ณัฐวุฒิ บัวประทุม อภิปรายรายงานประจำปี 2562 ของศาลรัฐธรรมนูญ โดยทบทวนบทบาทของศาลตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน พร้อมชื่นชมคำวินิจฉัยที่ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและเท่าเทียมทางเพศ แต่ตั้งข้อสังเกตถึงความเชื่อมั่นที่ลดลงหลังปี 2560 พร้อมตั้งคำถามถึงความสอดคล้องของแผนยุทธศาสตร์ที่อ้างยึดมั่นนิติธรรมและประชาธิปไตย แต่ขาดหลักฐานชัดเจนในด้านคุณภาพการพิจารณาคดีระดับสากล การบริหารองค์กร และการวัดความศรัทธาจากประชาชน รวมถึงตั้งข้อสังเกตเรื่องงบประมาณที่เพิ่มขึ้นโดยไม่มีการจัดสรรงบเพิ่มอย่างเป็นทางการ พร้อมเรียกร้องความโปร่งใสในการบริหารจัดการบุคลากรและค่าตอบแทนพิเศษ พร้อมชี้ให้เห็นว่าคำวินิจฉัยตุลาการเมื่อปี 2563 มีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในปัจจุบัน และเสนอให้สถาบันรัฐธรรมนูญศึกษาเสนอแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาทบทวนรัฐธรรมนูญตามเสียงเรียกร้องของประชาชน
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จังหวัดอ่างทอง ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ผมแยกคำ แล้วก็เน้นคำครับ เพราะเอาเข้าจริง ๆ แล้วนะครับ ผมในฐานะนักเรียน กฎหมาย ปี ๒๕๔๐ ผมเป็นคนหนึ่งที่ต้องยกร่าง มีส่วนในการสนับสนุน มีส่วนในการ ชูธงเขียวสนับสนุนให้เกิดรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่เป็นที่มาที่ไปของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ อดีตเป็นเครื่องชี้ปัจจุบัน ปัจจุบันกำลังจะทำนายและบอกไปในอนาคตว่าท่านคือความ คาดหวังของพี่น้องประชาชนจริงหรือไม่ ช่วงของการก่อเกิดศาลรัฐธรรมนูญในช่วงหน้า ซึ่งผมจะเชื่อมโยงมาพูดถึงปี ๒๕๖๒ ครับ หลายคดีของท่านได้สร้างบรรทัดฐาน ในระดับสากล เช่น กรณีที่ท่านชี้ว่าระเบียบหรือข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจำกัดสิทธิ ของผู้ป่วยหรือคนที่ไม่ได้เรียกว่าเป็นผู้พิการด้วยซ้ำนะครับ ขาลีบเป็นโปลิโอนั้นไม่ใช่ข้อจำกัด ของการที่เขาจะเป็นผู้พิพากษาในศาลยุติธรรม หรือเป็นอัยการว่าความคดีต่าง ๆ ได้ เพราะความยุติธรรมไม่ได้อยู่กับร่างกายครับ เอาเข้าจริง ๆ คนร่างกายปกติหลายคนก็ไม่รู้ว่า มีความยุติธรรมอยู่ในใจหรือไม่ เฉกเช่นเดียวกันกับกรณีที่ท่านบอกว่าในกรณีของผู้หญิง กับผู้ชายนั้น สิทธิและเสรีภาพย่อมเท่าเทียมกัน การเลือกโดยที่จะใช้นามขึ้นต้นว่านางสาว หรือนาง จึงจำเป็นและเป็นทางเลือกของเขาที่จะต้องไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติ สิ่งเหล่านี้ ตราตรึงใจอยู่กับพี่น้องประชาชนหมดเลยครับ ๑๐ ปี ๒๐ ปี คนเขาพูดถึงความชื่นชม แต่ผม คิดว่าไม่ว่าจะเป็นก่อนรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ หรือหลังรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ จะใครก็แล้วแต่ ผมไม่อยากจะเรียกชื่อย่อครับว่าในโลกทวิตเตอร์ (Twitter) เขาเรียกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่าอย่างไร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังปี ๒๕๖๐ เป็นต้นมาครับ คือความล่มสลายของความเชื่อมั่น ผมต้องท้วงติงตรงนี้เพราะว่าท่านเขียนอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ศาลรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐-๒๕๖๔ เลยนะครับ นี่เป็นประการที่ ๑ ที่ผมจะพูดถึง สื่อสารให้พี่น้องประชาชนทางบ้านได้ยิน ศาลรัฐธรรมนูญเขียนไว้ในแผนยุทธศาสตร์ ปี ๒๕๖๐-๒๕๖๔ บอกค่านิยมครับ ยึดหลักนิติธรรม ค้ำจุนประชาธิปไตย ห่วงใยสิทธิเสรีภาพประชาชน เสียงมันเบามากนะครับ สิทธิเสรีภาพ ประชาชนที่พูดถึงกันอยู่ทั่วประเทศในวันนี้ท่านได้ยินหรือไม่ ค่านิยมครับ เป้าประสงค์ที่ท่าน พูดถึงอยู่ ๓ ประการ คือการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการพิจารณาคดีสู่ระดับสากล ท่านช่วยตอบสภาแห่งนี้ได้ไหมครับว่าการพิจารณาคดีในระดับสากล คดีไหนของท่านที่เป็น มาตรฐานสากลในวันนี้ เป้าประสงค์ข้อที่ ๒ เสริมสร้างและพัฒนาระบบการบริหารจัดการ ภายในองค์กรมีความเข้มแข็ง บุคลากรมีความสามารถควบคู่คุณธรรมและจริยธรรม เสียดาย ครับ เรื่องที่เกิดขึ้นกับตุลาการศาลท่านหนึ่งที่ให้บุตรชายไปเรียนต่อต่างประเทศ มีตำแหน่ง แห่งที่ต่าง ๆ นั้น ท่านตอบวันนี้ได้ไหมครับในตุลาการชุดใหม่ว่าเรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นกับองค์กร ของท่านอีก ท่านตอบได้ไหมครับ เป้าประสงค์ข้อที่ ๓ คือการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ และความศรัทธาเชื่อมั่นของประชาชนต่อศาลรัฐธรรมนูญ ท่านมีตัวชี้วัดไหมครับ มีสำนัก โพลล์ (Poll) ไหน มีการวิจัยแบบใด ใช้แมตโทโดโลยี (Methodology) ระเบียบวิจัยใด ๆ ไหมครับที่บอกว่าวันนี้พี่น้องประชาชน ณ ประเทศแห่งนี้เชื่อมั่นกับองค์กรของท่าน ตอบสภาแห่งนี้หน่อยครับว่าในรายงานปี ๒๕๖๒ ก็พยายามอ่านนะครับว่าอะไรคือความ เชื่อมั่นที่พี่น้องประชาชนหลงเหลือต่อศาลรัฐธรรมนูญของท่าน นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ครับ
ในประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมคิดว่านาทีนี้สิ่งที่เขียนไว้ในศาล รัฐธรรมนูญดีมากเลยครับ มีสถาบันอยู่แห่งหนึ่งครับ ชื่อสถาบันรัฐธรรมนูญศึกษา สถานการณ์ปี ๒๕๖๒ กับวันนี้อาจจะแตกต่างกันครับ แต่ผมอยากได้ยินจากสิ่งที่ท่าน นำเสนอว่าศาลรัฐธรรมนูญเองโดยสถาบันรัฐธรรมนูญศึกษานั้นได้มีการศึกษาวิจัย รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาแล้วบ้างหรือยังครับว่ามีมาตราใด หมวดใดที่ต้องแก้ จะต้องแก้ในแบบไหน ประการใดนี่แหละครับตัวชี้วัดเสียงประชาชนทั้งประเทศบอกนาทีนี้ รัฐธรรมนูญนั้นจะต้องถูกทบทวนแก้ไข พวกเราเคยผ่านยุคที่เรียกว่ารัฐธรรมนูญนิยม คอนสติติวชันนาลิซึม (Constitutionalism) หนังสือท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์อมร จันทรสมบูรณ์ ผมเอาไว้ข้างเตียงเลยนะครับ คอนสติติวชันนาลิซึม (Constitutionalism) ที่บอกว่ารัฐธรรมนูญควรไม่ได้แก้บ่อยนัก ควรจะเป็นรัฐธรรมนูญโดยเจตจำนง จิตวิญญาณ สถาบันรัฐธรรมนูญศึกษาของท่านได้งบประมาณได้มีการศึกษาวิจัยใด ๆ ต่าง ๆ วันนี้ ขอคำตอบนิดหนึ่งครับท่านประธานว่าชี้ได้หรือไม่ มีงานวิจัยตัวไหนบอกแล้วหรือไม่ว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นั้นจะต้องแก้ แก้ตรงใด แก้ด้วยวิธีการใด เพื่อที่สภาแห่งนี้ถ้ายัง หลงเหลือความเชื่อมั่นต่อท่าน ก็จะได้นำเอาตรงนี้ครับที่ไปปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม ไปผลักดัน สู่พี่น้องประชาชนต่อ นั่นเป็นประการที่ ๒ ครับท่านประธาน
ในประการที่ ๓ เพื่อนสมาชิกของผมท่านเป็นกรรมาธิการงบประมาณ ก็เพิ่งสมัยแรกนะครับ ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ มันแปลกอย่างนี้ครับ งบประมาณที่เอามาศึกษากันในแต่ละปี ท่านสุพิศาลได้อ่านและชี้ให้ผมเห็นประเด็นว่า หลายหน่วยงานนั้นเขาขอเพิ่มขึ้น ได้จัดสรรเพิ่มขึ้นมากน้อยก็ว่ากันไป ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้จัดสรรงบประมาณมากขึ้น ปีละ ๒๐๐ กว่าล้านบาท แต่งบบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับ ศาลรัฐธรรมนูญ เอ๊ะทำไมมันโตขึ้น มันดูย้อนแย้งกัน งบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการกับ สิทธิเสรีภาพต่าง ๆ นั้น ผมเห็นด้วยว่าจำเป็นต้องมากขึ้น แต่ว่าในทำนองกลับกัน งบบุคลากรต่าง ๆ กลับมากขึ้น ผมคิดว่าท่านต้องชี้ให้เห็นว่าตรงนี้มันเป็นอะไร เราพยายาม จะทำองค์กรในภาษาอังกฤษที่เรียกว่าลีน (LEAN) หรือให้มันเลื่อนไหล ให้มันสะดวก ให้มันกระชับ ลดงบประมาณค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ท่านตอบเราวันนี้อีกนิดหนึ่งได้ไหมครับ ว่าถึงแม้ท่านไม่ได้ใช่ศาลตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ แต่ท่านจะไม่มีกฎหมายหรือระเบียบ ภายในที่เพิ่มค่าตอบแทนพิเศษใด ๆ ให้กับการพิจารณาคดีของท่านอีก นั่นคือ ๓ ประเด็น เรื่องใหญ่ ซึ่งผมคิดว่าวันนี้ครับไม่ว่าท่านจะยอมรับหรือไม่ก็แล้วแต่ แต่ถ้าท่านยอมรับ ในสภาแห่งนี้จะขอบพระคุณมากเลยนะครับว่าท่านต้องยอมรับว่าคำวินิจฉัยเมื่อ ๒๑ กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๖๓ เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งในวันนี้ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