เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร พูดถึงปัญหาการทําเหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน และเรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อเร่งแก้ไขปัญหานี้ โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ไขปัญหาและให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ของประชาชน
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อเร่งรัดการแก้ปัญหาการให้ประทานบัตรเหมืองแร่ และการทําเหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน ซึ่งเสนอโดยท่านหัวหน้าพรรคของผม นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ท่านประธานครับ ตามที่ เพื่อนสมาชิกพรรคผมได้อภิปรายไปหลายคนก่อนหน้านี้ ปัญหาการทําเหมืองแร่ในประเทศไทย มีเป็นอย่างมาก และเป็นปกติ ไม่เฉพาะประเทศไทย แต่ก็เป็นเรื่องของทั่วโลก เพราะว่า เป็นการต่อสู้ที่โดยธรรมชาติของมันแล้วเป็นระหว่างนายทุนเบอร์ใหญ่ ตามที่เพื่อนสมาชิกผม ได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้ กับประชาชนตัวเล็ก ๆ ที่มักจะเป็นประชาชนที่เป็นผู้ด้อยโอกาส ทางสังคม อยู่ในป่าบ้าง อยู่ต่างอําเภอ ทําให้เขาไม่มีสิทธิมีเสียงดังเท่านายทุนที่มีเงิน และมีอํานาจรัฐในบางกรณี อย่างประเด็นของที่ที่หนึ่งที่ผมเคยไปลงพื้นที่ ในสมัยเป็น พรรคอนาคตใหม่ที่จังหวัดสกลนคร อําเภอวานรนิวาส ซึ่งประสบปัญหามีชาวบ้านมาร้องเรียน ผมเช่นกันว่ามีการให้อาชญาบัตรสํารวจแร่กับบริษัทนายทุนจีนบริษัทหนึ่ง เป็นเวลา ๕ ปี อาชญาบัตรนี้ก็คือการอนุญาตให้ไปสํารวจแร่ว่ามีแร่โปแตชไหม จะทําไหมก่อนที่จะได้ สัมปทานในการทําเหมืองแร่ ซึ่งอาชญาบัตรนี้ให้แค่สํารวจนะครับ ไม่ได้ให้ขุดไปขาย ซึ่งชาวบ้านก็ร้องเรียนว่าตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ที่ได้ประทานบัตรมา แล้วกําลังจะหมดในปีนี้ ก็คือ พบว่ามีการขุดแร่ไปขาย คือผมก็ไม่แน่ใจว่าทําไมหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเขาไม่เห็น หรืออย่างไร ชาวบ้านไปร้องเรียนหลายที่ เคยจัดม็อบ (Mob) หลายครั้ง ก็โดนการใช้กฎหมาย ของบริษัทที่ลงทุนนี้ ก็คือเขาเรียกว่าการฟ้องปิดปาก หลายรายที่โดนไป คือทําให้ความเชื่อมั่น ของประชาชนกับบริษัทนี้ไม่มีอีกต่อไป ไม่ว่าต่อไปเขาจะทําอีไอเอ (EIA) ความชอบธรรมของ อีไอเอ (EIA) ก็ต้องถูกสงสัยอยู่ดี ทั้งนี้ปัญหาทุกอย่างผมเชื่อว่าจะแก้ได้ด้วยการมีส่วนร่วม ของประชาชน ซึ่งเข้าใจอยู่ว่าตอนนี้การทําเหมืองแร่ที่ใดรายได้ก็จะเข้าที่ท้องถิ่นหรือ อบจ. ซึ่งสุดท้ายแล้วถามว่า อบจ. ก็เป็นพื้นที่ที่ใหญ่นะครับ ก็อาจจะเอาเงินไปสร้างถนนตรงโน้น ตรงนี้ แต่สุดท้ายชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณเหมืองแร่จริง ๆ ถามว่าได้ประโยชน์จากกฎหมาย หรือรายได้นี้จริง ๆ หรือเปล่าก็เป็นที่สงสัยนะครับ ผมจึงอยากขอเสนอฝากท่านประธาน ไปถึงคณะกรรมาธิการถ้าจะตั้งขึ้นมานะครับ ก็อยากให้ศึกษาเรื่องการมีส่วนร่วม ของชาวบ้าน และการชดเชยโดยงบประมาณที่ให้ อบจ. นี้ เอาเป็นว่าเอาง่าย ๆ ถ้าคิดเร็ว ๆ ก็คือถ้าสมมุติเงินที่ได้มานี่ได้มา ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ขอสัก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ใน ๖๐ เปอร์เซ็นต์นั้น ที่มาเยียวยาชาวบ้านในพื้นที่จริง ๆ โดยกําหนดไปเลยว่าต้องดูแลสุขภาพ ให้การศึกษา เพื่อพัฒนาชีวิตของประชาชนในพื้นที่นั้นด้วย รวมถึงการทําแผนฟื้นฟูต่าง ๆ อย่างมีกรณี ที่จังหวัดเลย ซึ่งเมื่อวานก็มายื่นหนังสือ ขึ้นโรงขึ้นศาลกันเรียบร้อยบริษัทเหมืองแร่แพ้ไป ก็ต้องมาจ่ายในการฟื้นฟู สุดท้ายตอนแรกชาวบ้านก็ทําแผนกันไปเรื่อย ๆ สักพักหน่วยงานราชการ เข้ามายุ่ง แล้วก็ไม่ฟังเสียงชาวบ้านเลย คือผมก็งงเหมือนกันว่าประเทศนี้ทําไมข้าราชการ แตะอะไรนี่ทุกอย่างพังหมดทุกที ก็เลยอยากถามจริง ๆ ว่าอยากเรียกร้องผ่านท่านประธาน ไปยังประชาชนทุกคนและข้าราชการว่าขอให้คิดถึงประชาชนเป็นหลัก และเรื่องการฟื้นฟู อยากให้เขาเข้ามาทําด้วย เพราะเขาเป็นคนที่อยู่ตรงนั้น คุณเป็นข้าราชการเดี๋ยววันหนึ่ง คุณก็ย้ายไปที่อื่น ก็อยากให้ประชาชนเป็นที่ตั้งในใจของทุกคนนะครับ แล้วก็อยากชักจูงให้ ส.ส. พรรคอื่น สมาชิกร่วมสภาท่านอื่น อยากให้ตั้งคณะกรรมาธิการนี้ขึ้นมาเพื่อว่าศึกษา ปัญหาที่มีทุกพื้นที่นะครับ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน หรือแม้กระทั่งภาคใต้เอง ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของสภาที่สภาต้องทําและต้องจบในรุ่นเราครับ การมีส่วนร่วมของ ประชาชนต้องมีมากขึ้นเรื่อย ๆ และการทําเหมืองแร่ก็จะเป็นสัญลักษณ์ที่ดีในการเริ่มต้นว่า ยุคนี้เป็นยุคของประชาชนแล้ว ไม่ ใช่ยุคของนายทุนที่แอบไปคุยกับผู้มีอํานาจ แล้วก็จ่ายเงิน กันใต้โต๊ะ เอาเงินมาทําการเมืองหรือทําอะไรมิดีมิร้ายต่อประเทศไทยต่อไป อย่างไรก็ฝาก ท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณมากครับ