ประเสริฐพงษ์ ชี้ปัญหาปาล์ม 50 ปี รัฐต้องดูแลให้เป็นธรรม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๖ สิงหาคม ๒๕๖๓

ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ หารือปัญหาราคาผลปาล์มต่ำที่เรื้อรังมานาน ตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของรัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเรียกร้องให้แก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นการดูแลเกษตรกร ปรับโครงสร้างราคา ป้องกันการฮั้ว และส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์จากปาล์มอย่างแท้จริง

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ภูมิลําเนาจังหวัดกระบี่ครับ เรื่องของการเสนอญัตติเรื่องแก้ปัญหา ปาล์มหรือจะศึกษาเรื่องปาล์มนั้นเหมือนกับพายเรือในอ่าง ตั้งแต่สมัยสภาเปิดเมื่อครั้งแรก ผมจําได้ว่ามีการเสนอญัตติการแก้ไขปัญหาพืชผลราคาตกต่ํา แล้วก็มีเรื่องของปาล์มน้ํามัน แล้วก็มีคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาเรื่องนี้แล้ว เอาล่ะ วันนี้เสนอญัตติศึกษาอีกครั้งหนึ่ง ก็ไม่ว่ากันไม่ขัดคอ แต่ว่าข้อเท็จจริงที่ผ่านมาปาล์มเราปลูกมา ๕๐ ปีแล้ว ผมก็สงสัยว่าทําไม ก่อนหน้านี้สภา ๒๔ ชุด ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้หรืออย่างไร หรือว่าพูดถึงแต่ทําไมถึงไม่เกิดผล เป็นรูปธรรมให้พี่น้องชาวสวนปาล์มบ้านผมได้ราคาขายผลผลิตปาล์มที่เป็นธรรม ไม่ต้องมานั่งเรียกร้อง ไม่ต้องไปเทปาล์มหน้าศาลากลาง ไม่ต้องมานั่งถามกรมการค้าภายใน ไม่ต้องมานั่งถามหากองทุนหรือวิธีแก้ไขปัญหา หรือแม้กระทั่งเปรียบเทียบกับพี่น้องชาวสวนปาล์ม ที่อยู่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งอยู่ใกล้ประเทศเพื่อนบ้านที่สุด เกษตรกรชาวสวนปาล์มประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซียไม่เคยมีการเรียกร้องเรื่องราคาปาล์มครับ เพราะอะไรรู้ไหมครับ ก็เพราะว่าภาครัฐใส่ใจ ภาครัฐดูแล ภาครัฐให้ความมั่นคง ภาครัฐมองเห็นแล้วว่าเกษตรกร คือต้นทุนของประเทศ คือสิ่งที่รัฐบาลทุกรัฐบาลและราชการจะต้องเข้าไปโอบอุ้ม เข้าไปดูแล เพื่อให้ชาวสวน ชาวเกษตรกรลืมตาอ้าปากได้ ทําไมล่ะครับ ชาวนาประเทศญี่ปุ่นถึงมา ตีกอล์ฟที่ประเทศไทย ชาวสวนปาล์มประเทศอื่นมาเที่ยวเมืองไทย แต่ชาวสวนปาล์ม ประเทศไทยยังต้องนั่งเรียกร้องราคา ๒ บาทกว่า ๓ บาทกว่า เมื่อ ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมาผมตั้ง กระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าทําไมโครงสร้างราคาปาล์มถึงไม่ได้ รับการปฏิบัติ ทําไม พ.ร.บ. กําหนดสินค้าและบริการถึงไม่มีการนํามาใช้ เพราะมีการคํานวณ ตั้งแต่ต้นทุนการผลิตไปจนถึงน้ํามันปาล์มขวดที่วางขายในห้าง ทําไมถึงไม่เป็นธรรม วันนี้ก็มี การประชุมกันที่กระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายในโดยอธิบดี ผมก็อยากจะรู้ว่าวันนี้กลไก รัฐก็กําลังได้รับการผลักดัน ได้รับการติเตียน ได้รับคําเรียกร้องให้แก้ไข ส่วนสภาของเรา จะเสนอตั้งญัตติ ไม่ขัดข้องครับ เอาเลย ดูกันสิว่าจะตั้งกันกี่คณะแล้วเมื่อไรจะแก้ปัญหา ชาวสวนปาล์มเสร็จอีกสักที เพราะเราอยู่แบบนี้มานานแสนนานครับ กลไกของการผลิต กระแสไฟฟ้าจากปาล์มน้ํามันก็มี ที่โรงไฟฟ้ากระบี่หมายถึงว่าโรงหีบน้ํามันปาล์มสามารถผลิต กระแสไฟฟ้าได้แทบทุกโรงครับ แต่ปรากฏว่าภาครัฐเรานี่แหละครับไปปิดกั้น เมื่อวานก็มี การรายงานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ผมก็หยิบยกเรื่องนี้มาพูดสั้น ๆ ให้ที่ประชุม ได้รับทราบ ก็ไปปิดกั้นเขานี่ครับ ไปกําหนดกฎเกณฑ์ว่าต้องไม่เกิน ๑๐ กิโลวัตต์ ไปกําหนด กฎเกณฑ์แล้วก็ไปมีข้ออ้างว่าสายส่งไม่ดี ไม่พอ ซึ่งฟังไม่ขึ้น แน่นอนเรื่องของชาวสวน เกี่ยวข้องกับพ่อค้า กลุ่มโรงงานโรงกลั่นนี่แหละครับ ผมไปฟังโรงหีบที่จังหวัดกระบี่ เขาก็บอกว่าจริง ๆ แล้วโรงกลั่นที่บีบเขามาอีกที คนกําหนดราคาก็มีการตั้งโต๊ะ มีการคุยกัน ล่วงหน้า วันศุกร์นี้ชาวสวนปาล์มสมมุติว่าขายได้กิโลกรัมละ ๓.๗๐ บาท วันเสาร์ก็ยังราคานี้ วันอาทิตย์ก็ราคานี้ เผลอ ๆ แถมมาวันจันทร์ด้วย ไม่ได้คํานึงถึงสภาวะความเป็นจริงของการใช้ การผลิต นี่เกิดการฮั้วกันกับการซื้อปาล์มน้ํามัน ทําไมโรงหีบหรือลานเทเขาไม่เคยมีการบ่นเลย เรื่องราคา เพราะเขากําไรครับ เขาเป็นพ่อค้า แต่ชาวสวนอยู่ปลายสุดเลยอยู่เป็นต้นสุดเลย ที่ผลิตและเอามาขาย แต่ต้องมานั่งเรียกร้องราคา หลายปีครับ ๒-๓ ปีก่อน บี ๑๐๐ (B 100) ชาวเกษตรกรทนไม่ไหวขายไม่ได้ก็เรียกร้องกัน ปรากฏว่าเอาน้ํามันบี ๑๐๐ (B 100) มาเป็น จุดแบ่งปันขาย ก็ได้รับการสนับสนุนจนปัจจุบันตอนนี้กลไกของกลุ่มพ่อค้า กลุ่มทุน หรือแม้กระทั่งรัฐวิสาหกิจก็ไปทําลาย จนกระทั่งตอนนี้น้ํามันบี ๑๐๐ (B 100) ไม่มีขาย และน้ํามันบี ๑๐๐ (B 100) ดีที่สุดครับ กํามะถันไม่มี ควันดําก็ไม่มี แต่ภาครัฐไปกําหนดว่า บี ๑๐ (B 10) กับบี ๒๐ (B 20) เท่านั้นที่จะสนับสนุน ที่ผ่านมาก็มีพรรครัฐบาลไปหาเสียงว่า กิโลกรัมละ ๕ บาท แต่วันนี้ไม่ถึง ได้ ๔ บาท แต่คําว่า ได้ ๔ บาท คือประกันราคาแล้วก็จ่าย แค่ ๗ งวด เป็นงวด ๆ ความยั่งยืนก็ไม่เกิดขึ้น การบริหารจัดการเป็นสิ่งสําคัญ ถ้าส่วนราชการเรา เอาใจใส่ ถ้าฝ่ายการเมืองช่วยกันดูแลผู้บริหารสูงสุดที่เป็นรัฐมนตรีเข้าใจกระบวนการ อย่างแท้จริงวันนี้ไม่ต้องมานั่งศึกษาครับเสียเวลา รัฐมนตรีสั่งการอะไรผมคิดว่าทําได้ เยอะแยะ ก็ไม่เป็นไร รายละเอียดมีเพื่อน ส.ส. ได้อภิปรายไปเยอะ เรื่องของการทอนคืน เมล็ดใน สเตียรีน (Stearin) ก็มีนะครับ และที่ผ่านมาผมเจ็บใจมากท่านประธาน มีการอนุมัติ นําเข้า อนุมัตินําเข้านี่สําคัญที่สุดทําให้มันล้นตลาด นําเข้าน้ํามันปาล์มไม่พอ นําเข้าน้ํามัน ถั่วเหลืองด้วย แล้ววันนี้มีข้อมูลนําเสนอดิสเครดิต (Discredit) ว่าน้ํามันปาล์มไม่ดีไปกว่าน้ํามันถั่วเหลือง ซึ่งไม่จริงครับ นักเคมีวิจัยหลายคนแล้วเขามาพูดว่าน้ํามันปาล์มทนแรงความร้อนได้ดีที่สุด ใช้ทอดดีที่สุด ผมเข้าใจว่ามีกลไกของพ่อค้าที่พยายามจะแสวงหากําไร ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าโรงหีบ ๑ โรง เวลาลงทุน ๔๐๐-๕๐๐ ล้านบาท นี่ ๕ ปี ถอนทุนครับ ไม่เกิน ๕ ปี แล้วแบงก์ชอบปล่อยมาก แต่ทําไมชาวเกษตรกรชาวสวนปาล์มต้องมานั่งเรียกร้องครับ นี่คือสิ่งที่ผมไม่คิดว่าชาวสวนปาล์มต้องเป็นทุกข์ขนาดนี้มานานแสนนาน วันนี้มี ส.ส. หน้าใหม่อย่างพวกผมลุกขึ้นมาพูด ลุกขึ้นมาจี้ ลุกขึ้นมาตั้งกระทู้ เอาล่ะครับ วันนี้เราเป็น ฝ่ายค้านไม่เป็นไร ผมก็ต้องตามเสียงส่วนใหญ่ของรัฐบาลล่ะครับ ขอให้มีพระราชบัญญัติ เรื่องปาล์มน้ํามันและน้ํามันปาล์มให้เป็นจริงสักที จะได้ไม่ต้องมานั่งตั้งคณะกรรมาธิการ ศึกษาและวนไปวนมาครับท่านประธาน ขอบคุณครับ