ชวน หลีกภัย แถลงชี้แจงการรับรองรายงานการประชุมและรายงานผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับแนวทางการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ในชาติ โดยสรุปผลการพิจารณาทั้งในด้านวิชาการและปฏิบัติการ พร้อมเสนอให้ที่ประชุมรับทราบรายงานประจำปีของศาลรัฐธรรมนูญและการรับรองรายงานการประชุมสามวาระล่าสุด รวมถึงแจ้งการเชิญหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทั้ง 9 หน่วยงานมาให้ข้อมูลในที่ประชุมเพื่อชี้แจงประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของตน ทั้งยังหารือกระบวนการปรองดองสมานฉันท์หลังความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อมานานกว่า 15 ปี โดยเสนอให้มีการขออภัยสังคม นิรโทษกรรมคดีการเมืองยกเว้นคดีร้ายแรง และตั้งคณะกรรมการพิจารณาเฉพาะ พร้อมเสนอข้อสังเกต 9 ข้อเพื่อให้รัฐบาลดำเนินการตามแนวทางรัฐธรรมนูญและยุทธศาสตร์ชาติ อีกทั้งชี้แจงรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการฯ ที่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญของนักเรียนและนักศึกษา โดยเสนอให้สภาพิจารณาเพื่อความเห็นชอบ
ต้องขอบคุณ ท่านเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญและเจ้าหน้าที่นะครับ ขอเพื่อนสมาชิกที่ได้เคารพ เรื่องเวลาจึงได้มีโอกาสอภิปรายทั่วถึงทุกคน วาระนี้เป็นวาระเพื่อทราบนะครับ เราได้ใช้เวลา พอสมควร ถือว่าที่ประชุมได้รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของศาลรัฐธรรมนูญครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม
- รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่สอง)
ครั้งที่ ๑๘ วันพุธที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๓
ครั้งที่ ๑๙ วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๓
ครั้งที่ ๒๐ วันพุธที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๓
ซึ่งตามระเบียบวาระก็ได้วางไว้ให้สมาชิกได้ตรวจสอบแล้วนะครับ ถ้าสมาชิก ไม่มีทักท้วงเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๓ ครั้งที่กล่าวไปแล้วครับ
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
- รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง แนวทางการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ของคนในชาติ ซึ่งคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน พิจารณาเสร็จแล้ว
คณะอนุกรรมาธิการได้ทำการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ของคนในชาติ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เรียบร้อยแล้ว โดยแบ่งงานการศึกษา ออกเป็น ๓ ส่วน ดังนี้
ส่วนแรก งานวิชาการ ได้ศึกษารวบรวมงานวิชาการที่ได้มีการศึกษาแนวทาง การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ไว้แล้วจำนวนมาก อาทิ งานศึกษาวิจัยของสถาบัน พระปกเกล้า ของ คอป. ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นต้น พบว่างานวิชาการที่ได้ ศึกษาวิจัยไว้ดังกล่าวมีสาระครอบคลุมแนวทางการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยมี ตัวอย่างที่สร้างความปรองดองสมานฉันท์ได้เป็นผลสำเร็จทั้งในประเทศและต่างประเทศ นับว่าเพียงพอที่จะนำมาใช้ประโยชน์ โดยนำงานวิชาการมาปรับใช้กับงานด้านปฏิบัติการ สร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เป็นรูปธรรม
