คมเดช วิจารณ์งบฯ 8.8 หมื่นล้าน ชี้จัดลำดับไม่รอบคอบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๔ มิถุนายน ๒๕๖๓

คมเดช ไชยศิวามงคล วิพากษ์การบริหารจัดการงบประมาณของรัฐ โดยเฉพาะการโอนเงินกว่า 88,000 ล้านบาทเพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 และภัยพิบัติ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่รอบคอบในการวางแผนและจัดลำดับความสำคัญ พร้อมเสนอให้เน้นการป้องกันที่ต้นเหตุแทนการแก้ปัญหาปลายเหตุเพื่อความยั่งยืนมากขึ้น

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล เขต ๓ จังหวัดกาฬสินธุ์ ทางรัฐบาลเสนอ ร่าง พ.ร.บ. โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... โดยโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ เป็นจำนวนเงิน ๘๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท สาเหตุเกิดจากการแก้ไขปัญหา เยียวยาผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) และปัญหาภัยพิบัติ ภัยแล้งต่าง ๆ ผมเรียนท่านประธานผ่านถึง ท่านนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าตัวท่านมีปัญหาเกี่ยวกับระบบการคิดที่ไม่ครอบคลุม ความคิด ที่มันไม่ครอบคลุมและการไม่ได้จัดลำดับความสำคัญ การแก้ไขปัญหาไม่ตรงประเด็น ไม่ถูกจุด มันเกิดขึ้น และผลออกมาทำให้ประเทศไทยลำบากไปทุกหย่อมหญ้า ผมจะชี้ให้เห็น ๒ ประเด็นใหญ่ ๆ ครับ

การโอนจ่ายงบประมาณถ้าท่านคิดครอบคลุมตัวนี้เป็นภาคการเงินการคลัง ส่วนหนึ่งการบริหารด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านการเมือง ด้านความมั่นคง ถ้าท่านเป็น นักประชาธิปไตย ท้องถิ่นหมดวาระไป ๕ ปีแล้วท่านยังจัดงบประมาณปีละ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นเงินรายจ่ายประจำไม่ต่ำกว่า ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ ล้านบาท สมาชิก ๑-๒ คน ๘๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน เงิน ๘๐,๐๐๐ ล้านบาทท่านสามารถที่จะให้มี การเลือกตั้งจบเลยไม่ต้องไปจัดตั้งงบประมาณไปจ่ายเงินในส่วนนี้ ท่านประธานเห็นไหม การหาเงินถ้ามันครอบคลุมจะออกไปอย่างนี้ ไม่จำเป็นต้องมาตัด ไม่จำเป็นต้องมากู้ นี่เป็น ประเด็นที่ผมยกตัวอย่าง ผมชี้ให้เห็นท่านประธาน เรื่องโควิด (COVID) ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยไปประกาศอยู่องค์การสหประชาชาติหรือยูเอ็น (UN) ว่าประเทศไทยมีความแข็งแรงด้านสาธารณสุขหรือ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค