วิษณุ แจงแผนปฏิรูปประเทศ ย้ำความร่วมมือทั้งนิติบัญญัติ-บริหาร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๕ สิงหาคม ๒๕๖๓

วิษณุ เครืองาม ชี้แจงความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 ที่ต้องรายงานทุก 3 เดือน ย้ำความสำคัญของการติดตามและเร่งรัดจากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พร้อมเน้นบทบาทของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ 13 คณะและหน่วยงานบริหารในการขับเคลื่อนแผนทั้งด้านการกระทำและกฎหมาย โดยยกตัวอย่างความคืบหน้าในระบบยุติธรรม เช่น การพิจารณาคดีดิจิทัลและการปรับปรุงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พร้อมรับข้อเสนอจากสมาชิกและผลักดันความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อให้การปฏิรูปเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่ารายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูป ประเทศที่เสนอมาในคราวนี้ เป็นการเสนอตามวงรอบ ๓ เดือน คือเมื่อเดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ จนถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ ซึ่งเป็นการเสนอเข้ามาตามรัฐธรรมนูญ บทเฉพาะกาล ในมาตรา ๒๗๐ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๗๐ วรรคหนึ่งนั้น ได้กล่าวถึงหน้าที่ของ รัฐบาลและหน้าที่ของสภาในเรื่องของการปฏิรูปประเทศเอาไว้ว่า วุฒิสภามีอำนาจหน้าที่ ในการที่จะติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ ๓ คำนะครับ ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัด ส่วนในกรณีของสภาผู้แทนราษฎรนั้นรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดเอาไว้โดยตรง ขีดเส้นใต้คำว่าโดยตรง ไม่ว่าในมาตราใด ๆ ทั้งสิ้นว่าสภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจหน้าที่ในการ ติดตาม เสนอแนะและเร่งรัด แต่รัฐบาลจะต้องเสนอรายงานความคืบหน้ามายังสภาทั้งสอง ทุกรอบ ๓ เดือน เพราะฉะนั้นรายงานครั้งนี้ก็เสนอมาเหมือนกับหลายครั้งก่อนหน้านี้ แล้วก็ ยังจะมีต่อจากนี้ไปอีกตราบใดที่ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข มาตรา ๒๗๐ นั่นก็คือ เสนอมายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อกรุณารับทราบความคืบหน้าในวงรอบ ๓ เดือน ๓ เดือน ๓ เดือน แต่รัฐบาลคาดหมายแล้วก็ต้องการมากกว่าที่จะมากราบเรียนท่านประธานถึงความ คืบหน้า แล้วก็ฟังสภาเพียงแค่ว่าเป็นพิธีกรรม ผมขอกราบเรียนยืนยันว่าเรื่องนี้รัฐธรรมนูญ จะตั้งใจให้เป็นพิธีกรรมหรือไม่พิธีกรรมก็ตาม เพราะว่าเขาแยกการเสนอรายงานต่อสภา ทั้งสองเอาไว้ แต่รัฐบาลถือว่าไม่ใช่พิธีกรรม เราต้องการที่จะให้สภาผู้แทนราษฎรช่วยติดตาม เสนอแนะและเร่งรัดอยู่ดี เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่นำมาเสนอก็จะได้อะไรดี