ่มประชาชนใดก็ตาม การแสดงออกต่าง ๆ นั้นอย่าไปคอยที่จะขัดขวางโดยใช้กฎหมายที่เกินความจำเป็น สำหรับ เรื่องใดที่มีการเรียกร้องที่จะทำยากก็ไกล่เกลี่ยกัน ดูว่าทำแบบนี้ได้ไหม แบบนี้ได้ไหม เช่นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งค่อนข้างจะตรงกันว่าประเทศไทยควรจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะทราบดีว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ปี ๒๕๖๐ นั้นเป็นรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นก็ยอมรับกันว่า เพื่อสืบทอดอำนาจเผด็จการ มีบทบัญญัติข้อเนื้อหาสาระหลายอย่างที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวุฒิสภา วุฒิสมาชิก ที่มาของวุฒิสมาชิก อำนาจของวุฒิสมาชิก ไม่ว่าจะเป็น การที่จะให้นายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ครั้งก่อนเป็นคนเลือก ส.ว. ทั้ง ๒๕๐ คน คนคนเดียวเลือกได้ ๒๕๐ คน ประชาชนทั้งประเทศเลือกได้ ๕๐๐ คน เหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่สมควร ในเรื่องที่จะให้ ส.ว. มาเลือกนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ ตั้ง ส.ว. เอา ส.ว. ทั้ง ๒๕๐ คน มาเลือกตัวเองเหล่านี้ก็ไม่สมควร สิ่งนี้ก็พิจารณาดูว่าการเรียกร้องไม่ได้เกินไป เป็นการ เรียกร้องเพื่อให้เห็นอนาคตของประเทศไทยที่จะเป็นประชาธิปไตย ท่านประธานที่เคารพครับ อันไหนที่เรียกร้องเกินไปทำยาก ทำไม่ได้ก็คุยกันบอกกัน บอกกันด้วยความเป็นพี่เป็นน้อง เป็นเพื่อนที่หวังดีด้วยกันทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการก้าวล่วงไปถึงสถาบันต่าง ๆ นั้น ทุกคนก็เป็นห่วง กราบเรียนว่าเราคุยกัน ไม่ใช่ว่าเริ่มต้นปั๊บก็ตั้งข้อหากัน แบบนี้ผมเชื่อว่า เป็นเรื่องที่ลำบาก ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากเรียนว่าข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่เขาเสนอมานั้นลงท้าย ก็ลงไปที่เมื่อแก้กฎหมายเสร็จแล้วตามความต้องการของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศแล้ว ตามความต้องการของประชาชนกลุ่มต่าง ๆ เรียบร้อยแล้วก็จึงมีการยุบสภา ซึ่งคงใช้เวลา ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป หลังจากที่กฎหมายรัฐธรรมนูญเสร็จ การเลือกตั้งที่เป็น ที่พึงพอใจแล้ว มีการเลือกตั้ง ทุกคนต้องเคารพกฎหมายรัฐธรรมนูญว่าเมื่อผลออกมา เป็นอย่างไร เจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างไร อยากให้ใครมาเป็นรัฐบาล ก็สามารถที่จะดำเนินการไปได้ ที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งครับ การสร้างความยุติธรรม ซึ่งใน คณะกรรมาธิการก็เสนอไว้ ความยุติธรรมในสังคม กระบวนการยุติธรรมต่าง ๆ ซึ่งผมคง ไม่ลงไปละเอียด เอาเป็นว่าถ้าใครก็ตามทำอะไรผิดก็ผิดเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใด ใครก็ตามทำถูกก็ถือว่าได้รับคำยกย่องชมเชย ไม่ว่ากลุ่มหนึ่งทำอะไรก็ไม่ผิด กลุ่มหนึ่ง ทำอะไรก็ผิดหมด แบบนี้ลำบากครับ ชาติใดสังคมใดที่มีแต่ความไม่ยุติธรรม สังคมนั้น จะสามัคคีอยู่กันได้ยากครับ ผมขอสนับสนุน ขอบคุณคณะกรรมาธิการที่ได้ศึกษานี้ เป็นเรื่องที่ดี รัฐบาลควรนำไปรับฟังและปฏิบัติ ขอบคุณครับ