ธีรัจชัย วิจารณ์รายงานศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ขาดประชาธิปไตย-โปร่งใส

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๓

ธีรัจชัย พันธุมาศ วิพากษ์วิจารณ์รายงานศาลรัฐธรรมนูญปี 2562 ที่ขาดการกล่าวถึงหลักประชาธิปไตย ความยุติธรรม และประชาชน พร้อมตั้งคำถามต่อความชอบธรรมขององค์กรตุลาการที่เกิดจากยึดอำนาจ และผลกระทบต่อผลการเลือกตั้งที่เปลี่ยนแปลงตามคำวินิจฉัยของศาล เสนอให้ตรวจสอบความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณ 205 ล้านบาท โดยเฉพาะค่าใช้จ่าย 44 ล้านบาทที่ไม่โปร่งใส พร้อมเรียกร้องความโปร่งใสในการเบิกจ่ายและเรียกร้องให้มีการปรับปรุงภาพลักษณ์ของศาลรัฐธรรมนูญให้ยึดหลักความยุติธรรมเพื่อประชาชน

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภา ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมขออนุญาตที่จะมาอภิปรายเกี่ยวกับรายงาน ของศาลรัฐธรรมนูญ ในปี ๒๕๖๒ ผมได้ตรวจดูรายงานทั้งหมด ๑๖๗ หน้า มีคำหลายคำที่ระบุ แต่ผมไม่ค่อยเจออยู่ ๒-๓ คำ คำแรกคือคำว่าประชาธิปไตย เจอน้อยมาก คำที่ ๒ คือคำว่า ประชาชน คำที่ ๓ คือคำว่าความยุติธรรม ๓ คำนี้เกิดมาในห้องถามว่าเจอ เจอกันน้อย คำว่าประชาชนเราปกครองในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนเป็นสิ่งที่ต้องยึดมั่น รัฐบาล ของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน ศาลก็ควรจะเป็นศาลของประชาชน โดย ประชาชน เพื่อประชาชน แต่คำเหล่านี้ไม่ปรากฏครับ คำว่าประชาธิปไตยมีอยู่บ้างประปราย ในรายงายฉบับนี้ แต่ผมไม่ทราบว่าประชาธิปไตยของท่านในความหมายของเพื่อประชาชน โดยประชาชน ของประชาชนหรือไม่ สิ่งนี้เป็นคำถามที่เป็นคำถามอยู่ อีกเรื่องหนึ่งคือคำว่า ความยุติธรรม ท่านเขียนแต่คำว่าหลักนิติรัฐ นิติรัฐคือรัฐที่ใช้กฎหมาย แต่ความยุติธรรม มันเหนือกว่ากฎหมาย ท่านไม่ได้คำนึงถึงความยุติธรรมเลยหรือถึงไม่ได้เขียนคำเหล่านี้ ในรายงาน ซึ่งแทบจะไม่มี ลองไปค้นดู ๑๖๗ หน้า หมายความว่าการตัดสินคดี การวินิจฉัยคดี ของศาลรัฐธรรมนูญนั้นคำนึงถึงความยุติธรรมหรือไม่ ผมมาดูถึงที่มาของศาลรัฐธรรมนูญ นับแต่ที่ คสช. ได้ยึดอำนาจขึ้นมา ตำแหน่งที่ว่าง ๒ ตำแหน่งแรกก็มาจากคณะ คสช. นั่นคือ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นี่คือที่มาของผู้ตัดสินคดีของคนทั้งประเทศนะครับ ต่อมานะครับ ตุลาการอีก ๕ ท่านกำลังจะหมดวาระ คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา ๔๔ ต่ออายุตุลาการ จำนวน ๕ คนให้ยังทำงานต่อไปจนกว่าจะมีการสรรหาตุลาการใหม่เสร็จ ซึ่งก็รวมแล้วเป็น ๗ คน จากทั้งหมด ๙ คน ที่มาจากอำนาจของ คสช. ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่ได้มาจากประชาชน นะครับ มาจากยึดอำนาจ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่คลางแคลงใจกับพ่อแม่ พี่น้องประชาชนตาม ประชาธิปไตยของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน เพราะว่าองค์กรวินิจฉัยชี้ขาด คดีต่าง ๆ มาจากองค์กรที่มาจากยึดอำนาจ แล้วก็มาส่งสมัครรับเลือกตั้ง แล้วก็พอผลการ เลือกตั้งออกมาสูสี คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๖/๒๕๖๒ และ ที่ ๓๗/๒๕๖๒ ซึ่งมาจาก ตุลาการ ซึ่งมาจาก คสช. เกี่ยวข้องกับ คสช. ถึง ๗ ท่านใน ๙ ท่าน วินิจฉัยให้คำนวณจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ให้ กกต. นั้นมีอำนาจในการคำนวณได้ ผลออกมาคืออะไรครับ ผลออกมาคือจากเสียงปริ่มน้ำ พรรคอันดับ ๑ ควรจะได้จัดตั้งรัฐบาล แปรเปลี่ยนไปเป็นพรรคอันดับ ๒ ได้จัดตั้งรัฐบาล มี ส.ส. พรรคเล็กพรรคน้อยจำนวน มากมายหลายพรรคออกมา ซึ่งบางทีคะแนนแค่ ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ คะแนน ซึ่งจากค่าเฉลี่ย ๗๐,๐๐๐ คะแนน ได้เป็น ส.ส. เข้ามา นี่คือผลของคำพิพากษาที่ออกมาโดยการพลิกผันโดย อำนาจรัฐ ที่ผมพูดตอนแรกคือว่าของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน คำพิพากษา อันนี้เป็นการบิดเบือนเจตจำนงของประชาชนในการเลือกตัวแทน ปัญหาข้อพิพาท จากการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งศาลรัฐธรรมนูญต้องรับผิดชอบ

