สฤษฏ์พงษ์ เสนอตั้งกรรมาธิการแก้ปัญหาน้ำมันปาล์ม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๖ สิงหาคม ๒๕๖๓

สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง หารือปัญหาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาและเร่งผลักดันกฎหมายเฉพาะเพื่อคุ้มครองเกษตรกรผู้ปลูก พร้อมเรียกร้องให้มีกองทุนสนับสนุนและแก้ปัญหาความไม่เป็นธรรมในห่วงโซ่ผลิต โดยเฉพาะประเด็นราคาผลผลิตที่ต่ำกว่ามูลค่าน้ำมันสำเร็จรูปและการขาดกฎหมายคุ้มครองเช่นเดียวกับพืชเศรษฐกิจอื่น

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย เขต ๒ ผมได้เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แก้ไขปัญหาปาล์มน้ํามันและน้ํามันปาล์ม พร้อมกับท่าน ส.ส. ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ แล้วก็ ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกของพรรคภูมิใจไทยที่อยู่ภาคใต้ แล้วก็ภาคอื่น ๆ ที่มีปาล์มน้ํามัน ที่ร่วมกันเซ็นชื่อในการเสนอญัตติของกระผม แล้วก็ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ได้เสนอญัตตินี้เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์มได้มี การยกระดับและพัฒนาปาล์มน้ํามันขึ้นอีกระดับหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ตั้งแต่ ประเทศไทยรู้จักปาล์มน้ํามัน ถ้าเราย้อนอดีตไปนั้นจะเห็นได้ว่าปาล์มน้ํามันเข้ามาปลูก ในประเทศไทยตั้งแต่ ปี ๒๔๗๒ ๙๑ ปี แต่ลักษณะในการที่ปลูกหลังจากนั้นปลูกเพื่อที่ จะเอาผลผลิตอย่างจริงจัง ก็เริ่มต้นประมาณปี ๒๕๑๐ กว่า ๆ เป็นต้นมา และจังหวัดกระบี่ก็เป็น จังหวัดต้น ๆ แล้วก็ได้ชื่อว่าเมืองหลวงปาล์มน้ํามัน เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสาคร เกี่ยวข้อง ก็อยู่จังหวัดกระบี่ด้วยกันก็เป็นผู้เสนอญัตติ ซึ่งเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในพื้นที่เห็นได้ว่าปาล์มน้ํามันในขณะนี้ขยายไปทั่วประเทศ ทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน บางจังหวัดก็ปลูกปาล์มน้ํามันกัน แต่สิ่งสําคัญที่สุดเกษตรกรที่ปลูกปาล์มน้ํามันไม่เคยได้รับ ความสนใจ ใส่ใจ ไม่ว่าจะเป็นเชิงวิชาการในการที่จะพัฒนาเมล็ดพันธุ์ ต้นพันธุ์ แล้วก็เรื่องปุ๋ย ไม่ว่าจะเป็นค่าแรงในชาวสวนปาล์มก็ดี เพราะปาล์มน้ํามันที่จริงแล้วเป็นพืชที่มีประโยชน์มาก ใช้ได้ทุกส่วนของต้นปาล์มน้ํามัน เป็นพืชมหัศจรรย์จริง ๆ แต่เสียดาย เสียโอกาสที่นโยบาย ของรัฐบาลไม่ได้ให้ความสําคัญในส่วนของปาล์มน้ํามัน จึงทําให้เกษตรกรชาวสวนปาล์ม ต้องพึ่งพาตัวเอง ไม่เหมือนกับพืชอื่นในส่วนของพระราชบัญญัติอ้อยที่มาทําน้ําตาล แล้วก็ ดูแลในเรื่องของพระราชบัญญัติ ดูควบคุมไปจนถึงโรงงาน แม้กระทั่งรถ ๑๐ ล้อบรรทุกอ้อย ก็ยังได้สิทธิพิเศษในเรื่องของการที่จะบรรทุกให้สูงขึ้น กว้างขึ้น ยาวขึ้น อันนี้เนื่องจากว่า มีพระราชบัญญัติที่พิเศษ ปาล์มน้ํามันก็ไม่เหมือนกับยางพารา ยางพารามี พ.ร.บ. ควบคุมยาง พ.ศ. ๒๕๔๒ และมีสํานักงานกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยาง วันนี้ก็มีการยางแห่งประเทศไทย ผมเห็นด้วยแล้วก็เห็นแนวทางเดียวกันกับเพื่อนสมาชิกผู้เสนอทั้ง ๖ ฉบับ แนวทางของผม แยกออกเป็นปาล์มน้ํามันและน้ํามันปาล์ม เพราะฉะนั้นโครงสร้างของปาล์มน้ํามัน ซึ่งประกอบด้วยต้นปาล์ม ผลปาล์ม ปุ๋ย แรงงาน การพัฒนาอะไรต่าง ๆ อันนี้คือปาล์มน้ํามัน ปาล์มน้ํามันก็ต้องดูในเรื่องของต้นปาล์มและผลปาล์ม อีกเรื่องหนึ่งก็คือน้ํามันปาล์ม น้ํามันปาล์ม ก็คือนําผลปาล์มที่สุกเป็นทะลายแล้วที่เกษตรกรไปเอาผลปาล์มมาขายสู่ลานเท อันนี้เพื่อที่ จะส่งให้โรงสกัด โรงสกัดส่วนใหญ่ก็จะมีพระราชบัญญัติโรงงานแล้วก็นําผลปาล์มทะลาย ที่สุกแล้วนําไปสกัดเขาเรียกว่าซีพีโอ (CPO) ซีพีโอ (CPO) ก็คือน้ํามันปาล์มดิบ หลังจากได้ ซีพีโอ (CPO) แล้วนั้นก็ไปสู่โรงรีไฟน์ (Refine) ก็เอาน้ํามันดิบไปสกัดให้มีความบริสุทธิ์ขึ้น อันนี้เราก็ได้น้ํามันพืชที่มาบริโภค ท่านประธานที่เคารพครับ เกษตรกรขายผลปาล์มน้ํามัน บางปีก็กิโลกรัมละ ๑ บาทกว่า ผลผลิตต่ําน้อย ๆ ก็ไป ๕-๖ บาทก็มี แต่น้ํามันพืช ๔๐ บาทรวด ไม่ว่าจะราคาผลปาล์มน้ํามันจะ ๑.๗๐ บาท ๒.๕๐ บาท ๓ บาท ๓.๕๐ บาท หรือ ๔-๖ บาท น้ํามันพืชก็ ๔๐ บาท มาจากต้นทุนอะไร เพราะฉะนั้นเรามีพระราชบัญญัติควบคุมในเรื่อง ของเชิงพาณิชย์ที่น้ํามันพืชในกรณีมีเพดานไม่ให้เกินเท่าไร แต่เราไม่มีกฎหมายควบคุม ในส่วนของต้นทางของเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ณ วันนี้รัฐบาลใช้มาตรการในเรื่องของ การแก้ปัญหาปาล์มน้ํามันโดยการประกันราคาผลปาล์ม ๔ บาท หมายความว่าเกษตรกร ขายปาล์มได้ต่ํากว่า ๔ บาท ส่วนต่างรัฐบาลจะไปชดเชยให้ครบ ๔ บาท ณ วันนี้ปัญหานโยบายอย่างนี้นะครับ แก้ปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรรายเล็ก แก้ได้ไม่หมดครับ เนื่องจากว่าเกษตรกรชาวสวนปาล์มยังมีปัญหาอยู่มาก เช่นปลูกปาล์มในป่าสงวน ปลูกปาล์ม ในแหล่งที่ไม่มีเอกสารสิทธิ อันนี้ล้วนแต่เป็นประเด็นปัญหาที่สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องมี พระราชบัญญัติปาล์มน้ํามันและน้ํามันปาล์ม และควรจะต้องมีกองทุนปาล์มน้ํามันแห่งประเทศไทย โดยอาจจะเทียบเคียงในเรื่องของกองทุนยางพารา อาจจะเป็น พ.ร.บ. อ้อย หรือ พ.ร.บ. ยาง ก็ให้คณะกรรมาธิการได้มาศึกษา เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ประชาชนก็จะถูกเอารัดเอาเปรียบ ในเรื่องของเกษตรกรข้างล่างชาวสวนปาล์ม มิหนําซ้ําเกษตรกรตัดปาล์มออกไปแล้วไปขาย ลานเท แล้วแต่ลานเทจะบอกว่าเปอร์เซ็นต์น้ํามันปาล์มของเกษตรกรรายนี้จะกี่เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นในขณะที่รัฐบาลส่งเสริมในเรื่องของการปลูกปาล์มน้ํามันที่มีคุณภาพ บอกว่า ๒๒-๒๕ เปอร์เซ็นต์น้ํามัน แต่เวลาไปปลูก ๓ ปีตัดปาล์มไปส่งทีไรก็บอกว่า ๑๘ เปอร์เซ็นต์รวด ซึ่งเหล่านี้เป็นข้อที่มีความเหลื่อมล้ํา เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะต้องแก้คือต้องมีกฎหมายในการ กํากับควบคุม ตั้งแต่ในเรื่องของการไม่เอาเปรียบเกษตรกรในเรื่องของเปอร์เซ็นต์น้ํามันปาล์ม ก็โดยการตั้งมิเตอร์เรียลไทม์ (Real-time) ที่แท็งก์ (Tank) ของซีพีโอ (CPO) เพราะฉะนั้น ปาล์มน้ํามันของเกษตรกรจะส่งที่ซีพีโอ (CPO) สมมุติว่าส่ง ๑,๐๐๐ กิโลกรัม หลังจากสกัด ออกมาเป็นน้ํามันปาล์มได้กี่กิโลกรัม มิเตอร์ก็จะขึ้นหมดเลย แล้วก็จะส่งไปที่ไหนก็จะรู้หมด อันนี้เป็นการแก้ปัญหาได้พอสมควรในกรณีการเอาน้ํามันเถื่อนเข้ามาใส่ในแท็งก์ (Tank) แล้วก็บอกว่าน้ํามันค้างสต็อก (Stock) อันนี้ในเรื่องของกรณีติดมิเตอร์ อันนี้ก็ควรที่จะศึกษา อีกหลายประเด็นครับ สิ่งสําคัญที่สุดวันนี้ก็ต้องชื่นชมนโยบายที่รัฐบาลต้องการที่จะให้ บริษัทยักษ์ใหญ่จะต้องติดหัวจ่ายน้ํามันบี ๑๐ (B 10) ทั่วประเทศ วันนี้ก็ติดกันครบแล้ว ในส่วนของบี ๑๐ (B 10) ก็ใช้กันดี ก็ไม่มีผลต่อเครื่องยนต์แต่ประการใด ท่านประธานคิดดูสิว่า ใช้บี ๑๐ (B 10) นี่คือน้ํามันดีเซล ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เอาน้ํามันปาล์ม ๑๐ เปอร์เซ็นต์เข้าไปใส่ ก็คือโดยการที่จะไปทํา เอาซีพีโอ (CPO) ของน้ํามันปาล์มไปทําเป็นบี ๑๐๐ (B 100) แล้วเอา บี ๑๐๐ (B 100) ๑๐ เปอร์เซ็นต์ไปบวกกับน้ํามันดีเซล ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ได้เป็นบี ๑๐ (B 10) ท่านประธานครับ สิ่งที่สําคัญที่สุดรัฐจะต้องออกมาควบคุมว่าซีพีโอ (CPO) ที่มาผสมในน้ํามัน ต้องเป็นซีพีโอ (CPO) ภายในประเทศเท่านั้นครับ ไม่ต้องเอาซีพีโอ (CPO) ต่างประเทศ เข้ามาทําบางบริษัทไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านที่ประเทศอินโดนีเซียเป็นหมื่นเป็นแสนไร่ แล้วก็ไปทําบี ๑๐๐ (B100) ส่งเข้ามาผสม อย่างนี้ก็ทําไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของ การเสนอญัตติของผม ผมเห็นด้วยในการที่จะให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาในเรื่องของ ปาล์มน้ํามันและน้ํามันปาล์ม เพราะน้ํามันปาล์มกับปาล์มน้ํามันเป็นสิ่งที่สามารถต่อยอด ก่อให้เกิดรายได้กับประเทศชาติอีกมากมาย ในขณะเดียวกันต้องยกระดับเกษตรกร ชาวสวนปาล์ม วันนี้ต้องพึ่งพาตนเองนั้นให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และข้อห้ามต่าง ๆ ในเรื่อง ของกฎหมายในอนาคตที่คณะกรรมาธิการต้องไปดูแล เช่นในเรื่องของการให้ทุนในการที่จะ ปลูกป่าไม้ในเขตอุทยานต่าง ๆ นั้นเราก็สามารถควบคุมได้ ก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิก ที่สนับสนุนทุกท่านนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