องค์กร สาธารณสุขจะประกอบด้วย นายแพทย์ หมอ พยาบาล อสม. และชาวบ้าน โครงการ ๓๐ บาทรักษาได้ทุกโรคมันคล้าย ๆ กับหินลับมีดครับ จากการที่มีอดีต นายกรัฐมนตรีสมัยพรรคไทยรักไทยได้ทำ ๓๐ บาทรักษาได้ทุกโรค เป็นการฝึกฝน และป้องกันการใช้เงินปีละ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทจากโครงการ ๓๐ บาทรักษาได้ทุกโรค เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการใช้จ่ายงบประมาณ โดยการให้ อสม. เข้าไปป้องกันด้านสุขภาพของ พี่น้องประชาชน ทำให้ประเทศไทยส่วนหนึ่งเกิดผู้สูงอายุผมว่าไม่ต่ำกว่า ๒๕ เปอร์เซ็นต์ คนอายุยืนกว่าเก่า แต่เก่าเจ็บไข้ได้ป่วยเสียที่ไร่ที่นาไป นี่เป็นโครงการหนึ่งที่เป็นจุดแข็งของ ประเทศ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปประกาศต่อยูเอ็น (UN) มีโครงการหนึ่งที่เป็นวิสัยทัศน์ของ อดีตท่านนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งก็คือการจัดเทคโนโลยีโดยการเอาไอแพด (iPad) เข้าไป ทุกโรงเรียนของเด็ก ป. ๑ การจัดการการแก้ไขปัญหาโรคระบาดและหลาย ๆ อย่าง ประเทศไทยเคยแก้ไขปัญหาโรคซาร์ส (SARS) โรคไข้หวัดนก ภัยจากสึนามิ (Tsunami) เคยแก้ไขปัญหาไอเอ็มเอฟ (IMF) ท่านเห็นไหมท่านประธาน การแก้ไขปัญหามันเป็น องคาพยพ พอเขาแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ คล้าย ๆ กันกับว่าทางรัฐบาลชุดนี้เคยบริหาร การท่องเที่ยว สามารถดึงประชากรโลกเข้ามาเที่ยวได้ถึง ๓๐-๔๐ ล้านคน แต่จริง ๆ แล้ว เป็นผลงานของอดีตท่านนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งที่เคยสร้างสนามบินสุวรรณภูมิไว้ นักท่องเที่ยวที่ไหนจะเดินมาครับท่านประธาน เขานั่งเครื่องบินมา แล้วก็มานั่งรถทัวร์ เพราะฉะนั้นวิสัยทัศน์ตรงนี้ การใช้เทคโนโลยี การจัดไอแพด (iPad) เข้าไปสู่กระบวนการ การศึกษาเป็นลักษณะควบคู่กัน เห็นไหมท่านประธานครับ ผมชี้ให้ท่านประธานเห็นตรงนี้ วันนี้ผมได้มีโอกาสประชุมเกี่ยวกับกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน มีรองปลัดกระทรวงสาธารณสุขเข้าร่วมประชุมด้วย มีรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่านรองปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ให้ข้อมูลอย่างนี้ ท่านประธาน วันนี้มีผู้ที่เป็นโควิด (COVID) ๑๗ คน ผมถามว่ามันมาจากไหน จากประเทศ คูเวต ๑๓ คน ประเทศซาอุดิอาระเบีย อีก ๔ คน ถ้าเราแยกแยะออกมาเราจะเห็นว่าปัญหา