ๆ กลับไปเป็นอันมาก แน่นอนอาจจะไม่ใช่ทั้งหมด เหตุที่ไม่ใช่ทั้งหมดแล้วก็ไม่สามารถที่จะไปปฏิบัติตามได้ทั้งหมด ก็เพราะว่าเสร็จจากสภาผู้แทนราษฎรเราก็ยังต้องไปฟังจากวุฒิสภา อย่างเมื่อคราวที่แล้ว ไม่นานมานี้เอง ในการเสนอรายงานวงรอบ ๓ เดือนอย่างนี้ วุฒิสภาก็ใช้เวลาถึง ๒ วัน เพราะเขาถือว่าเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของเขา และเขามีคณะกรรมาธิการที่ดูแลเรื่อง ปฏิรูปประเทศโดยเฉพาะ แต่ในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรรัฐบาลก็จะได้อะไรกลับไปเยอะ แต่สิ่งที่ได้กลับไปนั้นก็ยังจะต้องไปชั่ง ตวง วัด เปรียบเทียบกับข้อเสนอแนะของวุฒิสภา เพราะบางทีเรื่องเดียวกันแต่สภาทั้งสองเสนอแนะไว้ต่างกัน เมื่อต่างกันก็ต้องให้ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศที่มีอยู่ ๑๓ คณะ เกี่ยวกับเรื่องใครท่านก็ช่วยเอาไปดู และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศแต่ละคณะท่านก็จะเอาไปฟังความเห็นจากกระทรวงคือ ผู้ปฏิบัติและประชาชน เสร็จแล้วจึงตกผลึกออกมาดำเนินการ เมื่อจะดำเนินการต่อไปถึง วงรอบอีก ๓ เดือน ก็ต้องนำมาเสนอต่อสภาอีก เพราะฉะนั้นหลายเรื่องที่ถูกทางวุฒิสภาตำหนิว่า ก็เคยแนะนำไปทำไมถึงไม่ทำตาม คำตอบก็คือเพราะว่าเรามาทำตามสภาผู้แทนราษฎร เพราะเห็นว่าในส่วนนี้เทียบเคียงกันแล้วมีประโยชน์ ครั้นมาเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ท่านก็ถามว่าก็เสนอแนะไปเมื่อ ๓ เดือนที่แล้ว ย้อนกลับมาก็เหมือนเดิม ทำไมถึงไม่ปรับไม่แก้ มันก็วนกันไปวนกันมาอย่างนี้ เพราะว่าอำนาจหน้าที่ตรงนี้จะอยู่ที่คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ๑๓ คณะส่วนหนึ่ง แล้วก็อยู่ที่รัฐบาลอีกส่วนหนึ่งในฐานะผู้ปฏิบัติ ก็ไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบ โยนไปให้กรรมการปฏิรูปประเทศทั้งหมด กรรมการปฏิรูปประเทศ เขามีหน้าที่เหมือนกับ ออกข้อสอบ แล้วก็ตรวจข้อสอบ แต่คนเข้าสอบคือรัฐบาล คือกระทรวงต่าง ๆ เพราะฉะนั้น จะเป็นเหมือนอย่างที่ท่านอาจารย์พิสิฐ ลี้อาธรรม ขออภัยที่เอ่ยนาม พูดไว้ แล้วก็ยังมี บางท่านได้พูด เข้าใจว่าคุณนิคม ท่านพูดจริง ๆ แล้วก็ถูกต้องว่าการปฏิรูปนั้นมันก็ต้องดู กระทรวงเป็นหลัก ดูทบวงเป็นหลัก ดูกรมเป็นหลัก เพราะคนเหล่านี้คือผู้เข้าสอบ แล้วเวลาสอบ ก็ไม่ใช่สอบส่งเดชตามที่ตัวเองอยากจะทำข้อสอบ แต่จะต้องสอบไปตามที่มีการออกข้อสอบ นั่นก็คือสิ่งที่คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ๑๓ คณะ ได้เขียนแผนการปฏิรูปประเทศเอาไว้ แผนนั้นจะดีหรือไม่ดีก็ตาม มีแล้วก็ประกาศใช้ไปแล้วตั้งแต่วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๑ อย่างที่ท่านสุขุมพงษ์ได้กราบเรียนท่านประธาน ฉะนั้นเมื่อแผนมันมีอย่างนั้นนั่นคือข้อสอบ กระทรวง