สุรวิทย์ ชี้ปัญหาน้ำมันปาล์ม ทุนต่ำ-ส่งออกยาก-รัฐแก้ไม่ตรงจุด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๖ สิงหาคม ๒๕๖๓

สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ หารือปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำและศักยภาพการผลิตที่ต่ำในประเทศไทย พร้อมเสนอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขโดยการลดสต็อกน้ำมันปาล์มผ่านการใช้เป็นพลังงานทดแทน เช่น น้ำมันดีเซล B10 หรือผลิตไฟฟ้า รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาปาล์มน้ำมันให้เป็นสารตั้งต้นมูลค่าสูงในอุตสาหกรรมเคมี ยา และเครื่องสำอาง เพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ถึงแม้ผมอยู่ภาคอีสานปลูกปาล์มน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดชัยภูมิเราเคยให้ความสนใจ ที่จะปลูกปาล์มแต่ก็ไม่ประสบความสําเร็จ เนื่องจากหลายคนเขาบอกว่าอาจจะเป็นจากเรา ได้พันธุ์ปาล์มที่ไม่ดีไปปลูก กว่าจะรู้ตัวก็หลายปีซึ่งกลับตัวยาก เรื่องความชื้นของอากาศ เรื่องน้ําในดินต่าง ๆ ก็ไม่เหมาะสมที่จะปลูกปาล์ม แต่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเห็นว่าปาล์มน้ํามันเป็นเรื่องสําคัญสําหรับพี่น้องประชาชนคนไทย เพราะว่าประเทศไทย ปลูกปาล์มเป็นอันดับ ๓ ของโลก รองจากประเทศอินโดนีเซียและประเทศมาเลเซีย ถึงแม้ สัดส่วนจะแตกต่างกันมากว่าประเทศอินโดนีเซียปลูกมากเฉลี่ยแล้ว ๕๘ เปอร์เซ็นต์ของปาล์ม ในโลกนี้ ประเทศมาเลเซียประมาณ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ของประเทศไทยเรานั้นเพียง ๓.๘ เปอร์เซ็นต์ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังถือว่าประเทศไทยของเรา ผมเป็นผู้แทนราษฎรมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ มีปัญหาเรื่องปาล์มทุกปี ถึงเวลาก็บอกว่าปาล์มราคาตกต่ํา มีการยื่นญัตติกันที่จะตั้ง คณะกรรมาธิการต่าง ๆ แต่แล้วปีนี้ก็ยังมีปัญหาอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ โดยเฉลี่ย ประเทศไทยเราจะมีราคาน้ํามันปาล์มอยู่ที่ ๒๔.๕๐ บาท มีเกษตรกรขายปาล์มน้ํามันดิบ ได้ประมาณกิโลกรัมละ ๔.๒๐ บาท ปัญหาต่าง ๆ ก็อาจจะเกิดจากศักยภาพการผลิต ของบ้านเราค่อนข้างต่ํา ทําให้ต้นทุนสูง และที่สําคัญเราก็จะเห็นได้ว่าการสกัดปาล์มน้ํามัน ของโรงงานก็ยังมีศักยภาพต่ํา ทําให้ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรต่ํากว่าเท่าที่ควรจะเป็น ที่สําคัญก็คือขณะนี้ถ้าเทียบกับต่างประเทศแล้วราคาปาล์มน้ํามันของไทยจะสูงกว่าตลาดโลก จึงเป็นปัญหาว่าเราจะส่งออกต่าง ๆ นั้นก็เป็นการยาก ก็ทําให้ความสามารถในการส่งออก ปาล์มน้ํามันไปต่างประเทศของเราลดลง อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นอุปสรรคเป็นปัญหาที่ทําให้ ปัญหาปาล์มในบ้านเรามีปัญหาตลอดก็คือศักยภาพ หรือว่าความสามารถการแก้ปัญหาเรื่อง ปาล์มน้ํามันของรัฐบาลที่ผ่านมาค่อนข้างต่ํา ต่ําเพราะว่าข่าวคราวเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน เกี่ยวกับสต็อก (Stock) น้ํามันปาล์มบ้าง การขนย้ายน้ํามันปาล์มบ้างจะหนาหูมาก ผมไม่ได้อยู่ ในพื้นที่ดังกล่าว