เทพไท เสนพงศ์ หารือปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกร พร้อมเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยชี้ถึงสาเหตุจากพื้นที่ปลูกที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ผลผลิตที่สูงขึ้น และการขาดการจัดการพื้นที่เพาะปลูกอย่างเหมาะสม รวมถึงความจำเป็นในการใช้น้ำมันปาล์มภายในประเทศที่ยังไม่เพียงพอ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายสนับสนุนญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษา ปัญหาเรื่องราคาปาล์มน้ํามันและน้ํามันปาล์ม ด้วยเหตุผล ๓ ข้อ ข้อแรกก็เพราะว่าญัตติ เรื่องนี้มีเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่าน คือคุณสาคร เกี่ยวข้อง และคุณธีรภัทร พริ้งศุลกะ เป็นผู้เสนอญัตติ โดยเฉพาะคุณสาคร ๓ ฉบับครับ ผมก็เป็นคนเซ็นสนับสนุนทั้ง ๓ ฉบับ แล้วก็ของคุณธีรภัทรด้วย ๒. นี่ขออนุญาตจะพูดแทน พี่น้องชาวภาคใต้ที่ทําสวนปาล์มเป็นส่วนใหญ่ เป็นปากเสียงให้เขาล่ะครับ ๓. ก็พูดให้กับ คนเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ ๓ จังหวัดนครศรีธรรมราชของผม ที่มีปาล์มน้ํามันอยู่พอสมควร ต้องเรียนกับท่านประธานว่าเรื่องราคาปาล์มตกต่ําเป็นความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชน เกษตรกรชาวสวนปาล์มมาเป็นเวลาหลายปีครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ เป็นต้นมาเลยครับ ราคาปาล์ม ก็สาละวันเตี้ยลงตลอด ปี ๒๕๕๓ ถ้าท่านประธานจําได้ในยุครัฐบาลประชาธิปัตย์ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี สินค้าเกษตรดีทุกตัวครับท่านประธาน ปาล์มราคากิโลกรัมละ ๑๐ บาท ยางพารากิโลกรัมละ ๑๘๐ บาท แต่วันนั้นเป็นประวัติศาสตร์ไปแล้วท่านประธาน พี่น้องชาวสวนยาง ชาวสวนปาล์มคงจะไม่เห็นราคานี้อีกแล้ว แต่ว่าถ้าดูข้อมูลจากสํานักงาน เศรษฐกิจการเกษตรดูในช่วงเวลาปี ๒๕๕๘-๒๕๖๓ ราคาถัวเฉลี่ยของราคาปาล์มน้ํามัน ปี ๒๕๕๘ กิโลกรัมละ ๔ บาท ปี ๒๕๖๐ กิโลกรัมละ ๔ บาท ๖๐ สตางค์ ปี ๒๕๖๑ กิโลกรัมละ ๓ บาท ๗๐ สตางค์ ปี ๒๕๖๒ กิโลกรัมละ ๒ บาท ๘๐ สตางค์ ปี ๒๕๖๓ ตอนนี้ที่ผมเช็กดูก็คือราคาที่ลานเทของคุณสํารอง เพชรทอง ตําบลบ้านตูล อําเภอชะอวด หัวคะแนนผมเอง โทรศัพท์ไปถามแล้ว ๓ บาท ๖๐ สตางค์ ถึง ๓ บาท ๗๐ สตางค์ ในขณะที่ ต้นทุนการผลิตของราคาปาล์มอยู่ที่กิโลกรัมละ ๓ บาท ๓๖ สตางค์ ชาวบ้านเดือดร้อนมาก ชาวสวนปาล์มหวานอมขมกลืนมาโดยตลอด โชคดีที่รัฐบาลชุดนี้ได้นําเอานโยบายของ พรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายการประกันรายได้เกษตรกร กิโลกรัมละ ๔ บาท เอาของยางพารา กิโลกรัมละ ๖๐ บาท แต่ชาวบ้านเขาอยากจะได้กิโลกรัมละ ๔ บาทขึ้นไป ๔-๕ บาท ๖ บาท ๗ บาท เขาอยากได้อย่างนั้น เพราะเขาไม่อยากจะให้เรื่องนี้เป็นภาระ ด้านงบประมาณของรัฐบาลครับ คือราคาตกต่ําเท่าไรรัฐบาลก็ต้องชดเชยไปเท่านั้น แล้วพอ ชดเชยไปก็เป็นภาษีของคนทั้งประเทศ ก็เลยต้องเรียนกับท่านประธานว่าชาวบ้านอยู่กันด้วยความยากลําบากมากในเรื่องการปลูกปาล์ม ทีนี้ถ้าหากว่าเราจะมาดูเรื่องปัญหาที่มันเป็นแบบนี้มา ก็ต้องถามว่าเพราะอะไรที่ราคาปาล์ม ตกต่ํา ผมในฐานะเป็นผู้แทนราษฎรมาจากเขตพื้นที่ปลูกปาล์ม ถ้าวันนี้ไม่ได้พูดเรื่องปาล์ม คงกลับบ้านไม่ได้ครับท่านประธาน ชาวสวนปาล์มก็จะถาม เทพไทพูดแต่เรื่องรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญยังกินไม่ได้ ปาล์มนี่ราคาปาล์มกินได้ ราคายางกินได้ อยากให้พูดด้วย ก็เลย ถือโอกาสนี้พูดกับท่านประธานนะครับ สาเหตุผมคิดว่า ๑. พื้นที่ปลูกปาล์มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าดูจากตัวเลขของสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘-๒๕๖๒ ก็เพิ่มขึ้นตามลําดับ ๔,๓๐๐,๐๐๐ ไร่ ๔,๕๐๐,๐๐๐ ไร่ ๔,๙๐๐,๐๐๐ ไร่ ๕,๓๐๐,๐๐๐ ไร่ ๕,๔๐๐,๐๐๐ ไร่ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ครับ ถามว่าทําไมเพิ่มขึ้น คือบางพื้นที่เขาก็อยากจะปลูกปาล์มเพราะมี ความรู้สึกว่าทําปาล์มดีกว่าพืชอย่างอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ลุ่มน้ําปากพนังที่ทํานาข้าว ทํานาข้าวนี่ลําบากภาคใต้เพราะว่ามันไม่ใช่แหล่งผลิตข้าวที่มีคุณภาพ เขาก็แปรมาเป็น สวนปาล์มเกือบทั้งหมดครับ ยกร่องสวนปาล์มเกือบหมด เพราะปาล์มเป็นพืชที่ชอบน้ํา เพราะฉะนั้นพื้นที่ลุ่มน้ําปากพนังก็เปลี่ยนจากนาข้าวเป็นนาปาล์มเกือบทั้งหมดครับ แล้วก็ ขยายผลไปทั่วเลย เพราะฉะนั้นรัฐบาลไม่ได้จัดระบบเรื่องโซนนิง (Zoning) เรื่องพื้นที่ การปลูกปาล์มที่เหมาะสม บางพื้นที่ที่ผมไปดู ถ้าหากว่าไม่ใส่ปุ๋ย ผลผลิตจะไม่ได้เลย ท่านประธาน ต้องใส่ปุ๋ยอยู่ตลอดเวลา ต้องเร่งปุ๋ยตลอดเวลา แล้วราคาปาล์มอยู่ขณะนี้ ชาวบ้านจะรับภาระราคาปุ๋ยได้หรือท่านประธาน รับไม่ได้นะครับ ต้นทุนก็เพิ่มขึ้น ๆ ก็ต้อง เรียนกับท่านประธานว่าเมื่อพื้นที่ของปลูกปาล์มเพิ่มขึ้น ส่วนที่ ๒ มาจากผลผลิตครับ ผลผลิตปาล์มก็เพิ่มขึ้น พัฒนาขึ้นครับท่านประธาน คือหมายความว่าทางวิชาการของบ้านเรา ก็ได้พัฒนาสายพันธุ์ปาล์มที่ทําให้ปาล์มได้ผลผลิตมากขึ้น ก็มีวิวัฒนาการพัฒนาขึ้นมาจริง ๆ แล้วก็ได้ทําให้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกันครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็คือทําให้ปริมาณของ ปาล์มก็มีมากขึ้น ๔. เรื่องการใช้น้ํามันปาล์มภายในประเทศ น้ํามันปาล์มที่จะใช้ ก็เรียน ท่านประธานครับ ส่วนหนึ่งก็คือไปใช้ในด้านการบริโภค การบริโภคในครัวเรือน คือน้ํามัน ที่เขาบอกว่าน้ํามันปาล์มทอดอาหารและมีคุณภาพดีครับ ก็ใช้กันเยอะเลยครับ นี่ก็คือส่วนหนึ่ง ก็ไปทําอุตสาหกรรม ท่านประธานก็เคยกินขนมแบบกรอบ ๆ ที่ทอดกัน นี่ก็ใช้น้ํามันปาล์ม ส่วนที่เกี่ยวกับการใช้น้ํามันปาล์มภายในประเทศที่ผมคิดว่าเป็นปัญหามากสําหรับประเทศไทย ก็คือเรื่องนโยบายการใช้น้ํามันเชื้อเพลิงเรื่องปาล์ม นี่ไม่นับไปที่ดอกเตอร์พิมพ์รพีพูดเรื่อง เอาปาล์มไปเผาผลิตไฟฟ้านะครับ นี่ผมเอาเฉพาะนโยบายน้ํามันที่จะใช้เป็นน้ํามันไบโอดีเซล (Biodiesel) ครับท่านประธาน เป็นความไม่ต่อเนื่องทางด้านนโยบายของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย วันไหนน้ํามันดีเซลแพงปั๊บก็กระตือรือร้น ลุกลี้ลุกลนที่จะทําเรื่องบี ๑๐๐ (B 100) บี ๑๐ (B 10) บี ๒๐ (B 20) ตลอดครับ พอน้ํามันในราคาตลาดโลกตกต่ํา น้ํามันดีเซลตกต่ํา เลิก ไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้เลย แล้วใครจะลงทุนครับท่านประธาน ลงทุนผลิตน้ํามันไบโอดีเซล (Biodiesel) ไม่ใช่บาท ๒ บาทนะครับท่านประธาน ต้องใช้เงินพอสมควร ถ้าหากกู้แบงก์ แบงก์ก็ยึดโรงงานไปแล้วครับท่านประธาน ส่วนที่ ๔ เรื่องการส่งออก ต้องเรียนกับ ท่านประธานว่าของเราถ้าจะล้นตลาดที่จะส่งออกไปเมืองนอก ยากครับท่านประธาน เราสู้ ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซียไม่ได้เพราะเราอยู่แค่ลําดับ ๓ นอกจากส่งออกไม่ได้ เพื่อนจะเอาข้าวมาด้วย มาตีตลาดเมืองไทยด้วย ด้วยเหตุผลอยู่ ๓-๔ ข้อนี้ คือจะทําให้ราคา น้ํามันปาล์มหรือปาล์มน้ํามันตกต่ําลง ผมจําเป็นในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรมาจากพื้นที่ ภาคใต้ ขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนญัตติเพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา ปัญหาราคาปาล์มอย่างเป็นระบบ ขอบคุณครับท่านประธาน