พิสิฐ ชี้ผลิตภาพแรงงาน-เกษตรลด จี้ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๕ สิงหาคม ๒๕๖๓

พิสิฐ ลี้อาธรรม วิพากษ์แผนปฏิรูปเศรษฐกิจของรัฐที่ยังเน้นงานภายในองค์กรมากเกินไป พร้อมเรียกร้องให้แสดงแนวทางการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเพิ่มผลิตภาพแรงงานและภาคเกษตรที่ลดลง พร้อมเสนอให้เร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ เน้นยกระดับประสิทธิภาพเกษตรกร ปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัย และผลักดันการปฏิรูปอย่างจริงจังเพื่อไม่ให้ประเทศถูกแซงหน้าโดยเพื่อนบ้าน

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมก็ไม่อยากที่จะพูดซ้ำกับที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้ว แต่ก็อยากที่จะให้ข้อคิดเห็น เพื่อท่านจะได้นำไปสู่การพิจารณาในการปรับปรุงครั้งต่อไปครับ ผมจะดูเฉพาะในส่วนของ แผนข้อที่ ๕ ด้านที่ ๕ คือด้านเศรษฐกิจ เริ่มต้นจากที่ท่านเลขาธิการสภาพัฒน์ที่เป็นเจ้าของเรื่อง นำเสนอต่อ ครม. เมื่อผมเปิดไปดูด้านเศรษฐกิจว่าเขียนอะไรไว้บ้าง สิ่งที่ท่านเขียนไม่ใช่เรื่อง การปฏิรูปเศรษฐกิจไทย แต่เป็นเรื่องของการที่ท่านเอาโปรแกรมมาทำงานภายในมากกว่า เพราะฉะนั้นผมไม่อยากให้ท่านทำแบบนี้อีก ท่านควรจะโชว์ให้พวกเราได้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในทางที่ดีขึ้น ที่จะเรียกได้ว่าเป็นการปฏิรูปนั้นมีอะไรบ้าง แต่ไม่ใช่ ไปเอางานภายในของท่านว่าท่านไปลงทุนซื้อโปรแกรมและเอาข้อมูลต่าง ๆ มาเป็นหมื่น ๆ ตัว มาแสดงในที่นี้ อันนี้เป็นเรื่องภายในของท่าน เมื่อผมพลิกไปดูแผนที่ ๕ ของท่าน แผนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ ๑. ก็คือเป้าหมายและผลอันพึงประสงค์ ในเรื่องของ เป้าหมายและแผนอันพึงประสงค์ผมจะไม่อ่านนะครับ แต่ท่านเขียนได้ดีก็คือเป็นเรื่องของ ผลิตภาพ เป็นเรื่องของความสามารถในการแข่งขัน เป็นเรื่องของการที่ให้มีความยั่งยืน มุ่งมาตรฐาน ให้ลดความเหลื่อมล้ำ แล้วก็ให้มีสถาบันทางเศรษฐกิจที่มีสมรรถนะสูงขึ้น ผมก็อยากจะเติมว่าเพื่อให้เศรษฐกิจไทยมีความเข้มแข็งและให้ประชาชนมีค่าใช้จ่ายน้อยลง ทั้งหมดนี้ผมคิดว่าท่านเขียนได้ดี แต่ว่าเมื่อผมลองไปดูเนื้อใน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อดูจาก รายการต่าง ๆ ที่ท่านได้แสดงไว้เกี่ยวกับงานที่ทำในข้อที่ ๒ เริ่มจากงานของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นท่องเที่ยวหรือเรื่องต่าง ๆ ผมก็ยังมีความรู้สึกว่ายังมีประเด็นที่อาจจะต้อง ขออนุญาตใช้สไลด์ (Slide) ช่วยฉายสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ว่าเรื่องของการที่เราจะเพิ่ม ผลิตภาพเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะผลิตภาพทางด้านแรงงานของไทย ซึ่งท่านจะเห็นได้ว่า ในปีสุดท้าย ปี ๒๐๑๙ ผลิตภาพหรือความสามารถในการแข่งขันของเรามันด้อยลง เมื่อเทียบกับอดีตที่ผ่านมา กราฟเส้นนี้แสดงให้เห็นถึงจุดต่ำ ๒ จุดก็คือเมื่อตอน ปี ๒๐๐๙ เมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลก นั่นก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เพราะมาจากต่างประเทศ อีกครั้งหนึ่งเมื่อปี ๒๐๑๑ อันนี้ก็มาจาก ภัยพิบัติเรื่องของน้ำท่วมที่ทำให้ผลิตภาพเราต่ำ จากนั้นมาเราก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ทำไม ปี ๒๐๑๙ ถึงได้หล่นฮวบลง อันนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลที่ผมไปดึงมาจาก ทางเลเบอร์ ออฟฟิซ (Labour office) ของสหรัฐ กราฟต่อไปครับว่าผลิตภาพของ ประเทศไทยที่น่าห่วงที่สุดก็คือภาคเกษตรตามที่มีการศึกษาไว้ท่านดูนะครับ ในบรรดา ประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย (Asia) ด้วยกัน ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำระหว่างเกษตรกับ อุตสาหกรรมและบริการสูงที่สุด ยกเว้นประเทศอินเดียที่เป็นภาคบริการ เพราะเขามีเรื่อง คอมพิวเตอร์ แต่ตรงนี้ท่านจะเห็นได้ว่าสิ่งที่เราควรต้องมุ่งเน้นก็คือเรื่องของภาคเกษตร ทำอย่างไรจึงจะให้เกษตรกรมีผลิตภาพที่ดีขึ้น และสุดท้ายขออีกภาพหนึ่งครับ ก็จะเห็นได้ว่า เราอยู่แซนด์วิช (Sandwich) ระหว่างประเทศที่อดีตเคยเป็นประเทศที่ล้าหลังเรา แต่ตอนนี้ เขากำลังกวดวิชากำลังเร่งมืออยู่ แล้วก็เชื่อว่าอีกไม่นานก็คงจะแซงหน้าเราไป แต่เรายังมีอีก ถ้าเทียบกับประเทศที่ก้าวหน้าไปแล้ว ยังมีงานที่ต้องทำอีกเยอะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านโชว์ ในตารางที่ ๒ ต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ ผมอยากให้ท่านได้ลงมือทำอย่างจริงจังครับ เพราะว่า ที่เห็นมามีเฉพาะแค่ ๒ งานเท่านั้น ที่เขียนว่ามีความก้าวหน้าก็คือเรื่องของการปฏิรูป ทรัพย์สินทางปัญญาและเรื่องของเอสเอ็มอี (SMEs) ในหน้าที่ ๑ หน้าที่ ๒ และหน้าที่ ๓ แต่งานส่วนใหญ่โดยเฉพาะงานเกี่ยวกับการปฏิรูปทางด้านการเกษตร ทางด้านของสังคม หรือแม้กระทั่งอุตสาหกรรมก็ตามและเทคโนโลยี ล้วนแต่อยู่ในภาวะที่ท่านบอกว่า ไม่บรรลุเป้าหมายก็คือยังไม่ก้าวหน้า ส่วนที่ก้าวหน้าแล้วดำเนินการได้ครบถ้วนนะครับ หลัก ๆ ก็จะมี ๒ ด้าน ก็คือเรื่องของเมื่อสักครู่นี้ผมกล่าวไปแล้วครับ ทรัพย์สินทางปัญญา และเอสเอ็มอี (SMEs) ผมก็พลิกต่อไปครับ ในรายงานที่ท่านทำมีตารางที่เขียนถึง ความก้าวหน้าทางด้านกฎหมาย ผมก็ไม่ได้เห็นว่าด้านเอสเอ็มอี (SMEs) หรือทรัพย์สิน ทางปัญญามันได้มีส่วนช่วยในเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพของเราอย่างไร ผมอยากให้ท่าน ช่วยบรรยายหน่อยครับ แทนที่จะเขียนเฉพาะแต่เรื่องกฎหมาย อาจจะเป็นเพราะว่า ท่านอาจจะแวดล้อมอยู่กับนักกฎหมายเยอะก็ได้ ก็เลยมองว่าการปฏิรูปคือ การเขียนกฎหมาย ในที่นี้ก็จะมีกฎหมายเยอะแยะไปหมด จริง ๆ แล้วในความเห็นผมนะครับ การปฏิรูปทางเศรษฐกิจที่แท้จริงกฎหมายเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ที่สำคัญคือการทำงาน ของภาครัฐต้องมีความกระชับ จริง ๆ เราควรต้องมีการยกเลิกกฎหมาย ซึ่งทุกวันนี้ประเทศไทย มีกฎหมายนี้เยอะมาก ทั้งที่ล้าสมัยและทั้งที่อาจจะไม่สามารถปฏิบัติได้นะครับ ขอกราฟสุดท้ายเลย แผ่นสุดท้ายครับ ท่านจะเห็นว่าประเทศเพื่อนบ้านเรากำลังเร่งกวดขัน ในเรื่องของการปฏิรูป เรียกว่าการยกเลิกกฎหมาย ต่อไปประเทศเขาจะมีความสามารถใน การแข่งขันสูงขึ้นที่จะทำให้เราพูดง่าย ๆ ก็คือล้าหลัง ผมขอย้ำว่าท่านควรจะต้องไปดู การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่จะทำให้กฎหมายง่าย ซึ่งจริง ๆ การศึกษามีแล้ว แบงก์ชาติ เคยทำไว้แล้ว แต่ผมแปลกใจว่าทำไมจึงไม่ได้มีการนำไปปฏิบัติครับ ขออนุญาต ขอบคุณมากครับ