ส่วนที่ ๒ เป็นการเชิญส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล โดยได้เชิญ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ ๑. กระทรวงกลาโหม ๒. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๓. กระทรวงยุติธรรม ๔. สำนักงานศาลยุติธรรม ๕. ศาลรัฐธรรมนูญ ๖. สำนักงาน อัยการสูงสุด ๗. สถาบันพระปกเกล้า ๘. กรมสอบสวนคดีพิเศษ และ ๙. กรมราชทัณฑ์
ส่วนที่ ๓ เป็นการเชิญตัวแทนกลุ่มผู้ที่เคยมีความเห็นต่างทางการเมือง จนนำไปสู่ความขัดแย้งมาให้ข้อมูลพร้อม ๆ กัน ต่อหน้าคณะอนุกรรมาธิการและผู้แทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีผู้มาให้ข้อมูลกับคณะอนุกรรมาธิการ ดังนี้ ๑. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ๒. นายสุริยะใส กตะศิลา ๓. นายพิภพ ธงไชย ๔. นายสำราญ รอดเพชร และ ๕. นายประสาร มฤคพิทักษ์ บุคคลดังกล่าวได้ให้ข้อมูลว่าเวลาแห่งความขัดแย้ง ในอดีตที่ผ่านมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า ๑๕ ปี ได้สุกงอมทางความคิด ร่วมกัน โดยเห็นว่าทุกกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองล้วนมีความรักชาติ รักประชาชน รักแผ่นดินถิ่นเกิดเหมือนกัน ต้องการให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ต้องการขจัดการทุจริตคอร์รัปชัน เพียงแต่วิธีคิดเพื่อนำไปสู่เป้าหมาย ดังกล่าวแตกต่างกัน จนนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมือง ลุกลามไปจนเกิดการปะทะกัน เสียเลือดเสียเนื้อ บาดเจ็บล้มตายกันทุกกลุ่ม และบางส่วนต้องรับโทษอยู่ในเรือนจำ อยู่ในปัจจุบัน ทั้ง ๆ ที่เป็นความเห็นต่างทางการเมือง มิได้มีเถยจิตเป็นโจรหรือกระทำผิดอาญา ร้ายแรงต่อบ้านเมืองแต่อย่างใด เวลาผ่านมากว่า ๑๕ ปีดังกล่าว แกนนำแต่ละกลุ่ม ได้แลกเปลี่ยนพบปะพูดคุยทำความเข้าใจในอันที่จะสามัคคีปรองดองกัน เพราะทุกคน ทุกกลุ่มก็หวังดีต่อบ้านเมือง ไม่มีใครคิดร้ายต่อบ้านเมือง ต่อประเทศตนเองดังกล่าวข้างต้น การปรองดองสมานฉันท์มิใช่การให้ความสำคัญกับการนิรโทษกรรมเป็นสำคัญอย่างที่เข้าใจกัน แต่การปรองดองสมานฉันท์ให้ความสำคัญกับความรู้สึกของสังคม ความรู้สึกของผู้สูญเสีย ซึ่งจำเป็นจะต้องมีสำนึกการขออภัยต่อสังคม ขออภัยต่อผู้สูญเสีย ซึ่งนับเป็นขั้นตอนที่สำคัญ ของการปรองดองสมานฉันท์ ต้องมีการเสนอให้มีการให้เกียรติกับผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บล้มตาย จากเหตุการณ์ความไม่สงบให้เป็นที่ปรากฏ สำหรับการนิรโทษกรรมควรนิรโทษกรรม เหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน รัฐบาลควรตั้ง คณะกรรมการพิเศษขึ้นมาพิจารณาในประเด็นนี้โดยเฉพาะ โดยคณะอนุกรรมาธิการเห็นว่า ควรนิรโทษกรรมคดีการเมือง คดีอาญาที่มีเหตุจูงใจทางการเมือง ยกเว้นคดีอาญา ตามมาตรา ๑๑๒ และคดีทุจริต ทั้งนี้กระบวนการในการพิจารณาคดีทุจริตควรให้เป็นไปตาม หลักนิติธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศใดประชาชนในชาติยังแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย ขัดแย้งกันอยู่ ประเทศนั้นหาความสงบสุข หาความเจริญได้ยาก หากมีศึกสงครามจะเป็น ศึกสงครามที่สู้รบกันด้วยอาวุธหรือสงครามเศรษฐกิจก็ตามก็จะมีแต่ความพ่ายแพ้ เฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันหลังวิกฤติไวรัสโควิด (COVID) ระบาด ขณะนี้ประเทศของเรากำลัง ประสบปัญหาเศรษฐกิจปากท้องอย่างหนักนับเป็นวิกฤติของประเทศ ถ้าประชาชนไม่มีความสามัคคีปรองดองกัน เป็นเรื่องยากอย่างยิ่งที่จะร่วมกันฝ่าฟันวิกฤติ ของบ้านเมืองไปได้ ประการสำคัญ คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ดำเนินการศึกษาแนวทาง การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศซึ่งบัญญัติไว้ในมาตรา ๒๕๗ และยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาล ซึ่งคณะกรรมการ ป.