เกิดขึ้นระหว่างการที่คนจากต่างประเทศเข้ามา ผมขอนำเสนอไปอย่างนี้ครับท่านประธาน แทนที่จะมาแก้ไขที่ปลายเหตุ เอาคนมากักอยู่ ๑๔ วันในประเทศ อันนี้ผมคิดว่าเป็นการแก้ ที่ปลายเหตุ ทำไมไม่ไปแก้ไขที่ต้นเหตุ คือเอาบุคลากรต่าง ๆ เข้าไปป้องกันในประเทศนั้น สมมุติว่าทางประเทศคูเวตจะเข้ามาในประเทศไทย ก็ให้กักตัวอยู่ที่นั่น ๑๔ วันเลย จัดงบประมาณ จัดบุคลากรเข้าไปดำเนินการป้องกันอยู่ตรงนั้น อยู่ในประเทศมันไม่มีอะไร เราสวมหมวกกันน็อก แต่ พ.ร.ก. ฉุกเฉินเห็นไหมครับท่าน ถ้าคิดไม่ครอบคลุม พ.ร.ก. ฉุกเฉินเป็นการไปทำลายเศรษฐกิจ ท่านตัดงบประมาณของกระทรวงพาณิชย์ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ตัด กระทรวงสาธารณสุขท่านก็ตัด มีคนไปท้วงติงว่าทำไม ไปตัดกระทรวงนี้ แล้ว ๓๐ บาทไปทำให้น้อยลงทำไม ผมยกตัวอย่างเรื่อง พ.ร.ก. รถทัวร์นอน คนจากจังหวัดขอนแก่นมากรุงเทพฯ ๓๐ คน ๔ ทุ่ม ถึงตี ๔ ตี ๕ เจอ พ.ร.ก. ไปไม่ได้ห่างกัน ๒ เมตร เหลือ ๑๕ คน รถทัวร์เจ๊งครับ จะเอาเงินที่ไหน จะเก็บภาษีที่ไหนผมถามดูหน่อย ผมบอกว่าเกี่ยวกับวิธีคิดของท่าน ท่านยอมรับโดยสดุดีว่าท่านไม่เก่งเรื่องเศรษฐกิจ แต่ท่านมี ความจริงใจ จริงใจอย่างไรครับ งบฟื้นฟู ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ได้ตั้งคนเข้าไปตรวจสอบ แตงโมลูกหนึ่งมันหายไปครึ่งหนึ่งทุกวันนี้ตั้งแต่ท่านเข้ามา ผมชี้ให้เห็นจีดีพี (GDP) ของประเทศหลุดไป ๖.๗ แรงงานท่านประธาน ไปตัดทำไมกระทรวงแรงงาน คนตกงาน ๗.๔ ล้านคน ลามไปจนถึงน่าจะ ๘-๑๐ ล้านคน เพราะว่ายังไม่นับนักศึกษาที่จบปริญญา คนจนจาก ๑๔ ล้านคน ขึ้นเป็น ๑๘ ล้านคน งบดุล ๕ ปีก่อนติดลบไม่ต่ำกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปีที่ ๖ เข้าเป็นรัฐบาลติดลบอีก กู้เงินอีก ๑.๙ ล้านล้านบาท และตัด งบประมาณอีก ๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปี ๒๕๖๔ ขาดดุลอีกไม่ต่ำกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ด้านการเงินการคลังนี่จีดีพี (GDP) ถ้าติดลบถึง ๒-๓ ปีนี่ประเทศล้มละลายทันที ระวังตรงนี้ วิธีคิดท่านไม่ครบ ท่านไม่ครอบคลุมในการบริหารประเทศ โดยเฉพาะท่านยอมรับ ด้านเศรษฐกิจว่าท่านไม่เก่ง การที่ท่านไม่เก่งนี่ไม่ใช่ยุคที่จะเอารถถังไปต่อสู้กัน ไม่ใช่ ยุคสงคราม มันสงครามทางเศรษฐกิจ ประเทศไทยจากถูกตัดจีเอสพี (GSP) พานาโซนิค (Panasonic) ย้ายฐานจากประเทศไทยไปประเทศเวียดนาม ท่านประธานคิดดูสิ ลองดูให้ ครอบคลุมและตั้งโจทย์ให้แตก ๆ ท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าวิธีคิดท่านยังอยู่ในแนวนี้ ไปยากครับ วิธีการบริหารประเทศชาติไม่ใช่เอาวิธีการเกี่ยวกับเอาระบบข้าราชการมานำ ไม่มีวิสัยทัศน์ ระบบราชการท่านประธานผมชี้ให้เห็น วันเสาร์ วันอาทิตย์นี่เดือนหนึ่งหายไป ๘ วัน ปีหนึ่งหายไป ๔ เดือน เช้า ๓ ชั่วโมง บ่าย ๓ ชั่วโมง วันหนึ่งทำงาน ๖ ชั่วโมง ๒๔ ชั่วโมง หายไปอีก ๘ เดือนนี่ได้ทำงาน ๒ เดือน ประเทศไทยถ้าท่านคิดอย่างนี้ปีหนึ่งท่านใช้เวลา ทำงานอยู่ ๒ เดือน ไม่ใช่ไม่ดี แต่ไม่ใช่วิธีการที่จะเอาแนวนี้มานำ ท่านไม่มีพื้นฐานเรื่อง ประชาธิปไตย ท่านไม่มีพื้นฐานเรื่องสังคม ยาบ้าเต็มบ้านเต็มเมือง แล้วเห็นว่าจะเอา กัญชงกัญชาเข้ามาอีก ท่านคิดอะไรอยู่ ด้านสังคม ด้านสาธารณสุข ด้านการเมือง เลือกตั้งเฉย ๆ นี่เลือกตั้งนิดเดียว แค่นี้เงิน ๘๐,๐๐๐ ล้านบาทมาแล้ว ไม่ต้องตัดไม่ต้องกู้นี่คือวิธีคิด ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นแนวทางในการแก้ไขปัญหาของประเทศในลักษณะที่คิดว่า เกิดปัญหาฉุกเฉินนี่ ผมว่าตอนนี้ประเทศไทยคน ๓,๐๐๐ กว่าคน แก้ไขปัญหาได้ถึง ๒,๙๐๐ กว่าคน ตาย ๕๐ กว่าคน ประสบผลสำเร็จจากหมอ จากพยาบาล จาก อสม. จากโครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค จากโครงการไอแพด (iPad) ที่มีท่านนายกรัฐมนตรี มีวิสัยทัศน์ เป็นองคาพยพที่ไปได้ เหลือระหว่างคนต่างประเทศเข้ามานี่ ถ้าท่านแก้ไขปัญหา ตรงนี้โดยการเข้าไปป้องกันอยู่ในประเทศนั้นเลยนี่ ทูตต่างประเทศทำพาสปอร์ต (Passport) ข้อมูลอะไรต่าง ๆ นี่เข้าไปแก้ไขปัญหาตรงนั้นเลยจบครับ อย่าปล่อยให้เข้ามาในประเทศ เข้ามาแล้วมันแก้ยากผมชี้ให้เห็นตัวอย่างท่านประธาน คนอยากเข้ามาในประเทศไทย โดยเฉพาะการนั่งเครื่องบินไปกินยาครับ กินยาลดไข้ กินครึ่งชั่วโมง เอาเครื่องมือแพทย์ ไปยิงว่ากี่องศาเซลเซียส ๓๖ องศาเซลเซียส ผ่าน ๓๗ องศาเซลเซียส ผ่าน ๓๗.๕ องศาเซลเซียส ๓๘ องศาเซลเซียส ไม่ผ่าน พอเจอยาลดไข้มันเรียบร้อยแล้ว โควิด (COVID) ขึ้นมาในเครื่องบิน ในสนามบิน แล้วคนที่ไม่เป็นก็เป็น เป็นอยู่ในเครื่องบิน เหมือนกับเวทีมวยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นนี่คือการบริหาร วิสัยทัศน์ วิธีคิดต่าง ๆ ที่ควรจะดีกว่านี้ การจัดสรรงบประมาณควรจัดเข้าไปในส่วน ๆ นี้ ผมคิดว่าการแก้ไขปัญหาโควิด (COVID) ระหว่างจุดที่เกิดปัญหาจริง ๆ แก้ได้ แต่ท่านมองไม่เห็น ท่านไม่เห็นความสำคัญตรงนี้ ผมคิดว่าประเทศไทยไปได้ ถ้าท่านแก้ไขปัญหาถูกจุด