แต่ว่าเชื่อว่าที่ผ่านมาปัญหาของรัฐบาลก็คือเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน เรื่องสต็อก (Stock) ปาล์มน้ํามัน การขนย้ายปาล์มน้ํามัน ก็จึงทําให้ต้องเสนอว่าในเรื่องดังกล่าวนี้รัฐบาล จะต้องให้ความสําคัญเกี่ยวกับการตรวจสต็อก (Stock) ปาล์มน้ํามัน แล้วก็มีการลักลอบการขน การนําเข้าน้ํามันปาล์มโดยติดตั้งพวกจีพีเอส (GPS) มีระบบส่งเข้ามาเรียลไทม์ (Real-time) มีออนไลน์ (Online) มาส่วนกลางซึ่งจะช่วยได้ ทางออกที่สําคัญก็คือการลดสต็อก (Stock) การเกินสต็อก (Stock) ให้ลดลง น้อยลง โดยนําปาล์มมาผลิตเป็นพลังงานทดแทนก็คือ พวกปาล์มดีเซลทั้งหลาย ซึ่งนอกจากจะช่วยลดสต็อก (Stock) ของน้ํามันปาล์มที่เกินไป ก็จะช่วยลดในเรื่องของมลพิษ มลภาวะ เรื่องของสิ่งแวดล้อมก็เป็นเรื่องที่สําคัญที่จะได้ ประโยชน์จากการใช้น้ํามันปาล์มมาผลิตเป็นพลังงานทดแทน ท่านประธานที่เคารพครับ ในปัจจุบันประเทศไทยใช้น้ํามันดีเซลหมุนเร็วอยู่ประมาณวันละ ๖๖ ล้านลิตร เมื่อนํามาผลิตเป็นปาล์มดีเซล เดิมทีเดียวก็ใช้กันอยู่ประมาณ ๗ เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ก็มี แนวโน้มว่าจะใช้บี 10 (B 10) เป็นน้ํามันเกรดมาตรฐานของบ้านเรา ซึ่งเชื่อว่าเมื่อใช้ ปาล์มน้ํามันมาผลิตเป็นน้ํามันดีเซล บี 10 (B 10) จะช่วยแก้ปัญหาได้มาก ปริมาณการใช้ ก็มาก นอกจากบี 10 (B 10) บี 20 (B 20) บี 100 (B 100) เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่มีความสําคัญ การใช้น้ํามันปาล์มดิบไปผลิตกระแสไฟฟ้าก็เป็นการแก้ปัญหา โดยที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๒ ให้นําปาล์มน้ํามันดิบ ๒๐๐,๐๐๐ ตัน ไปเป็นเชื้อเพลิงในการผลิต กระแสไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง ซึ่งก็ทราบว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้รับ มอบหมายให้รับผิดชอบไป ๑๐๐,๐๐๐ ตัน และขณะนี้ก็ได้จัดการซื้อในจํานวนประมาณ ๖๖,๐๐๐ ตัน เรื่องสําคัญที่อยากจะฝากไว้อีกก็คือ นอกจากในการใช้ปาล์มในเรื่องของ การเป็นน้ํามันอุปโภคบริโภคแล้ว น้ํามันเชื้อเพลิงหรือพลังงานแล้ว ในอนาคตอยากจะให้ รัฐบาลให้การสนับสนุนในการนําปาล์มน้ํามันไปผลิตเป็นสารตั้งต้นที่จะมีมูลค่าสูงขึ้น ไม่ว่าจะ เป็นโอเลโอเคมิคัล (Oleochemical) โอเลโอเมดิคัล (Oleomedical) หรือจะเป็นพวกสาร ผลิตอื่น ๆ เช่นเป็นเครื่องสําอางซึ่งราคาที่ผลิตจะได้เพิ่มมูลค่าสูงขึ้น จากเราขายได้กิโลกรัมละ ๔-๕ บาท อาจจะได้เป็นกิโลกรัมละเป็นหมื่นบาท เป็นเรื่องน่าสนใจ นําไปผลิตยาบางชนิด นําไปผลิตอาหารบางชนิด จะทําให้มูลค่าสูงขึ้น รัฐบาลต้องให้การสนับสนุนเพราะต้นทุน ในการผลิตสูง เราจะต้องช่วยกันในเรื่องดังกล่าว นอกจากรัฐบาลจะช่วยเรื่องของต้นทุน เงินลงทุนในการนําไปผลิตเป็นพวกสารเคมีต่าง ๆ แล้ว จะต้องสนับสนุนเรื่องเทคโนโลยี เพราะว่าต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงไป แล้วก็ยังกราบเรียนว่าเรื่องตลาดไม่น่าห่วงในการผลิต สารเคมีจากน้ํามันปาล์ม ผมขอสนับสนุนให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นศึกษา โครงสร้างราคาปาล์มน้ํามัน ศึกษาการใช้น้ํามันปาล์มเป็นพลังงานทดแทน ขอบคุณครับ