สุพิศาล ตั้งข้อสังเกตโอนงบฯ เสี่ยงผิดกฎหมาย-เรียกร้องโปร่งใส

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๔ มิถุนายน ๒๕๖๓

สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ตั้งข้อสังเกตถึงการโอนงบประมาณที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายวินัยการเงินการคลัง และตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการจัดสรรงบประมาณ ทั้งในบริบทของโควิด-19 และกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยชี้ว่าการรับฟังความคิดเห็นขาดประสิทธิภาพ มีการใช้ปัญญาประดิษฐ์แทนเสียงประชาชน สะท้อนการรวมศูนย์อำนาจ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงเจตนาภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ และเสนอให้ตั้งกรรมาธิการตรวจสอบเพื่อป้องกันการทุจริต พร้อมชื่นชมบทบาทของสำนักงานพีบีโอที่ให้ข้อมูลเปิดเผย

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล พรรคอนาคตใหม่เดิมครับ ท่านประธานครับ ๑๕ นาที ต่อไปนี้ กราบเรียนว่าเป็นนโยบายที่รัฐบาลเพิ่งวางเป็นกลไกร่างพระราชบัญญัติ โอนงบประมาณ พ.ศ. .... ผมมีคำถามสั้น ๆ ครับว่า เมื่อเวลา ๑๔.๐๐ น. ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ยืนตรงนี้ แล้วท่านบอกว่าเวลานั้นท่านใช้คำพูดว่า รับฟังความคิดเห็นประชาชนด้วยสิ แล้วท่านก็ห่วงใยอย่างจริงจังเลยครับว่า สิ่งที่ท่านอยากและคำนึงถึงเรื่องนี้คือห่วง คนข้างนอกคือประชาชนครับท่านประธาน เขาจะเข้าใจอย่างไรนะครับ กราบเรียน ท่านประธานฝากเรียนไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีว่านี่คือประเด็นที่ผมจะพูด ในการอภิปราย ๑๕ นาทีต่อไปนี้ครับ โอนไปซุกหรือเปล่า ระวังนะครับ กฎหมาย พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง ปี ๒๕๖๑ นั้นมีเงื่อนไขและตัวตนอยู่ และจะมาบังคับใช้ในเรื่องนี้ แต่ก่อนอื่นต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่าผมจะไปที่ต้นเลยครับ ยังไม่มีใครพูดครับ คือรัฐธรรมนูญใหม่ที่เราใช้อยู่ ปี ๒๕๖๐ ครับท่านประธาน ให้ความสำคัญต่อการรับฟัง ความคิดเห็นด้านกฎหมายอย่างยิ่งเลยครับท่านประธาน ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดสไลด์)

อำนาจประชาชน ในยุคประชาธิปไตยดิจิทัล (Digital) อยู่ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๗๗ วรรคสอง บอกว่า ก่อนตรากฎหมายทุกฉบับ รัฐพึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากกฎหมายในรอบด้าน มาตรา ๗๗ ครับ ถ้าดู ๗๗ แล้ว เหมือนเลขอะไรของเครื่องหมายพรรคใดพรรคหนึ่งผมจำไม่ได้นะครับ แต่ผมอยากบอกว่า ประชาชนคือหัวใจสำคัญในมาตรานี้ และยังมีกฎหมายอีกฉบับหนึ่งที่รองรับคือ พระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๖๒ ในมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ เป็นที่มาครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ความสำคัญ เอกสาร ๔ ชิ้น ที่วางบนโต๊ะขาว ๆ ที่อยู่บนมือผมและอยู่ในสไลด์ (Slide) ด้วยครับ ขอกลับไปหน้าเดิมครับ รัฐธรรมนูญให้ความสำคัญมาก เพราะในกฎหมายฉบับนี้บอกเลยว่าจะต้องทำ เพราะรัฐธรรมนูญบังคับ โดยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องในคำนิยามของมาตรา ๓ ในพระราชบัญญัติ หลักเกณฑ์ แล้วผู้เกี่ยวข้องคือใคร หน่วยงานรัฐบาลครับ และหน่วยงานที่จะต้องทำ แพลตฟอร์ม (Platform) นี้คือสำนักงานรัฐบาลพัฒนาดิจิทัล (องค์การมหาชน) จะต้องออก แพลตฟอร์ม (Platform) กลางมาใช้ในมาตรา ๑๓ ซึ่งจะมีบทบัญญัติเฉพาะกาลใช้อยู่ในช่วงนี้ แค่สำนักงบประมาณเท่านั้นเองที่ยังทำอยู่ แต่ชุ่ยครับท่านประธาน ๓ เล่มนี้ถ้าท่านผู้ใด เอามาอ่านจะเห็นว่าทั้ง ๓ ฉบับที่วางบนโต๊ะนี่เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายเท่านั้น ท่านหยิบ มาดูเถอะ ผมเขียนตัวแดงไปหมด เดี๋ยวผมจะฉีกเป็นชิ้น ๆ เลย เป็นหน้า ๆ ใน ๘-๙ หน้านี้ว่า มันคืออะไร ขาดความสนใจและเอาใจใส่อย่างยิ่งเลยครับ สำนักงบประมาณเจ้าของกฎหมาย ฉบับนี้ต้องกลับไปดู กระทรวงการคลังต้องควบคุมครับ และผมตอบไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ผ่านท่านด้วยว่ารับฟังประชาชนครับ เสียงที่จะผ่านดิจิทัล (Digital) ตรงนี้ต้องรับฟังจริง ๆ ไม่เชื่อก็ไปดูร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ใหม่ รับฟัง ๓ วัน อันนี้รับฟังแค่ ๑๔ วัน ๒๑ เมษายน ถึง ๕ พฤษภาคม เชื่อไหมครับในเอกสาร ฉบับนี้ผู้เกี่ยวข้องคือหน่วยรับงบประมาณ มี ๑๒ หน่วยงาน ที่แสดงความคิดเห็นว่าเห็นด้วย แต่ ๔๙๙ หน่วยงานนี่หายครับท่าน ๑๒ หน่วยงานเป็นเพียง ๒.๔ เปอร์เซ็นต์ อีก ๙๗ เปอร์เซ็นต์ คือ ๔๘๗ หน่วยงานที่หายไป จะไม่เห็นด้วยหรือเห็นด้วยไม่รู้ นี่คือ รัฐรวมศูนย์นะครับ รัฐรวมศูนย์สั่งหน่วยงานงบประมาณบอกว่าให้เข้าเว็บไซต์ (Website) อันนี้แล้วแสดงความคิดเห็น เพราะทุกหน่วยคือผู้ที่ได้รับผลกระทบของร่างกฎหมายฉบับนี้ แต่เปล่าครับ นี่คือเสียง ๑ เสียงจากผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วไม่ใช่แค่นี้ ๙๘ เปอร์เซ็นต์นี่ หน่วยรับงบประมาณไม่ทำอะไรเลย ไม่เดือดร้อน จะยึดจะโอน เพราะคือรัฐรวมศูนย์ ท่านเชื่อไหมในเอกสารฉบับนี้ รายงานว่า ๙,๑๕๐ ราย เข้ามาดู ๑๖๒ คอมเมนต์ (Comment) ใน ๑๖๒ คอมเมนต์ (Comment) มี ๗๑ คอมเมนต์ (Comment) บอกว่า สนับสนุนบัตรทอง งานสาธารณสุขต้องทำ แล้วให้เลิกซื้ออาวุธด้วย สิ่งสำคัญในนั้นมีบอกว่า เลิกเถอะ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ดูนะว่าในเอกสารฉบับนี้มีอะไรครับ นอกจากไม่มีให้ความสำคัญ ความคิดเห็นของประชาชนแล้ว ใช้คำตอบซ้ำ ๆ เอไอ (AI) โผล่ที่นี่ เอไอ (AI) โผล่ที่เว็บไซต์ (Website) ของสำนักงบประมาณ มันก็อปปี (Copy) ครับ ก็อปปี (Copy) คำตอบ เหมือนเปี๊ยบเลยครับ เดี๋ยวผมเปิดให้ดูอยู่ที่ไหนบ้าง ท่านดูคำถามแรกเป็นคำถามเรื่องทบทวน งานสาธารณสุขที่เขามีความคิดเห็น คือเรื่องเช่นเดียวกันโอนงบประมาณไปเป็นกองทุน เสมอภาค ต่อไปโอนงบประมาณจ่ายลงทุนไป อบต. โอนงบประมาณเรื่องความมั่นคงที่ไปใช้ แทนงบสาธารณสุข ไปที่ไหนครับ ไปใช้ในวิธีการอื่น ๆ ในการโอนงบประมาณ ท่านครับ นี่มีแค่ ๕ บล็อก (Block) ที่ผมยกมา ทั้งหมดมี ๗ บล็อก (Block) เหมือนกันหมดเลย ท่านเปิดเอกสารดู ท่าน ส.ส. ทุกท่านที่อยู่ในสภาแห่งนี้ ท่านเปิดดูเลย ผมกากบาทไว้เลย ใช้เอไอ (AI) หรือไม่ ก็เจ้าหน้าที่ชุ่ย ชุ่ย ชุ่ย ตอบคำถามความคิดเห็นประชาชนแบบนี้ได้อย่างไร นั่นคือประชาธิปไตยดิจิทัล (Digital) ครับ ขอสไลด์ต่อไปครับ การโอนงบประมาณของโควิด (COVID) ต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ มีเอกสารอีกฉบับหนึ่ง กฎหมายบังคับให้มี วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย ก็ช่วยอีกครับ ผมกราบเรียนว่าในบล็อก (Block) ของหน้า ๓ บอกเลยว่าสอดคล้องกับอะไรครับ สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๕ มาตรา ๑๔๒ ที่บอกว่าจะต้องสอดคล้องกับ แผนชาติและยุทธศาสตร์ ท่านเชื่อไหมว่าเจ้าหน้าที่ที่พรรคผมเอาเทกซ์ (Text) ของยุทธศาสตร์นี้มา พิมพ์คำว่าโรคระบาด มีอยู่ ๒ ที่ในยุทธศาสตร์ ตัวสุดท้ายคือ ยุทธศาสตร์การสร้างความเติบโตบนคุณภาพที่มีชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เท่านั้นเอง อันสุดท้ายที่มี นอกนั้นไม่มี ไม่รู้ใครหลอกใคร อันนี้คือสิ่งที่ผมอยากจะบอกว่ายุทธศาสตร์ ถูกเขียนไว้ ๒๐ ปี มีคำว่าโรคระบาดอยู่ ๒ คำเท่านั้นเอง แล้วเอามาเกี่ยวเพื่อออกกฎหมาย ฉบับนี้ครับ ไม่โอนงบ โอนแต่เงินใช้หนี้ร้อยละ ๔๐ มีการพูดไปแล้ว ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ในการโอนงบประมาณเอาไปใช้หนี้ เจ้าหนี้อ่วมแน่งานนี้คงไม่ต้องพูดว่าใครเป็นเจ้าหนี้ แล้วสิ่งสำคัญคือคณะกรรมการกำกับนโยบายของกระทรวงการคลังนั้นคงจะต้องปรับแน่ เพราะออกมาแล้วปรับสัดส่วนเพดานใหม่ แล้วเพดานใหม่อันนี้จาก ๖๐ ผมทายหวยเลย ตั้งไว้เลยตอนนี้ ๗๗ ที่เห็นข่าว ผมบอกเลยว่าอีก ๕ ปี ๘๐ แน่นอน แก้ง่าย ๆ คณะกรรมการ ออกมติของบอร์ด (Board) ออกมาปั๊บ เปลี่ยนแปลงสิทธิปั๊บ เพดานมันจะอ่วมขึ้นมา อีก ๕ ปีคอยดูว่าใครจะติดคุกบ้างถ้าไม่แก้ นั่นคือส่วนหนึ่งของการใช้ และหลักเกณฑ์ในการ ใช้เงินในรอบนี้ ดูหลักเกณฑ์นะครับ มี ๓ ส่วนที่เป็นส่วนใหญ่ ๆ ผมอ่านสั้น ๆ ว่าใน พ.ร.บ. นี้ ก็คือที่ยังเบิกไม่ได้ ที่ลงทุนแล้วไม่สามารถเบิกได้ แล้วก็ที่เป็นข้อผูกพันแล้วยังดำเนินการ ไม่ได้ นั่นคือหลักการ แต่ถามว่า ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทไปไหน กฤษฎีกาตีความไปแล้วที่เอาเข้า ไม่ได้ ผมไม่ขอพูดเรื่องนี้ งบที่โอนได้แต่ดันไม่โอน หมายความว่าหน่วยงานที่มีหน้าที่สำคัญ ช่วงโควิด (COVID) ๓ หน่วยงานที่เห็น ๆ คือ กรมควบคุมโรค สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วก็แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ผมยกตัวอย่างมา ๓ หน่วยงาน กรมควบคุมโรค ๓๖ ล้านบาท สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ๕๔๐ ล้านบาท แผนงานบูรณาการ บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ๒,๐๘๔ ล้านบาท เอาเข้ามาทำไม มีหลายท่านพูดไปแล้ว แต่ผมจะลงให้เห็นเลยว่าใช้นักรบเสื้อกาวน์ (Gown) เสี่ยงต่อชีวิต ใช้ตำรวจหามรุ่งหามค่ำ ไปตรวจโน่นตรวจนี่ ตรวจคนมาละเมิดกฎหมาย ละเมิดอะไรครับ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน มาตรา ๙ จับหมดเลยครับ คนเก็บขยะกลับบ้านไม่ได้ก็จับ คนมีตั๋วจะเดินทางออกไปเข้าใจผิดว่า ข้ามเขตได้ มีใบอนุญาต ก็จับหมด ไปสร้างงานให้เขาแต่ไปตัดงบเขา ตัดงบโรงพักด้วย โรงพักสุทธิสารสร้างโรงพัก ๘ ล้านบาทเองไปตัดงบเขา โรงพักสุทธิสาร ผมเคยอยู่เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว เก่าแล้วนานมากแล้ว งบแผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ไปตัดงบเขาทำไม น้ำคือสายเลือดสายโลหิตของประเทศ เกษตรกรรอครับ ไปตัดเขื่อน เยอะแยะไปหมด ตีเช็คเปล่า ท่านตีเช็คเปล่าหรือเปล่าในงบที่ไปดึงเงินทุนสำรอง ผมพูดสั้น ๆ ว่างบนี้ท่านเอาไปใช้แล้ว ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท ไปชดเชยเยียวยา ผู้ประกอบการ รู้ครับ อีก ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท ยังเวต (Wait) รออยู่ แล้วเป็นอำนาจของผู้อำนวยการ สลักหลังเอ็นดอร์ซ (Endorse) โดยนายกรัฐมนตรี ระวังครับ เงินทอนหลวงจะเกิดขึ้นตรงนี้ หรือเปล่า ตามดูนะครับ เพราะว่าปี ๒๕๖๔ ท่านไม่ตั้งเงินชดเชยใช้หนี้ยอดนี้ ไปดูในรายการที่ ๘ ในเอกสารที่ลงมติ ครม. เมื่อเร็ว ๆ นี้ เมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม งบกลางเพิ่มจาก ๕๗๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็น ๖๑๔,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มช่วยโควิด (COVID) แค่ ๔๐,๓๒๕.๖ แสนล้านบาท แต่หมวดที่ ๗ หมวดที่ ๘ คือรายจ่ายเพื่อชดเชยเงินคงคลังไม่ให้ รายจ่ายเพื่อชดเชยใช้เงินทุนสำรองไม่ให้ ไม่ปรับด้วย ปรับ ๒ ครั้งแล้วครับ แสดงว่ากำลังโฮลด์ (Hold) เงิน ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท ไว้ทำอะไร ท่านประธานครับ ระวังเงินทอน โควิด-๑๙ (COVID-19) จะมาใหม่ ติดแฮชแท็ก (Hashtag) ได้ครับ

สรุป บทเรียนทั้งหมดจะส่อให้เกิดการทุจริต แน่ใจอย่างไรว่าไม่เกิดขึ้น เพราะเราต้องการตรวจสอบ อย่าให้เงินทอนโควิด-๑๙ (COVID-19) เกิดขึ้นโดยเด็ดขาด สื่อมวลชน วิชาการ นักวิชาการ กล่าวขานกันระงม ถ้าไม่โปร่งใสเกิดขึ้นแน่ และเพื่อป้องกัน การทุจริตต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบงานนี้ และฝากขอบคุณเอกสาร ข้อมูลดี ๆ จากสำนักงานพีบีโอ (PBO) ครับ เจอกันในวาระที่สอง ขอบคุณ ท่านประธานครับ