แต่ท่านแก้ไขปัญหาไม่ถูกจุด ปัญหา มันก็เหมือนเราสอบ จะมีโจทย์ขึ้นมาแล้วก็มีคำตอบ ข้อ ก ข้อ ข ข้อ ค ข้อ ง ข้อ จ เหตุผล ใกล้ ๆ กัน แต่คนที่มีประสบการณ์จะดูออกว่าการแก้ไขปัญหาเป็นข้อ ก หรือข้อ ข เพราะฉะนั้นคนที่เข้าไปเป็นบอร์ด (Board) หรือเข้าไปเป็นผู้นำประเทศ การแก้ไขปัญหา ที่ประสบผลสำเร็จส่วนใหญ่ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ประสบการณ์ล้วน ๆ ไม่ใช่นักวิชาการ ไม่ใช่ หลักการ ไม่ใช่กระดาษ ไม่ใช่หนังสือ ประสบการณ์ล้วน ๆ ครับ ถ้าท่านมีจุดอ่อนเกี่ยวกับ ด้านเศรษฐกิจซึ่งโลกใบนี้ตัวเศรษฐกิจนำอยู่ แล้วการแก้ไขปัญหาโควิด (COVID) ต้องควบคู่ กันไปกับเศรษฐกิจ ถ้าวิธีคิดท่านไม่ครบ ท่านไม่มีวิสัยทัศน์ และไม่เห็นความสำคัญ กับส่วนส่วนอื่นที่เป็นจุดหลัก เศรษฐกิจหลัก การเมืองหลัก สังคมหลัก ความมั่นคง ไม่ใช่ความมั่นคงนำหน้า จะไปซื้อรถถังทำไม จะไปซื้อเรือดำน้ำทำไม ทำไมไม่เอาเงินที่จะไป ซื้อรถถังซื้อเรือดำน้ำ อย่าง อสม. นี้ก็ถือว่าเขามีคุณค่า การยกระดับเขาขึ้นมา จัดเงิน สนับสนุนไปเลยคนละ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท ให้ อสม. ไม่มีใครว่า ไม่มีใครเสียดาย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็มีคุณค่า รับทุกกรม ทุกกระทรวง เขารับภาระรับปัญหาหนักอย่างนี้ ถ้าท่าน จัดสรรงบประมาณเป็น หาเงินเป็น ประเทศไทยเฟื่องฟูครับ งบประมาณ ๕ ปี ติดลบ กู้อีอีซี (EEC) อีก ๒ ล้านล้านบาท กู้อีก ๑ ล้านบาท กู้อีก ๑.๙ ล้านบาท ตัดงบประมาณอีก ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท และกู้เงินปี ๒๕๖๔ อีกไม่ต่ำกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน หนักครับ ๓ เดือนข้างหน้าถ้าท่านไม่สามารถพยุงเศรษฐกิจให้ไปได้ ให้ไปรอด ประเทศไทย จะพังทันที การเงินการคลังไปไม่ได้ มาตรการส่งออกไปไม่ได้ติดลบ มาตรการการท่องเที่ยว ไปไม่ได้ มาตรการการใช้จ่ายงบประมาณการเงินการคลังไปไม่ได้ นี่คือสิ่งที่ผมอยากอภิปราย ในสภาให้ท่านประธานได้รับรู้รับทราบ โดยเฉพาะผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีที่ท่านยอมรับ ด้วยตัวของท่านเองว่าท่านไม่เก่งเศรษฐกิจ แต่กลับกลายเป็นจุดหลักในการบริหารประเทศ ท่านประธานครับ ท่านคงมีญาติพี่น้อง ลูกสาว ลูกเขยของท่าน ถามท่านประธานครับ ท่านชอบลูกหลานที่กู้เงินเก่งหรือหาเงินเก่ง คำถามนี้ไม่ต้องการคำตอบ คนมีลูกมีหลาน ลูกสะใภ้ ลูกเขย ต้องการคนหาเงินเก่ง ไม่ใช่กู้เงินเก่ง