ย.ป. ที่รัฐบาลตั้งไว้ สามารถรับไปดำเนินการต่อเนื่องได้ทันที ไม่มีเหตุผลใดที่รัฐบาลจะปฏิเสธ เพราะคณะกรรมาธิการได้ดำเนินการตามนโยบาย ของรัฐบาลและตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้คณะกรรมาธิการได้มีข้อสังเกตจำนวน ๙ ข้อ ให้รัฐบาลรับไปพิจารณาดำเนินการดังนี้ ๑. การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนและ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๒. การนิรโทษกรรมคดีการเมืองและคดีอาญาที่มีมูลเหตุจูงใจ ทางการเมือง ๓. การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ๔. การรักษาบรรยากาศการปรองดอง สมานฉันท์ ๕. ข้อสังเกตเกี่ยวกับสื่อ ๖. ข้อสังเกตด้านการเยียวยา ๗. การแสดงความ รับผิดชอบด้วยการขอโทษ ขออภัยต่อสังคม ๘. ข้อสังเกตเกี่ยวกับภารกิจของกองทัพ และ ๙. ข้อสังเกตเกี่ยวกับการชุมนุมและสิทธิผู้ชุมนุม
รายละเอียดปรากฏตามรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการ ซึ่งได้แจกจ่ายให้กับท่านสมาชิกทุกท่านไว้เรียบร้อยแล้ว อนึ่ง ท่านสมาชิกและประชาชน ที่รับชมอยู่ทางบ้านอาจมีข้อสงสัยว่างานการศึกษาของคณะกรรมาธิการชุดนี้เกี่ยวข้องกับ เหตุการณ์ชุมนุมเรียกร้องอยู่ในปัจจุบันด้วยหรือไม่ ขอเรียนข้อเท็จจริงว่างานการศึกษา ของคณะอนุกรรมาธิการได้ขอความเห็นชอบจากคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน และได้รับความเห็นชอบให้รายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรได้ เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา ส่วนการชุมนุมของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ครั้งหลังสุด เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๓ เป็นเหตุการณ์ในปัจจุบัน และสภาผู้แทนราษฎรได้เคยมีมติ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณา รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวแล้ว รวมทั้งรัฐบาลสามารถรับเรื่องข้อเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษาได้เองโดยตรง อย่างไรก็ตามมีข้อสังเกตตามรายงานของคณะกรรมาธิการ ข้อแรก เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สามารถนำข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการไปปรับใช้ได้ เพราะข้อเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ก็ตรงกับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ และพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่เห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้สมควรได้รับการแก้ไขให้เป็น รัฐธรรมนูญของประชาชน จึงขออนุญาตเสนอรายงานการศึกษาแนวทางการสร้าง ความปรองดอง สมานฉันท์ของคนในชาติมาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ขอขอบคุณครับ
ท่านรองประธาน กรรมาธิการได้รายงานเบื้องต้นนะครับ ขณะนี้มีสมาชิกเสนอชื่อเข้ามาเพื่อขออภิปราย จำนวน ๒๒ ท่าน แต่ว่าโดยที่ผ่านมาสมาชิกได้เคารพต่อเงื่อนเวลาอย่างดียิ่ง ต้องขอขอบคุณ ทุกคน ผมจะอนุญาตให้ทุกท่านได้มีโอกาสอภิปราย ฝ่ายค้านขณะนี้เข้าชื่อมา ๑๘ ท่านครับ ท่านแรกคือคุณสงวน พงษ์มณี
(นายสงวน พงษ์มณี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
คุณสงวนไม่อยู่นะครับ ถ้าอย่างนั้นไปท่านต่อไปครับ คุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ขอเชิญครับ