ประการที่ ๒ ที่ผมอยากจะเรียนก็คือในหน้า ๕๘ บ่งบอกถึงว่าคดีนั้นมีการ พิจารณาแล้วเสร็จถึง ๑๕ เรื่อง ๑๕ เรื่องนะครับ แต่งบประมาณที่ท่านใช้คือเท่าไรครับ ๒๐๕ ล้านบาท ศาลรัฐธรรมนูญมาบริหารมาจัดการตัดสินในเชิงปริมาณ ๑๕ เรื่อง กับเงิน ๒๐๕ ล้านบาท ถามว่ามันคุ้มค่ากับการที่จะเป็นศาลหรือไม่ เมื่อสักครู่นี้ผมพูดเชิงคุณภาพ มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงเจตนาของประชาชน แต่เชิงปริมาณไม่มีทางคุ้มเลย พอดูลึกเข้าไป ในแง่ของเงินเดือน ค่าใช้จ่ายในปี ๒๕๖๒ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าตอบแทนตุลาการ ๕๐ ล้านบาท ค่าตอบแทนข้าราชการลูกจ้าง ๑๐๙ ล้านบาท ที่สำคัญค่าใช้สอย ๔๔ ล้านบาท ค่าใช้สอยนี้ คืออะไรครับ ค่าตอบแทน ๙ ล้านบาท เงิน ๒๐๐ ล้านบาทมีแต่พวกค่าตอบแทนตัวบุคคล อธิบายไม่ได้ ค่าใช้สอยไม่มีในรายงานนี้ครับว่าค่าใช้สอยคืออะไรถึง ๔๔ ล้านบาท

ประเด็นต่อมาก็คือประเด็นของการพิจารณาคดีตามหน้า ๒๓ ศาลรัฐธรรมนูญ บรรยายไว้เลยว่าการพิจารณาคดีต้องโดยเปิดเผยและให้โอกาสคู่กรณีแสดงพยานหลักฐาน แต่ความเป็นจริงคืออะไรครับ คดียุบพรรคไทยรักษาชาติ ได้ให้โอกาสในการแสดงหลักฐาน หรือไม่ หรือตัดพยานหลักฐานแล้วก็วินิจฉัยเลย คดียุบพรรคอนาคตใหม่มีการให้ แสดงหลักฐานต่อสู้คดีอย่างเต็มที่หรือไม่ มีการเปิดเผยหรือไม่ ไม่ได้มีการเปิดเผย ตัดพยานแล้วก็ยุบพรรคอนาคตใหม่ มีผลทำให้นักศึกษาออกมาเคลื่อนไหวถึงปัจจุบันตรงนี้ นี่คือในเชิงคุณภาพของศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องรับผิดชอบครับ มีการถ่วงเวลา ในการจะตั้งศาลรัฐธรรมนูญชุดใหม่ ซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะวุฒิสภาที่มาจาก คสช. เหมือนกัน แต่ก็ยังดีกว่าการใช้อำนาจมาตรา ๔๔ ต่ออายุขึ้นไป แล้วก็ตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่จนเกิด มีม็อบ (Mob) เยาวชน นิสิต นักศึกษาเกิดขึ้นมาก่อนโควิด-๑๙ (COVID-19) พอมีโควิด-๑๙ (COVID-19) ขึ้นมา นั่นหมายถึงว่าระฆังช่วยพักยกได้นิดหนึ่ง แต่หลังโควิด-๑๙ (COVID-19) ก็มีม็อบ (Mob) นักศึกษา เยาวชน ซึ่งเห็นความไม่ชอบธรรม จุดเริ่มต้นมาจากศาล รัฐธรรมนูญแห่งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะปฏิเสธไม่ได้ถ้าเกิดมีวิกฤติ มีการปราบกันฆ่ากันตาย นี่คือต้นเหตุจากความอยุติธรรมซึ่งเกิดจากศาลรัฐธรรมนูญ ตอนนี้ศาลรัฐธรรมนูญยังคงอยู่ แต่ขอเถอะครับ ท่านที่คงอยู่ที่ขึ้นมาใหม่อีก ๕ ท่านซึ่งมาแทน ๕ ท่านเดิมช่วยแก้ไข ภาพลักษณ์ กกต. ยังมีนิดหน่อยแล้วนะครับ ยังโต้แย้งเรื่องอำนาจท้องถิ่น การเลือกตั้งท้องถิ่น บอกว่าเลือกตั้งได้ ก็นิดหน่อยก็ยังกล้าเผยอต่ออำนาจเผด็จการบ้างแล้ว แต่ศาลรัฐธรรมนูญ จะกล้าไหม จะตัดสินให้ พลเอก ประยุทธ์ คสช. ไม่เป็นข้าราชการไม่ต้องพ้นในการ รับตำแหน่งหรือไม่ ทำแบบเดิมหรือไม่ สิ่งเหล่านี้มันควรจะหมดได้แล้ว นี่คือสร้างความ อยุติธรรมในประเทศ ผมจึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญนั้นได้โปรดแก้ไข มีจุดยืนของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน และคำนึงถึงความยุติธรรมด้วยครับ