เพราะฉะนั้นการเป็นนายกรัฐมนตรี การตั้งรัฐบาล การให้ความสำคัญต้องครบทุกมิติ ต้องหาเงินเก่ง ไม่ใช่กู้เงินเก่ง จะเอาเงิน ที่ไหนใช้ ถามว่าจะเอาเงินที่ไหนใช้หนี้อีก ๘๐ ปี ท่านประธานอยู่ถึงไหม ผมอยู่ถึงไหม ลูกหลานอยู่ถึงไหม ปล่อยให้ลูกหลานลำบากทำไมทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ ผลประโยชน์บังตา หรือการสืบทอดอำนาจบังตาอยู่ ดูย้อนหลังไปในอดีต ข้อมูลต่าง ๆ ตั้งแต่มีการใช้อำนาจพิเศษ กฎหมายรัฐธรรมนูญ บวรศักดิ์ ก็ไม่เอา มาเอามีชัย มาเอา ส.ว. ๒๕๐ ท่าน ผมนึกว่า ส.ว. เป็นทหารเกณฑ์ ทำไมสั่งซ้ายหัน ขวาหันได้ขนาดนั้น องค์กรอิสระอยู่หน้าห้อง เป็นเด็กหน้าห้อง ดูจุดสำคัญสิท่านประธาน พังพินาศหมดแล้ว จะฟื้นอย่างไร จะแก้อย่างไร มันอยู่ในจิตวิญญาณของท่านครับ ผมไม่เห็นด้วย ในการโอนงบประมาณรายจ่ายและกู้เงิน หลายครั้งหลายครามาแล้ว ถ้าท่านเป็นอย่างนี้ ต่อไปท่านก็กู้อีก ไม่ต่างอะไรกับชาวบ้านที่เกิดภาวะตกหลุมดำตรงนี้ หนี้ ธ.ก.ส. หนี้สหกรณ์ ปรากฏว่าใบเตือนมาต้องกู้หนี้ไปใช้หนี้ นี่หรือประเทศไทย กู้หนี้ไปใช้หนี้ แล้วก็กู้หนี้ไปคืนหนี้ กู้หนี้ไปใช้หนี้ทั้งต้นทั้งดอก สภาพชาวบ้านภาคเกษตรกร ภาคเกษตรกรรมทุกวันนี้ เป็นอย่างไรครับ รอตายใช้หนี้ ท่านไม่เคยพูดถึงเรื่องราคายาง ราคามันสำปะหลัง ราคาอ้อย เกี่ยวกับแรงงานที่รับปากเขาไว้ ปล่อยปละละเลย มันสำปะหลัง ๑.๕๐ บาท ข้าว ๗๐๐-๘๐๐ บาท ยางพารา ๘ กิโลกรัม ๑๐๐ บาท อ้อย ๖๐๐ บาทต่อตัน อ้อยต่ำกว่าราคาปุ๋ยอีก จริง ๆ เป็นกำลังซื้อของประเทศ ภาคธุรกิจ ภาคแรงงาน เข้าไปสู่ภาคครอบครัว เข้าไปสู่ ภาคอุตสาหกรรม เข้าไปสู่การเก็บภาษีอากร และย้อนมาพัฒนาประเทศ เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับ ผมขอสรุปเลยว่าผมอยากให้ท่านเปลี่ยนแนวคิด เปลี่ยนพฤติกรรม คิดว่า ภาคเศรษฐกิจ กระทรวงการคลังคงอยู่ไม่ได้ เห็นการแก่งแย่งชิงดีกันในส่วนส่วนนี้ ผมมอง รัฐบาลชุดนี้เหมือนการบินไทย ขาดทุนหมดเลย ต่างกันอะไรรู้ไหมครับ การบินไทย เปลี่ยนบอร์ด (Board) แต่รัฐบาลชุดนี้ยังไม่เปลี่ยน และผลดีผลที่เกิดความแตกต่างจะเกิดขึ้น อย่างไร เป็นไปไม่ได้ ฝากสุดท้ายครับท่านประธาน พ.ร.ก. ที่ออกไว้อย่าเอาไปใช้ในจังหวัด ที่ไม่เกิดปัญหา ท่านต้องแยกแยะออกไป เปิด พ.ร.ก. ใช้ในจังหวัดที่ไม่เกิดปัญหา จุดที่มีปัญหาใช้ไป ต้องแยกแยะเป็น ไม่ใช่หว่านแหไป ปลาตัวเดียวเน่าหมดข้อง ท่านประธานครับ ฝากข้อมูลที่เรียนให้ทางสภาได้รับทราบในโอกาสนี้ กราบขอบพระคุณมากครับ