สงวน พงษ์มณี หารือแนวทางการปรองดองที่แท้จริงโดยเน้นกระบวนการยุติธรรมและการยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างในสังคม พร้อมเสนอให้รัฐสภาเปิดประชุมลับเพื่อหาทางออกร่วมกันแทนการใช้นิรโทษกรรมเฉพาะกลุ่ม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ผมต้องการที่จะ แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ให้เห็นว่าหลักการปรองดองมันเคยเกิดขึ้นแล้วแล้วได้ผล และเคยเกิดขึ้นแล้วไม่สำเร็จ ตอนแรกผมเข้าใจว่าการปรองดองมันต้องเป็นการยื่นมือ ของฝ่ายอำนาจ แต่พอมาทบทวนเรื่องที่ขณะที่ผมเป็นรัฐบาลแล้วเสนอกฎหมายนิรโทษ มันไม่ใช่เลย การปรองดองนะครับท่านประธาน ยังเป็นเรื่องของการลงตัวของความคิดเห็น ของคนทั้งสังคม พวกผมเสนอกฎหมายนิรโทษเฉพาะผู้นำ ยังถูก ป.ป.ช. กล่าวหาว่า เสนอกฎหมายสุดซอย มูลเหตุของการไม่ปรองดอง หลักมันคือกระบวนการยุติธรรม ที่ใช้วิธีการต่าง ๆ ทำให้ฝ่ายตัวเองมีโอกาสเป็นผู้ถูกต้อง ฝ่ายตรงข้ามเป็นผู้ผิด วันนี้สถานการณ์ทุกวันเกิดอะไรขึ้น ทุกคนรู้ เกิดอะไรขึ้นทุกคนเข้าใจ แล้วมันคืออะไร มันคือดอกและผลของการทำงานของ ฝ่ายอำนาจตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ มาจนถึงปัจจุบัน ความจริงการปรองดองจะสำเร็จได้ถ้ามันลงตัว มันจำเป็นไหมต้องออกกฎหมายนิรโทษกรรม ไม่จำเป็นครับ ทำไมพูดอย่างนั้น ในปี ๒๕๒๓ ผมอายุ ๓๐ กว่าปี ผมได้รับอานิสงส์จากคำสั่งของนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พลเอก เปรม คำสั่งที่ ๖๖/๒๕๑๓ สาระสำคัญของมันก็คือการยอมให้คนที่มีความเห็นทางการเมืองต่างกัน มาอยู่ในสังคมเดียวกันได้ เท่านั้นเองครับ องคาพยพของรัฐในขณะนั้นยอมรับ ขึ้นต่อ และปฏิบัติตามคำสั่งนี้โดยการไม่หยิบคดีขึ้นมา ผมเองถูกคดีหลายคดี เป็นคดีแบบเดียวกับ คุณสุรชัย แซ่ด่าน ก็มี คือไปรบกันแล้วมีการเป็นการตายเกิดขึ้นก็ถูกฟ้องเขาก็ติดคุก ผมไม่ถูกฟ้องครับ เป็นหมันไปเพราะว่าหมดอายุความ กระบวนการยุติธรรมหยุดนิ่ง เขาเห็นว่า คนในสังคมเดียวกันคิดเห็นทางการเมืองต่างกันต้องอยู่ด้วยกันได้ นี่แหละคือสาระสำคัญ ของคำว่าปรองดอง ท่านครับ ในข้อ ๔.๒ ประเด็นการพิจารณาผมเห็นว่าเป็นแนวทาง ที่ท่านกำหนดไว้ได้ดี แนวทางการดำเนินการสร้างความปรองดองตามหลักยุติธรรมในระยะ เปลี่ยนผ่านและความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์และนิรโทษกรรม สมบูรณ์แล้วครับเรื่องนี้ แต่ท่านใช้ภาษาต่างจากผมนิดหนึ่ง วันนี้ไม่ใช่สังคมเปลี่ยนผ่าน สังคมมันเปลี่ยนไปแล้ว วิธีคิดของคนในสังคมเปลี่ยนไปแล้ว กระบวนการนำเสนอเปลี่ยนไปจากเดิม ความห่วงใย ความหวังและการแสดงออกเพื่อบ้านเมืองมันชัดเจนกว่ารุ่นเดิมมาก ความเห็นต่าง ๆ ของคน ในสังคมขณะนี้ใครมีความเห็นทางการเมืองอย่างไรวิธีคิดของเขาก็กำหนดการทำงานของเขา