ทบวง กรม ผู้ปฏิบัติจะสามารถปฏิบัติตามได้หรือไม่ อย่างไร มันก็มีความคืบหน้า ไปเรื่อย เราก็เอาส่วนนั้นมากราบเรียน จึงมีการปฏิรูปประเทศที่อยู่นอกแผนเหมือนกัน เพราะว่าตอนที่เขาไปกำหนดแผนขึ้นนั้นเขาไม่ได้คิดถึงสิ่งเหล่านั้น แต่ว่ากระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ท่านก็ทำไป ฉะนั้นก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าลักษณะรูปร่างหน้าตาจะเป็นอย่างนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ขอกราบเรียนท่านประธานอีกนิดหนึ่ง ในส่วนนี้ซึ่งท่านสมาชิก ส่วนใหญ่ท่านคงเข้าใจอยู่แล้ว คณะกรรมการปฏิรูปประเทศขณะนี้มีอยู่ ๑๓ คณะ จากเดิม เมื่อวงรอบ ๓ เดือนที่แล้ว มากราบเรียนท่านว่ามี ๑๑ คณะ วันนี้งอกเพิ่มมาอีก ๒ คณะ เป็น ๑๓ คณะ แล้วก็เพิ่งตั้งเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายนนี้เอง แปลว่าตั้งมาได้ประมาณ ๑ เดือน เท่านั้นครับ ที่นั่งกันอยู่ข้างบนซ้ายมือท่านประธานนั้นก็เป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูป ประเทศหรือกรรมการ จำนวน ๙ คณะ จากที่มีอยู่ ๑๓ คณะ ตั้งไปเมื่อประมาณ ๑ เดือน ที่ผ่านมา ตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะให้ท่านมารื้อ หรือทบทวนแผนปฏิรูปประเทศที่ประกาศใช้ไปแล้ว เมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๑ ซึ่งก็เป็นไปตามมาตรา ๑๓ ของพระราชบัญญัติการปฏิรูปว่า ถ้าสถานการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปก็จะต้องแก้แผนนั้น ขณะเดียวกันแผนปฏิรูป ก็จะต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ตรงนี้มีความขลุกขลักอยู่นิดหนึ่งซึ่งท่านสมาชิกสภา ได้เคยอภิปรายไว้แล้วเมื่อวงรอบก่อน กฎหมายไปเขียนว่าแผนปฏิรูปประเทศต้องสอดคล้อง กับยุทธศาสตร์ชาติ แปลว่ายุทธศาสตร์ชาติใหญ่กว่า แต่ก็เกิดเรื่องเหลือเชื่อขึ้นว่าแผนปฏิรูป ประเทศมันเสร็จก่อนยุทธศาสตร์ชาติ เมื่อเสร็จก่อนรัฐบาลตัดสินใจประกาศใช้ก่อนเพื่อจะได้ ดำเนินการปฏิรูปประเทศไปพลาง หลังจากนั้นยุทธศาสตร์ชาติจึงได้เกิดขึ้น เมื่อยุทธศาสตร์ชาติ เกิดขึ้น ใครจะเกิดก่อนเกิดหลังก็ตาม แต่แผนปฏิรูปประเทศต้องสอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ วันนี้จึงต้องย้อนกลับมารื้อแผนปฏิรูปประเทศเพื่อทำให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ต่อไปไม่ช้ายุทธศาสตร์ชาติอาจจะมีการแก้อีกก็ได้ ถึงจะบอกว่ามีอายุ ๒๐ ปีก็ตาม กฎหมาย เขาเขียนไว้ว่ายุทธศาสตร์ชาติเองรื้อแก้ได้ทุกปีครับ เปลี่ยนรัฐบาลท่านอยากแก้ก็ได้ ๒๐ ปี ยาวไป ท่านจะหดลดลงมาให้เหลือ ๕ ปี ๑๐ ปี ท่านก็ทำได้ วันนี้คณะกรรมการปฏิรูป ประเทศที่ตั้งใหม่เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายนนั้น จึงมีภารกิจคือ ๑. มาปรับปรุงแผนปฏิรูป ประเทศให้เข้ากับยุทธศาสตร์ชาติ ๒. ปรับปรุงแผนปฏิรูปประเทศให้เข้ากับสถานการณ์ โควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่คาดฝันว่าจะเกิด เมื่อเกิดก็ต้องไปปรับแก้ให้เข้ากัน เขากำลังทำงาน แล้วก็คาดว่าจะเสร็จในส่วนของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ในเดือนกันยายน ต่อจากนั้นก็จะเสนอให้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชน แล้วก็ไปสู่ คณะรัฐมนตรี แล้วเมื่อเดือนธันวาคมมาถึงก็คิดว่าน่าจะได้จังหวะที่จะนำมาเสนอกราบเรียน ต่อท่านประธานในสภาแห่งนี้แล้วก็ประกาศใช้ต่อไป ท่านประธานครับ วันนี้มีประเด็น บางประเด็นที่ขออนุญาตกราบเรียน ซึ่งก็น่าจะทำให้ท่านคลายความกังวลไปได้หลายอย่าง ท่านสมาชิกบางท่านสอบถามถึงเรื่องกฎหมายปฏิรูปการศึกษาคือพระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติ เมื่อเช้านี้เองครับ ผมเพิ่งลงนามในหนังสือแจ้งกระทรวงศึกษาธิการไป ท่านสมาชิก ท่านหนึ่งได้กล่าวว่ากฤษฎีกาเขาจำหน่ายจ่ายโอนตัดทิ้งไปแล้วนะ ก็แน่นอนครับ เมื่อกฤษฎีกาเขาตรวจเสร็จ ทำเสร็จ เขาก็ต้องตัดบัญชีนั้นออกไปจากกฤษฎีกา ไม่อย่างนั้น เป็นงานค้างของเขา วันนี้แล้วไปค้างอยู่ที่ไหน ไปค้างอยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการ ผมก็ได้ ลงนามในหนังสือแทนท่านนายกรัฐมนตรีเร่งรัดไปเมื่อเช้าว่าให้กระทรวงศึกษาธิการ รีบปรับปรุงแล้วเอากลับเข้ามาเพื่อจะได้เสนอต่อสภาโดยเร็ว อีกฉบับหนึ่งคือกฎหมายปฏิรูป ตำรวจ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐธรรมนูญกำหนดว่าต้องทำแล้วมีคณะกรรมการทำพิเศษโดยเฉพาะ แยกออกจากกรรมการอื่นทั้งหลาย เขาก็ทำจนเสร็จส่งไปยังคณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ก็ส่งไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็เพิ่งจะตอบมาเมื่อไม่นานนี้ ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยในประเด็นใด ทีนี้มีบางประเด็นที่เห็นด้วยแต่มีคำว่า แต่ เห็นด้วยแต่ เห็นด้วยแต่ รวมแล้ว ๑๔ ประเด็น ผมก็เลยเชิญท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้แทน เชิญกฤษฎีกา เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหลายมาหารือกัน การหารือเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แล้วก็จะเกิดอีกครั้งหนึ่ง เป็นครั้งสุดท้ายในวันพรุ่งนี้ว่า ๑๔ ประเด็นที่ท่านบอกว่าเห็นด้วย แต่ เห็นด้วย แต่ มีอะไร ที่จะประนีประนอมหดลดตัดทิ้งไปเสียได้บ้างหรือไม่ อะไรที่พอจะยอม ๆ กันได้ อะไรที่ ไม่ยอมบอกมา แล้วถ้ามีปัญหาอย่างไรก็โยนเข้ามาที่สภา ซึ่งสภานี้จะเป็นคนชี้ขาด ผลจาก การหารือไปรอบหนึ่งปรากฏว่าจาก ๑๔ ประเด็นนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ลดราวาศอก ยอมถอนไปหลายประเด็น แต่ก็ยังคิดว่าบางประเด็นยังจำเป็นอยู่ที่ไม่สามารถจะปฏิบัติตาม ร่างนั้นได้ พรุ่งนี้ก็จะได้ว่ากันต่อไป เพราะฉะนั้นเชื่อว่าจะนำเสนอต่อรัฐสภาในฐานะ กฎหมายปฏิรูปตำรวจ ซึ่งเป็นกฎหมายปฏิรูปครั้งใหญ่ได้ในไม่ช้านี้ ปฏิรูปการแต่งตั้งโยกย้าย ปฏิรูปสถานีตำรวจ ปฏิรูปให้มีสิ่งที่ตำรวจไม่เคยมีคือคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม หรือ ก.พ.ค. เพื่อจะดูแลรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องการแต่งตั้ง โยกย้าย การลงโทษ แล้วก็ให้มีคณะกรรมการขึ้นอีกชุดหนึ่งคือคณะกรรมการรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ซึ่งไม่เคยมี แต่ต่อไปก็จะให้มี มีคนกลางขึ้นมา ตำรวจทำคดีแล้วมีปัญหา สั่งคดีแล้วมีปัญหา ร้องมาที่คณะกรรมการกลางนี้ ซึ่งจะมีบุคคลภายนอกวงการตำรวจเข้ามาช่วยดูแล ทั้งหมดนี้ เป็นสิ่งที่จะนำเสนอท่านประธานในโอกาสอันใกล้นี้ต่อไป เพราะว่ามันจวนจะตกผลึกแล้ว

ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกบางท่าน ขออภัยเอ่ยนามท่าน อีกครั้งหนึ่ง ท่านอาจารย์พิสิฐ ลี้อาธรรม ท่านบอกว่าการปฏิรูปบางทีก็ไม่ต้องทำเป็นกฎบัตร กฎหมายหรอก ซึ่งจริงครับ เพราะฉะนั้นรัฐบาลจึงให้นโยบาย ท่านนายกรัฐมนตรีให้นโยบาย คณะรัฐมนตรีให้นโยบายแล้วว่าคำว่าปฏิรูป ที่เรียกกันว่ารีฟอร์ม (Reform) มันสามารถที่จะ ดำเนินการได้ ๒ แบบคือ ๑. โดยวิธีแอ็กชัน (Action) ๒. โดยวิธีเลจิสเลชัน (Legislation) คือ ๑. โดยการกระทำ ซึ่งไม่ต้องอาศัยกฎบัตร กฎหมายอะไรก็เป็นปฏิรูปได้ อีกอย่างหนึ่ง มันทำเองไม่ได้หรอกครับ มันจะต้องมีกฎหมายมารองรับ ก็คือลีจิสเลชัน (Legislation) ซึ่งต้องเสนอต่อสภา เพราะฉะนั้นสิ่งที่เข้ามาสู่สภาและสภาสัมผัสก็คือสิ่งที่เป็นการ ออกกฎหมาย แก้กฎหมาย หรือว่าเลิกกฎหมาย แต่ในส่วนที่เป็นแอ็กชัน (Action) นั้น ท่านอาจจะไม่ทราบ ก็เป็นเรื่องหรือเป็นหน้าที่ที่รัฐบาลจะต้องเสนอมาในรายงาน เพราะฉะนั้นท่านอาจจะรู้สึกเป็นเรื่องเล็กน้อย เป็นเรื่องปลีกย่อย แต่นั่นเขาก็ได้ดำเนินการ ยังมีอีกหลายเรื่องครับที่มีการดำเนินการ แต่มันไม่อยู่ในวงรอบเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม จึงไม่ได้กราบเรียนท่านประธานมาในครั้งนี้ เข้าใจว่าจะอยู่ในรายงานในวงรอบต่อไป ข่าวก็ออกมาแล้วซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปฏิรูป และด้วยความร่วมมือจากองค์กรอื่น รัฐบาลไม่ได้ เป็นคนทำหรอกครับ แต่ว่าเขาได้ทำของเขาเอง เป็นไปตามแผนปฏิรูป เพราะหน้าที่การทำ แผนปฏิรูปหรือการตอบข้อสอบนั้นเป็นหน้าที่ของหลายฝ่าย ไม่ใช่แต่รัฐบาล ท่านประธาน อาจจะได้ยินว่าศาลเปิดพิจารณาคดีในวันเสาร์ วันอาทิตย์ ให้ประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลย ในวันเสาร์ วันอาทิตย์ ซึ่งจากเดิมใครที่ถูกศาลสั่งในวันศุกร์ตอนเย็นแปลว่าก็ติดคุกไป ๒ วัน แล้วก็รอวันจันทร์ศาลมาทำงานศาลจะสั่งให้ วันนี้วันเสาร์ วันอาทิตย์ก็ทำได้แล้ว แล้วคดี ที่ค้างคาอยู่ก็จะต้องมาปลดมาปล่อย มาทยอยกัน แม้กระทั่งการฟ้อง การขอประกัน หรือการดำเนินการโดยผ่านระบบออนไลน์ (Online) ไม่มาปรากฏตัวนั้นก็เป็นการปฏิรูป ชนิดหนึ่ง ซึ่งได้เริ่มทดลองนำร่องไปแล้วในบางศาล ท่านประธานอาจจะได้ยินคำว่าอีคอร์ต (e-Court) หรือคอร์ตอิเล็กทรอนิกส์ (Court Electronic) ศาล โดยใช้ระบบดิจิทัล (Digital) สิ่งเหล่านี้เป็นการปฏิรูปในลักษณะของแอ็กชัน (Action) คือการกระทำ เพราะเรา ไม่จำเป็นต้องไปออกกฎหมายใด ๆ แต่ส่วนที่เป็นกฎหมายนั้น ขออภัยที่เอ่ยนามท่านสมาชิก ท่านชวลิต ขอบพระคุณมากครับ ที่สภาได้กรุณายกประเด็นเรื่องการแก้ไขประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญาในส่วนของการสั่งคดีในต่างจังหวัด ซึ่งเมื่อเกิดความขัดแย้งกันขึ้น ระหว่างตำรวจ อัยการ แล้วต่อมามีปัญหาขึ้น กฎหมายแต่เดิมสมัยที่ท่านและผม เรียนกฎหมายกันอยู่ เราก็เข้าใจว่าในกรุงเทพมหานครเป็นอำนาจของอัยการสูงสุดชี้ขาด ในต่างจังหวัดเป็นอำนาจ ของผู้ว่าราชการจังหวัดชี้ขาด แต่ต่อมาก็ได้มีการมาแก้ว่าต่างจังหวัดก็เป็นอำนาจของ ฝ่ายตำรวจชี้ขาด สภานี่แหละครับได้ยกขึ้นแล้วก็เห็นว่าควรจะแก้กลับไปให้เป็นผู้ว่าราชการ จังหวัด อันนี้ก็เป็นข้อเสนอแนะที่ดีที่รัฐบาลได้รับทราบและจะปฏิบัติอย่างไรต่อไปนั้น ขณะนี้บังเอิญก็เกิดเรื่องเป็นคดีขึ้นอย่างที่ท่านได้รับทราบกันอยู่ทั่วไปเมื่อวัน ๒ วัน รัฐบาลตั้งกรรมการชุดท่านอาจารย์วิชา มหาคุณ ขึ้นมา เพื่อตรวจสอบในเรื่องอื่น แล้วก็ฝาก ประเด็นเรื่องนี้ไปให้ท่านช่วยดูเสนอแนะมา ซึ่งก็จะทำให้การเตรียมการเรื่องนี้ แน่นแฟ้นขึ้นสำหรับที่จะปรับปรุงแก้ไขกันต่อไป ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานมา สำหรับในวงรอบ ๓ เดือนนี้ แล้วก็ขอขอบพระคุณในคำแนะนำ ข้อเสนอแนะ รัฐบาลถือว่า การติดตามการตรวจสอบการเร่งรัดเรื่องการปฏิรูปนั้น รัฐธรรมนูญอาจจะไม่ได้เขียนว่า เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎรด้วย แต่รัฐบาลต้องการที่จะรับฟังสิ่งเหล่านี้จากสภา ผู้แทนราษฎรครับ บางครั้งที่ท่านได้เสนอแนะ ขออภัยยกขึ้นมาอีกสักเรื่องเล็ก ๆ เรื่องหนึ่ง จำได้ว่าครั้งหนึ่งท่านสมาชิกกรณ์ จาติกวณิช ท่านยกขึ้นทักท้วงและขอให้ปรับปรุง อะไรบางอย่าง ซึ่งพอพ้นวงรอบนั้นไป รัฐบาลก็ไปดำเนินการปรับปรุง แต่พอถึงวงรอบต่อมา จะนำมาเสนอรายงานว่าทำแล้วนะ ท่านก็ออกไปแล้ว ก็ไม่เป็นไรครับ สิ่งเหล่านี้รัฐบาล รับฟังเสมอ แต่ว่าจะปฏิบัติตามได้หมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์หรือไม่นั้น ยังจะต้องไปเทียบเคียง กับเหตุและผล โดยเฉพาะต้องฟังผู้ปฏิบัติเหมือนกัน ก็เหมือนกับข้อเสนอแนะในครั้งนี้ ก็จะได้ดำเนินการในแนวเดียวกันนี้ต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