นิติพล สนับสนุนตั้งกรรมาธิการเร่งแก้ปัญหาเหมืองแร่-สิ่งแวดล้อม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๖ สิงหาคม ๒๕๖๓

นิติพล ผิวเหมาะ อภิปรายสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อเร่งรัดการแก้ปัญหาการออกประทานบัตรและทำเหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน โดยยกตัวอย่างกระบวนการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และการมีส่วนร่วมของชุมชนที่บกพร่อง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆ ทั้งเชียงใหม่ ปราจีนบุรี และภาคใต้

นายนิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ผม นิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ สิ่งแวดล้อมและสวัสดิภาพสัตว์ พรรคก้าวไกล ผมอภิปราย เพื่อสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อเร่งรัดการแก้ปัญหาการให้ประทานบัตรเหมืองแร่ และการทําเหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน การทํารายงาน วิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ (EIA) ทําขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย ย้อนกลับไป เมื่อ ๔๘ ปีที่แล้ว ในโครงการก่อสร้างเขื่อนพลังน้ําศรีนครินทร์ จากวันนั้นยาวมาถึงวันนี้ มีรายงานอีไอเอ (EIA) ตามมาอีกหลายพันฉบับครับ หลักใหญ่ใจความของอีไอเอ (EIA) นี้ ก็เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติก่อนที่จะเริ่มต้นดําเนิน โครงการ วิธีการทําอีไอเอ (EIA) ค่อนข้างละเอียด และมีเนื้อหามาก คนที่ไม่ใกล้ชิดอาจจะ ฟังแล้วเข้าใจยากครับ แต่สําหรับชาวบ้านในพื้นที่แค่ผมพูดว่าอีไอเอ (EIA) น้ําตาเขาก็ร่วง เป็นสายแล้วครับท่านประธาน เพื่อให้ทุกคนฟังและเข้าใจนะครับ วันนี้ผมขอนําเสนอเป็น ลักษณะการเล่าเป็นบทละครแล้วกันให้ฟัง ๒ เรื่องครับท่านประธาน ละครเรื่องนี้มีชื่อว่า การขอออกประทานบัตรเหมืองแร่ เขียนโดยผู้เขียน ๒ คนครับ ในรูปแบบที่แตกต่างกัน เรื่องแรกเขียนแบบเรียบง่ายสวยงามเป็นขั้นเป็นตอน เรื่องที่ ๒ เขียนโดยเอาประสบการณ์จริง ใส่ลงไปด้วย ทั้ง ๒ เรื่องเป็นเรื่องเดียวกันเพียงแต่นําเสนอกันคนละแนว เรามาทําความรู้จัก นักแสดงทั้ง ๔ คนของเรื่องกันครับ พระเอกของเรื่องชื่ออีไอเอ (EIA) รายงานวิเคราะห์ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม นางเอกชื่ออีเอชไอเอ (EHIA) รายงานวิเคราะห์ผลกระทบกับสุขภาพ ประชาชน พระรองคนแรก ชื่อ สผ. สํานักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม พระรองคนที่ ๒ ชื่อ คชก. คณะกรรมการผู้ชํานาญการ ละครเรื่องแรก ก่อนการออกประทานบัตรเหมืองแร่ได้นั้นก็ต้องผ่านพระเอกหรือนางเอกของเรื่องก่อนครับ วิธีการก็คือเจ้าของโครงการจะไปว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ที่มีสิทธิในการทํา อีไอเอ (EIA) ซึ่งกว่าจะทํารายงานฉบับนี้ออกมาได้ ทีมนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญก็ต้องลงพื้นที่ ในการศึกษาผลกระทบอย่างรอบคอบ รอบด้าน ปรึกษาหารือกับชุมชน และออกแบบ มาตรการลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นก่อนจะเสนอให้ สผ. เพื่อพิจารณาอนุมัติอนุญาต ตามกฎหมายต่อไป เมื่อทําเสร็จครับ เจ้าของโครงการก็จะส่งรายงานฉบับนี้ให้กับคู่พระรอง ของเรื่อง จําได้ไหมครับ ก็มี สผ. และ คชก. เอาไปพิจารณาตามขั้นตอนตามที่กฎหมาย กําหนดต่อไป เมื่อเป็นที่พอใจแล้วก็จะได้รับอนุมัติประทานบัตรเหมืองแร่ ตอนจบของละคร ครับท่านประธาน เจ้าของโครงการก็จะได้ประทานบัตรไป บริษัทผู้รับจ้างก็จะได้รับเงิน ค่าจ้างก้อนใหญ่ก้อนสุดท้ายไป แล้วละครก็จบแบบแฮปปี เอ็นดิง (Happy ending) ครับ ละครเรื่องที่ ๒ เริ่มต้นเหมือนกันก็คือเจ้าของโครงการก็จะไปว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา และบริษัทก็จะส่งไม้ต่อครับ ส่งให้พระเอก ส่งให้นางเอกของเรื่อง แสดงกันไปตามบทบาท ของตัวเอง ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ว่ากันไป ขึ้นอยู่กับว่าใครเจนเวที ใครแสดงดีสมบทบาทก็ผลงานออกมาดี ก่อนที่จะเสนอต่อให้พระรองเพื่อส่งเข้ากระบวนการ พิจารณาตามกฎหมายต่อไป แต่ละครเรื่องที่ ๒ นี้เขียนขึ้นจากเรื่องจริงบนกระดาษที่เปียก ไปด้วยคราบน้ําตาของประชาชน เพราะตั้งแต่วันแรกที่เดินเข้าไปรับฟังความคิดเห็นของ ชาวบ้านก็มองไม่เห็นอนาคตของตัวเองแล้วครับ เพราะการมีส่วนร่วมของชาวบ้านในพื้นที่นั้น ไม่มีรูปแบบที่ชัดเจนเลยครับ ไปจนถึงบางโครงการคนในพื้นที่แท้ ๆ อยากจะมีส่วนร่วม ยังถูกขัดขวาง จัดเจ้าหน้าที่มายืนล้อมรอบมากีดกั้นต่าง ๆ นานา ขัดขวางไม่ให้คนบางกลุ่ม ได้เข้าร่วมในเวที ชาวบ้านซึ่งเป็นคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดแต่กลับเป็นคนกลุ่มแรก ที่ถูกทอดทิ้ง ยังครับ คนเขียนยังใส่รายละเอียดเพิ่มเข้าไปอีกครับ เอาให้เห็นภาพกันชัด มากยิ่งขึ้น เพราะตอนเขียนบทละครก็เปิดข้อกฎหมายตามไปด้วย เลยทําให้เห็นว่า การกําหนดพื้นที่และประเด็นการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมไม่ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสีย อย่างแท้จริง เพราะตีวงรัศมีเพียงแค่ ๕ กิโลเมตรรอบโครงการ การทําเหมืองแร่ไม่ได้กระทบ แค่พื้นที่ที่ทําเหมืองเท่านั้น อย่าลืมว่าพอขุดแร่ขึ้นมาแล้วยังต้องขนส่งแร่ผ่านบ้านคนอีก ตั้งเท่าไร อีกกี่ร้อยกี่พันชีวิตที่เขาได้รับผลกระทบ มาถึงตอนนี้แล้วท่านมีความคิดอย่างไร กับละครเรื่องที่ ๒ นี้ครับ ละครเรื่องนี้จบลงแบบขมขื่นและพลิกความคาดหมาย เพราะพระเอก นางเอก และพระรองอีก ๒ คน ทั้งหมดกลายเป็นตัวร้าย คนที่เจ็บทั้งกาย เจ็บทั้งใจก็คือ ตัวประกอบเล็ก ๆ ที่เรียกว่าชาวบ้าน แต่ท่านประธานครับ ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร เพราะละคร ที่ผมเล่าไปทั้งหมดเนื้อหามันดันไปคล้ายกับเหมืองแร่อมก๋อยที่จังหวัดเชียงใหม่ คล้ายกับ เหมืองแร่ทรายแก้วที่จังหวัดปราจีนบุรี คล้ายกับเหมืองหินอีกหลายที่ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ และยังมีอีกหลายพื้นที่ในประเทศไทยที่มีปัญหาไม่เห็นหัวประชาชน ผมยังมีสคริปต์ (Script) ที่เหลืออยู่เป็นสคริปต์ (Script) ที่เขียนด้วยสมองและเขียนออกมาเป็นคําพูด แต่ผมจะไม่ใช้มัน เพราะผมอยากให้สมาชิกที่อยู่ในห้องแห่งนี้ใช้หัวใจในการคิด พวกเราทุกคนเลือกได้ว่า จะปล่อยให้ชาวบ้านนั้นตกทุกข์นอนร้องไห้แล้วตื่นขึ้นมากับคราบน้ําตา หรือจะก้าวไกล ไปข้างหน้าลงมติเป็นเสียงเดียวกันตั้งกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมาเพื่อสร้างอนาคตใหม่ที่ดี และส่งต่อสิ่งแวดล้อมดี ๆ ให้กับลูกหลานของเรา ขอบคุณครับท่านประธาน