มานพ คีรีภูวดล ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เหมาะสมในการอนุญาตทำเหมืองแร่ในพื้นที่ป่าต้นน้ำชั้น 1 ที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ โดยชี้ถึงปัญหาความโปร่งใสของกระบวนการอีไอเอที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงด้านระบบนิเวศ วัฒนธรรม และแหล่งน้ำสำคัญของชุมชน พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนการตัดสินใจตามยุทธศาสตร์ชาติด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน และเสนอให้ผู้บริหารลงพื้นที่รับฟังสถานการณ์โดยตรง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ผมอยากจะ ให้ท่านประธานไปดูพื้นที่จริงว่าในพื้นที่ที่จังหวัดเชียงใหม่ที่เป็นบ้านเกิดของผมนั้นเป็นอย่างไรบ้าง หัวหน้าพรรคของผมก็ได้อภิปรายไว้แล้วว่ากระบวนการทําเหมืองมีอยู่ ๓ ขั้นตอน ว่าก่อนมี การทําเหมืองมีกระบวนการอย่างไร ช่วงทําเหมืองต้องมีกระบวนการองค์ความรู้อย่างไร หลังทําเหมืองจะมีกระบวนการฟื้นฟูอย่างไร ผมคิดว่า ๓ ขั้นตอนนี้มีความหมายทั้งนั้นครับ ก่อนที่ผมจะเข้าไปสู่เนื้อหาผมอยากจะตั้งคําถามกับผู้บริหารประเทศว่าเราจะนําพาเรื่อง การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไปทิศทางใด ถือว่าอันนี้เป็นคําถามสําคัญ และคําถามนี้เป็นคําถามทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นระดับนานาชาติที่ลงปฏิญญาสากลกันเรียบร้อย แล้วว่าทิศทางในอนาคต ถ้าเราไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วก็ ไม่ได้พูดถึงเรื่องความยั่งยืนมันไปไม่ได้ครับ ผมขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
ผมอยากจะชวนท่านประธาน ไปดูพื้นที่ที่อําเภออมก๋อยครับ เมื่อสักครู่นี้สมาชิกก็ได้พูดถึงว่าผมจะไปที่บ้านกะเบอะดิน ตําบลอมก๋อย อําเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ของพี่น้องชนเผ่ากะเหรี่ยงโปว์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตต้นน้ํา ความสําคัญมันอยู่ตรงนี้ครับ พื้นที่ตรงนี้มีความสําคัญในแง่ของ ระบบนิเวศ เป็นต้นน้ําของแม่น้ําหลายสาย ต้นน้ําแม่น้ําที่ไหลลงสู่แม่น้ํางาวรวมกันเป็น แม่น้ํายวมก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ําเมยและแม่น้ําสาละวิน เป็นพื้นที่มีความสูงประมาณที่ ๑,๐๐๐ เมตร และเป็นแหล่งน้ํา เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ ประเด็นสําคัญคือว่า มีกระบวนการอะไรในทางกฎหมายและในทางที่จะบอกว่าที่นี่เหมาะสมที่จะทําเหมืองแร่ ซึ่งในข้อเท็จจริงแล้วมันเป็นพื้นที่ที่มีทั้งความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นพื้นที่โบราณสถาน เป็นที่อยู่ดั้งเดิมของชนเผ่าลัวะและพี่น้องกะเหรี่ยง ตัวชี้วัดตัวสัตว์ป่าที่ผมคิดว่าหลายคนรู้จัก คือตัวซาลาแมนเดอร์ ชาวบ้านพบในหมู่บ้านที่นี่ ในแหล่งน้ําที่นี่ ผมอยากจะขยับไปสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ อันนี้คือผมลงพื้นที่แล้วพี่น้องประชาชนเขาตั้งคําถามครับ คําถามที่ พี่น้องประชาชนตั้งมาผมว่าตั้งมาง่าย ๆ ว่ากระบวนการก่อนที่จะมีการอนุญาตให้ทํานั้น มีข้อคําถามและข้อสงสัยอยู่หลายข้อ ในกระบวนการอีไอเอ (EIA) เมื่อสักครู่สมาชิกได้พูด ไปแล้วว่ามีตัวละครอยู่หลายตัวมาก ประเด็นแรกก็คือในพื้นที่อมก๋อยคนเขียนหนังสือไม่ได้ แต่ดันไปมีชื่อในการลงประชาคมในอีไอเอ (EIA) เกิดขึ้นได้อย่างไร อันที่ ๒ หนังสือที่เขียนไว้ กับลายนิ้วมือ พี่น้องประชาชนบางคนเขียนไม่ได้ มีคนเขียนชื่อแทนแล้วก็ปั๊มลายมือ ซึ่งไม่ตรงกันครับ คนที่เข้าใจรับรู้โครงการนี้รับรู้ตอนที่หน่วยงานราชการจะมาประชาคม แต่กระบวนการก่อนหน้านี้ไม่รับรู้เลยครับ ประเด็นสําคัญก็คือว่าในข้อมูลอีไอเอ (EIA) กระบวนการอีไอเอ (EIA) บอกว่าที่นี่เป็นป่าเสื่อมโทรม ที่นี่เป็นไร่เลื่อนลอย ข้อเท็จจริงก็คือว่า เป็นป่าต้นน้ําชั้น ๑ เอ (A) มีความอุดมสมบูรณ์และเป็นพื้นที่การเกษตรแบบนิเวศหรือว่า ไร่หมุนเวียน ผมอยากจะให้ท่านประธานมองในมุมอีกมุมหนึ่งว่าพื้นที่แบบนี้ถ้าเอายุทธศาสตร์ชาติ มากางดูว่าเราควรจะกําหนดเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ําหรือพื้นที่ทรัพยากรธรรมชาติหรือไม่ อย่างไร เราควรจะไปทําเป็นเหมืองแร่เพื่อที่จะขุดแร่ มีจํานวนไม่มากเพื่อจะแลกกับทรัพยากรธรรมชาติ และวัฒนธรรมอันงดงามของพี่น้องประชาชนนะครับ ไปดูภาพต่อไปเลยครับ ผมอยากให้ท่านประธานและที่ประชุมได้ดู อันนี้คือกระบวนการ ที่เกิดขึ้นชาวบ้านเขาก็ถามมาว่า เริ่มต้นเมื่อปี ๒๕๔๓ มีกลุ่มนายทุนเข้าไปซื้อที่ เป็นที่ ที่อาจจะมี ส.ค. แต่ไม่มีโฉนด มีการซื้อที่ไป พอปี ๒๕๕๔ บริษัทก็ส่งตัวแทนเข้าไปขุดเจาะ ตัวอย่างว่าที่นี่เป็นแร่ประเภทไหน คุณภาพอย่างไร ซึ่งผมจําชื่อไม่ได้มันเป็นแร่อะไร แต่เป็นแร่ ที่กลุ่มบริษัทสนใจที่จะสัมปทาน พอมาปี ๒๕๖๒ ชาวบ้านก็ทราบข่าวจากสื่อ ไม่ได้ทราบข่าว จากส่วนราชการว่าที่นี่จะมีการสัมปทาน ที่นี่จะมีการทําเหมือง ก็เลยเกิดเหตุการณ์วันที่ ๕ อย่างรูปที่ท่านเห็นนะครับ ชาวบ้านลุกขึ้นมาต่อสู้เรียกร้องยอมรับไม่ได้ เพราะกระบวนการ ในช่วงที่ ๑ ก่อนที่จะทํา ทําไมไม่มีการสื่อสารกัน ทําไมไม่ดูข้อเท็จจริงร่วมกัน ทําไมไม่ไป วิเคราะห์วิจัยว่ามันคือต้นน้ําหรือมันคือป่าเสื่อมโทรม อันนี้เป็นประเด็นสําคัญที่ผมจะอภิปราย เพราะฉะนั้นในพื้นที่ป่าต้นน้ําในประเทศไทย ความเหมาะสมที่จะทําอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ผมคิดว่าต้องสอดรับกับยุทธศาสตร์เรื่องของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประเด็นนี้ถ้าในยุทธศาสตร์ของชาติ ในยุทธศาสตร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม หรือสํานักนโยบายและแผนก็ตามแต่ได้ระบุว่าเราจําเป็นจะต้องดูแล ทรัพยากรเพื่อความยั่งยืนของคนและป่า แต่ขณะเดียวกันกระบวนการก่อนสัมปทาน ในการสํารวจไม่มีความโปร่งใสและชอบธรรม ไม่มีการเชื่อมโยงกับเรื่องยุทธศาสตร์ของชาติ แล้วกระบวนการที่จะทําให้ประชาชนเชื่อมั่นและยอมรับจะเกิดขึ้นได้อย่างไรครับ ผมอยากให้ ท่านไปสไลด์ (Slide) สุดท้ายเลยนะครับ เรากําลังพูดถึงเรื่องของการใช้พลังงานที่สะอาด เรากําลังพูดถึงเรื่องของความยั่งยืน เรากําลังพูดถึงเรื่องของความมั่นคงทางอาหารและยา เพื่อที่จะทําอย่างไรให้โลกใบนี้ คนในประเทศนี้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ถ้าหากว่ากระบวนการ ต่าง ๆ เหล่านี้ไม่เกิดขึ้นจริง ผมคิดว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นในภาพสุดท้าย ขอสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับ เราจะเอาอย่างไรในเรื่องที่ดิน เรื่องความมั่นคง เรื่องความยากจน เหมืองตัวนี้ หลังจากมีการขุดมีการทําแล้ว กระบวนการเยียวยาที่เกิดขึ้นผมคิดว่ามีตัวอย่าง แม้แต่กรณี หมู่บ้านคลิตี้วันนี้ก็ยังไม่จบ เยียวยาคนได้แต่ว่าอาหารที่อยู่ในปลา ในข้าว ในนา ในปู ยังสะสมอยู่ ผมถามว่าคุ้มค่าไหมกับการได้รับเงินค่าประทานบัตร กับการที่จะต้องเยียวยา ชีวิตของผู้คนและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ยาวนาน ขอบคุณมากครับ