ณัฏฐ์ชนน ชี้รัฐบาลหน้าไฟ หลังเรียกคืนงบ 8.8 หมื่นล้าน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๔ มิถุนายน ๒๕๖๓

ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ วิพากษ์การโอนคืนงบประมาณ 88,000 ล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกตถึงผลกระทบต่อหน่วยงานรัฐและประชาชน พร้อมเรียกร้องความรอบคอบในการใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีเป้าหมาย

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี ตำบลสะบ้าย้อย ตำบลสำนักแต้ว ตำบลสำนักขาม ของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ก่อนที่จะเข้าประเด็นใน พ.ร.บ. โอนงบประมาณรายจ่าย เมื่อสักครู่ท่านนายกรัฐมนตรีได้บอกว่าพยายามจะอธิบายให้ประชาชนเข้าใจในประเด็นนี้ เพราะฉะนั้นผมจะอภิปรายเรื่องนี้แล้วก็ขยายความเพื่อให้พี่น้องได้เข้าใจด้วย ท่านประธานสภาที่เคารพครับ วันนี้นอกจากรัฐบาลที่ต้องรับผิดชอบในเรื่องของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ สำนักงบประมาณ ผมมั่นใจว่าวันนี้เจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณ โดยเฉพาะ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณนั่งฟังเราอยู่ วันนี้รัฐบาลเป็นหนังหน้าไฟ สำนักงบประมาณ เป็นผู้เชิดหนัง เราต้องจับตาให้ดี ในการเรียกคืนเงิน ๘๘,๐๐๐ ล้านบาท สำนักงบประมาณ ใช้วิธีคิดอย่างไร ข้อที่ ๒ เมื่อเรียกมาแล้วพิจารณาและใช้งบประมาณอย่างไร สำนักงบประมาณก็เป็นคนดำเนินการ เพราะฉะนั้นวันนี้รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คณะรัฐมนตรี ทั้งหมด ผมเข้าใจสถานะของท่าน วันนี้ผมอยากให้พี่น้องคนไทยทั้งประเทศเข้าใจว่ากระบวนการทั้งหมดในการใช้จ่าย ในการตัด สำนักงบประมาณเดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟัง ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กว่าจะเป็นงบประมาณพวกเราใช้เวลากันหลายเดือน มันต้องการผ่านพิจารณา ของหน่วยงานระดับล่าง ต้องการอะไร ส่งไปหน่วยงานระดับจังหวัดไปสู่กรม ไปสู่กระทรวง ถึงจะเป็นโครงการที่จะของบประมาณแต่ละปีใช้เวลานานมาก หลังจากนั้นก็มีการรวบรวม เพื่อเสนอให้กับคณะรัฐมนตรี พวกเราในฐานะ ส.ส. ใช้เวลาในการอภิปรายหลายวัน เพราะฉะนั้น พ.ร.บ. ทั้งหมดทุกฉบับโดยเฉพาะ พ.ร.บ. การเงินมีความรอบคอบ แต่วันนี้ ผมคิดว่า พ.ร.บ. โอนงบประมาณรายจ่าย ปี ๒๕๖๓ หมายถึงอะไร หมายถึงให้เงิน ให้ไป ๑๐๐ บาท ขอคืน ๘ บาท เพราะฉะนั้นการให้แบบนี้ผมไม่อยากใช้คำว่าการปล้น แต่เป็นการขอคืนแบบถูกกฎหมาย ทำไมผมใช้คำนี้ครับ เพราะว่าเป็นกฎหมาย พ.ร.บ. งบประมาณ ปี ๒๕๖๓ พวกเราออกเป็น งบประมาณ ๓.๒ ล้านล้านบาท แต่วันนี้เราจะขอเงินคืนจากกระทรวง ทบวง กรม จากหน่วยงานต่าง ๆ ก็ใช้อำนาจสภาในการออกเป็นพระราชบัญญัติโอนเงิน ๘๘,๐๐๐ ล้านบาท นี่ก็คือการขอคืนแบบถูกกฎหมาย ท่านประธานครับ การออกพระราชบัญญัติฉบับนี้ใครได้ ประโยชน์ครับ รัฐบาล ได้ประโยชน์จากอะไรครับ มีเงินเข้ามาสำรองในการใช้จ่ายของรัฐบาล โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี คนที่เสียผลประโยชน์คือใครครับ พี่น้องประชาชน หน่วยงาน ของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ที่ทำโครงการและตั้งความหวังว่าปีงบประมาณ ๒๕๖๓ เราจะดำเนินการ งบประมาณที่ได้มาให้บรรลุเป้าหมาย แต่วันนี้โดนดึงกลับ ใครเป็นคนดึงกลับครับ เป็นดำริ ของรัฐบาลว่าจะขอเงินคืน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นมติ ครม. ขอคืนเท่าไรครับ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ในภาคปฏิบัติสามารถดึงกลับมาได้แค่ ๘๘,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมกังวลในขณะนี้ก็คือหน่วยงานต่าง ๆ ที่รู้สึกว่าตัวเองได้มาแล้ว เอาเงิน ใส่กระเป๋าแล้วครับ ประกาศในพระราชบัญญัติเรียบร้อยแล้วครับ รอประมูล ปรากฏว่า รัฐบาล สำนักงบประมาณไปล้วงออกมาจากกระเป๋า ตำรวจไปจับได้ไหมครับ ไม่ได้ครับ เอาสภาของเราการันตี (Guarantee) ว่าไม่ผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นในการเอางบประมาณ มาจากพี่น้องประชาชนสำนักงบประมาณตระหนักให้ดี เพราะสิ่งที่ท่านเอาคืนมาทั้งน้ำตา หน่วยงานทั้งหลายที่ได้รับเงินไปเขามีความรู้สึกเสียใจแต่ไม่รู้จะพูดอะไรกับใคร ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมคิดว่าในการตราพระราชบัญญัติครั้งนี้ผมขอยกตัวอย่างให้ พี่น้องประชาชนที่อยู่ที่บ้านเข้าใจง่าย ๆ ว่างบประมาณ ๓.๒ ล้านล้านบาท ที่เป็น พระราชบัญญัติงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ผมขอยกตัวอย่างแบบนี้ว่าวันนี้ครอบครัวของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีเงินตั้งไว้ ๓.๒ ล้านล้านบาท แล้วก็กันเงินไว้สำหรับใช้จ่าย ทั่วไป ๙๐,๐๐๐ กว่าบาท ที่เหลือกระจายไปให้กับลูกแต่ละคนเอาไปใช้จ่ายเพื่อจะให้รายได้ กลับมาใช้ในปีหน้า อาทิตย์ที่แล้ว พลเอก ประยุทธ์บอกว่าสตางค์ไม่พอเพราะมีคนป่วย ในบ้าน ต้องไปกู้ธนาคารมา ๑ ล้านบาท กู้มา ๑ ล้านบาทยังไม่พอครับ ไปขอคืนจากลูก ที่ให้ไปแล้วคนละ ๑๐,๐๐๐ บาท คนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท คนละ ๕,๐๐๐ บาท ตกลง เอากลับมาเท่าไรครับ ๘๘,๐๐๐ ล้านบาท ภาพที่ผมแสดงให้เห็นว่าวันนี้กระบวนการจัดการ ทางการเงินของเราเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะฉะนั้นเงินทุกบาททุกสตางค์ที่รัฐบาลดึงกลับมา จากหน่วยงานต่าง ๆ ผมถือว่าเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น สิ่งที่จะตามมาคืออะไรครับ การวางแผนของรัฐไม่เป็นไปตามเป้า ๒. โครงการต่าง ๆ ไม่ตอบสนองความต้องการ ของประชาชน สิ่งที่เขาต้องการเราไม่ให้เราเอาคืน เดี๋ยวมีเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเราจะไป หยิบยื่นให้ในสิ่งที่เขาไม่ต้องการ มีการตัดงบประมาณนะครับ แล้วก็จะเอาเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาชดเชย ท่านประธาน จับตาดูให้ดี บางกระทรวงตัดไป ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่อาจจะใช้งบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปเพิ่มให้เป็น ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท โดยที่มีความชอบธรรม เพราะฉะนั้นสำนักงบประมาณ ขึ้นอยู่กับสำนักนายกรัฐมนตรี มีคนบอกว่าสำนักนี้ทำตัวเป็นเทวดา เพราะอะไร เพราะหน่วยงานราชการต่าง ๆ ก่อนที่จะของบต้องผ่านสำนักงบประมาณ ต้องโดนตัด ผ่านมาแล้ว เป็นพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ยังไม่พอ ดึงออกจากกระเป๋าอีก เพราะฉะนั้นครับท่านประธาน วันนี้ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ผมก็เลยบอกว่า พี่น้องข้าราชการที่ดูแลในเรื่องของงบประมาณ สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง พวกเรามีหน้าที่ในการดูเรื่องการเงินให้กับรัฐบาล เพราะฉะนั้น ผมเองก็รู้สึกว่าวันนี้อยากที่จะอธิบายหลาย ๆ อย่าง เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งที่พวกเรามั่นใจ มากที่สุดวันนี้ว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมไม่อยากจะมาชมเชย ไม่อยากจะมาเยินยอ ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ตลอดระยะเวลาที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีข้อดีของท่านข้อหนึ่ง ก็คือท่านสุจริต ท่านไม่ได้มีการฉ้อโกงให้พวกเราเห็น เพราะฉะนั้นท่านประธานสภาที่เคารพครับ รัฐบาลจะอยู่ได้หรือไม่ได้ คณะรัฐมนตรีอยู่ได้หรือไม่ได้ สภาแห่งนี้จะอยู่ได้หรือไม่ได้ ความโปร่งใสในการบริหารงานโดยเฉพาะงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ เป็นตัวชี้วัด ขอบคุณครับ