ออกมาเหมือนที่เราได้รับรู้รับทราบ หากเราปล่อยให้สิ่งนี้ดำเนินไปโดยวิถีปฏิบัติของ กระบวนการคิดและกระบวนการทำงานของคนในสังคมนี้อย่างเป็นอยู่ทุกวันนี้โดยฝ่ายรัฐ ละเลยที่จะเข้ามาวิเคราะห์ ถ้าเราจะเริ่มต้นปรองดอง วันนี้รัฐสภาต้องเปิดประชุมลับ ตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญโดยผู้นำฝ่ายค้านเป็นผู้เสนอ แล้วเราปิดประตูคุยกันหาทางออก ร่วมกัน แล้วอะไรจะเกิดขึ้นครับ ความปรองดองจะเกิดขึ้น วันนี้เมื่อสังคมเห็นว่ากฎเกณฑ์ที่มีอยู่ มันไม่สามารถจะใช้ได้ เราควรจะแก้รัฐธรรมนูญไหมเพื่ออะไรครับ เพื่อการปรองดอง เพื่อรักษาบ้านเมือง เพื่อรักษาประเทศ สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้เจตนารมณ์ต้องแก้ปัญหา สถานการณ์ความขัดแย้งทั้งระบบ ไม่ใช่ไปยกโทษให้ใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแล้วยังมีโทษของ กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เป็นไปได้ไหมครับเวลามันตรงที่ตรงเวลาแล้วเราเริ่มตั้งแต่วันนี้ถือเป็น นิมิตหมายที่ดีที่เรามาช่วยกันคิดเรื่องนี้ ท่านลองมองในมุมนี้สิครับ มองว่าสังคมเราจะอยู่ ได้อย่างไรถ้าจุดเริ่มต้นเราต่างกัน วิ่งผลัด ๔ คูณ ๑๐๐ ไม้ ๑ ส่งไม้ ๒ ส่งไม้ ๓ ส่งไม้ ๔ แต่นี่ไม้ ๑ ไม้ ๒ ไม้ ๓ ไม้ ๔ มาอยู่แถวเดียวกันหมดแล้วมันจะเข้าเส้นชัยอย่างไร ผมพูดเรื่องนี้ผมหมายถึงอะไรครับ ผมหมายถึงการจัดการอำนาจของสังคมนี้ซึ่งรัฐบาลนี้ดูแล เป็นหลัก ยังไม่เป็นระบบ ผมจะพูดอีกเรื่องหนึ่งเหมือนมันไม่เกี่ยวข้องกัน แต่มันเกี่ยวข้องกัน ในขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมาพูดต่อสภาแห่งนี้ของวุฒิสภา บอกว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นยังเกิดขึ้นไม่ได้ กกต. ก็ออกมาแถลงข่าวสวนทันทีเลยว่าฉันพร้อมนะ โยนความผิดให้ฉันไม่ได้ ท่านเห็นไหมครับ ผมพูดเรื่องนี้ทำไม เกี่ยวกับปรองดองตรงไหน มันเกี่ยวกับปรองดองตรงที่ว่าฐานคิดของคนในสังคมขณะนี้มันเคลื่อนตัวมาอยู่ในฟลอร์ (Floor) เดียวกัน อยู่เสมอภาคกันแล้ว กกต. เขาประกาศว่าอย่างไรครับ เขาบอกว่าผม ไม่ได้มาจาก คสช. ผมไม่ได้มาจากรัฐบาล ผมมาจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เห็นไหมครับ นั่นแสดงว่าเขาประกาศที่มาชัดเจนว่าเขามองปัญหาการเมืองขณะนี้ต้องเลือกตั้งท้องถิ่น แต่รัฐบาลไม่พร้อม นี่เขาพูดนะครับ ผมอธิบายเพิ่มเท่านั้น ผมจะจบลงอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณมากที่คณะกรรมาธิการคณะนี้ได้ทำสิ่งนี้แล้วมานำเสนอต่อสภา แล้วก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ได้กรุณาบรรจุวาระนี้ ผมยังยืนยันเหมือนเดิมว่า การปรองดองจะเกิดขึ้นได้ก็เพราะความลงตัวทางความคิดของพวกเราทุกฝ่ายทุกคน ขอบคุณครับ