กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ อภิปรายความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับแผนให้มีความยืดหยุ่น ลดความเหลื่อมล้ำจากการพัฒนาที่ไม่สมดุลระหว่างเมืองและชนบท พร้อมเสนอให้กระจายงบประมาณและอำนาจไปสู่ภูมิภาคเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงบริการพื้นฐานอย่างเท่าเทียม และเรียกร้องให้มีตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจนในการดำเนินการเพื่อประเมินผลการลดช่องว่างทางรายได้และโอกาสในการพัฒนาอย่างรอบด้าน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตอภิปรายรายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานตามแผนปฏิรูป ประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ เป็นที่ทราบทั่วไปนะครับว่า การปฏิรูปประเทศมีความสำคัญ แล้วก็เป็นข้ออ้างข้อหนึ่งในการที่จะมีการเปลี่ยนแปลง การปกครองในครั้งที่แล้ว ซึ่งผมขออนุญาตว่าการปฏิรูปประเทศถ้ามองในแง่ดีมันก็ดีนะครับ ว่าเราจะได้มีเหมือนแผนที่ที่จะทำงานเพื่อจะมองอนาคตของประเทศ แต่ถ้าเรามีการ วางแผนที่ไม่มีความยืดหยุ่น ก็ทำให้การพัฒนาประเทศขาดโอกาสที่สำคัญไป ผมขออภิปราย ในประเด็นดังนี้
๑. คือเรื่องความเหลื่อมล้ำ แผนปฏิรูปประเทศนี้ในเรื่องความเหลื่อมล้ำ ยังไม่ชัดเจนนะครับ ยิ่งปฏิรูป ยิ่งพัฒนา อาจยิ่งทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ยิ่งพัฒนา ยิ่งเหลื่อมล้ำ เพราะอะไรครับ เพราะเรามุ่งเน้นจะพัฒนาแข่งขันกับประเทศอื่น โดยที่ใช้งบประมาณ ในพื้นที่ด้านเศรษฐกิจมากเกินไป เรามีรถไฟฟ้า เราเห็นรถประเทศอื่น มีรถความเร็วสูง เราก็อยากได้ความเร็วสูง มีถนนหนทางที่ทันสมัย เราก็อยากทันสมัย แต่เราลืมเรื่องของ ดุลยภาพ การพัฒนาพื้นที่ชนบท การพัฒนาพื้นที่ในต่างจังหวัดที่ยังมีหลายสิ่งหลายอย่าง ที่ไม่ทัดเทียมกับในส่วนกลางนะครับ เพราะฉะนั้นแล้วอย่าให้เขาพูดว่าเรายิ่งพัฒนายิ่งเหลื่อมล้ำ เพราะฉะนั้นแล้วการที่เราจะต้องมีดุลยภาพในการพัฒนาประเทศในทุกมิติของการแข่งขัน ซึ่งก็มีความสำคัญครับ เราต้องแข่งขันประเทศอื่น แต่เราอย่าลืมเรื่องของการพัฒนาชนบท ในภาพรวมด้วยนะครับ ซึ่งจากการที่สังเกตงบประมาณปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ หรืองบที่ผ่านมา เราจะมุ่งเน้นในเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) เช่นด้านรถไฟฟ้า ด้านอีอีซี (EEC) แต่ผม ไม่เห็นเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) ด้านการพัฒนาระบบชลประทานเลย น้ำคือชีวิต น้ำไปที่ไหน ลดจน แล้วรายได้ประชาชนเพิ่มขึ้น ประชากรอีสานพื้นที่ชลประทาน ๑๓ เปอร์เซ็นต์ ภาคอื่น ๕๐-๖๐ เปอร์เซ็นต์ รายได้คนอีสานต่ำกว่าภาคอื่น ๓ เท่า นี่คือ ความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น ไม่ได้จากอะไรครับ จากโอกาสในการพัฒนาเขาน้อยกว่าภาคอื่น ก็อยากจะนำเรียนว่าเรื่องปฏิรูปจะต้องมีเคพีไอ (KPI) มีข้อกำหนดชัดเจนว่าเราจะทำอย่างไร เพื่อจะลดความเหลื่อมล้ำในการที่จะให้คนในสังคมไทยมีความเหลื่อมล้ำน้อยลง การพัฒนาชนบท การพัฒนาถนนในพื้นที่ชนบทหรือการพัฒนาแหล่งน้ำ ระบบชลประทาน ให้ได้ทัดเทียมกัน คนอีสานบางทีไม่ต้องการเงินมาสนับสนุนอะไรมากมายหรอกครับ แต่ถ้ามีน้ำนี่เขาบอกดี เขาชอบมากกว่าจะไปแจกเงินเขาอีก
๒. ก็คือว่าประเด็นการเหลื่อมล้ำ มันจะเกี่ยวข้องอะไรบ้าง ๑. คือระบบ บริหารราชการแผ่นดิน เราจะพัฒนาส่วนที่จะแข่งขัน เราก็อยากพัฒนา พัฒนาในส่วนของ ชนบทเราก็อยากพัฒนา แต่เราจะทำทั้ง ๒ อย่างได้เราต้องบริหารจัดการให้ฉลาด แปลว่า อย่างไรครับ เราต้องลดต้นทุนประเทศที่ไม่จำเป็น เราต้องลดส่วนกลางลง เพิ่มส่วนพื้นที่ในทุกกระทรวง ทบวง กรม ผมได้ยินข่าว ผมได้กล่าวหลายครั้งว่า กระทรวงสาธารณสุขประเทศไทยนี่ใหญ่ที่สุดในโลก กระทรวงศึกษาธิการเราใหญ่ที่สุดในโลก งบกระทรวงศึกษาธิการ งบกระทรวงสาธารณสุข ครึ่งหนึ่งอาจจะอยู่ในกระทรวง แล้วไม่ถึง นักเรียน ไม่ถึงโรงเรียน ไม่ถึงโรงพยาบาล ทำอย่างไรเราจะลดในส่วนกลางลง ในการบริหาร จัดการส่วนกลางลง เพื่อจะไปพัฒนาในส่วนพื้นที่ได้มากขึ้น นี่คือ ๔ โจทย์ ที่คณะกรรมการ ทางสภาพัฒน์จะต้องคิดกัน ซึ่งผมเข้าใจว่าทางสภาพัฒน์ก็งง ๆ เพราะว่ารัฐธรรมนูญ กำหนดให้สภาพัฒน์เป็นเจ้าภาพ งานอย่างอื่นก็เยอะอยู่แล้ว แต่งานในเรื่องของการพัฒนา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำผมคิดว่าท่านจะต้องมีเคพีไอ (KPI) ชัดเจนว่าการพัฒนาในหลายสิ่ง หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นต้นน้ำถึงปลายน้ำที่จะเกิดความสำเร็จ ท่านจะต้องมีตัวชี้วัดที่จะช่วย ให้เกิดความสำเร็จมากขึ้น พัฒนาด้านการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำอย่างนี้ คนชนบท สามารถจะเข้าถึงการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ โดยที่ไม่มีต้นทุน แล้วก็มีความสามารถจะได้รับ การศึกษาทัดเทียมกับคนที่อยู่ส่วนกลาง ด้านการงบประมาณ อันนี้สำคัญนะครับ งบประมาณที่จะพัฒนา จะต้องชัดเจนว่าเราจะพัฒนาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างไร ถ้างบประมาณเราไม่สมดุล ไม่ลดส่วนกลางลง ไม่ประหยัดงบประมาณลง การพัฒนา ส่วนภูมิภาคก็จะเป็นไปไม่ได้ การลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ จำนวนแพทย์ต่อประชากร ทำอย่างไรจะทัดเทียมกัน คนอีสานอาจจะ ๑ : ๑๐,๐๐๐ กรุงเทพมหานครอาจจะ ๑ : ๑,๐๐๐ ทำอย่างไรจะลดความเหลื่อมล้ำในเรื่องของระบบสุขภาพการเข้าถึงบริการ ได้อย่างทัดเทียมกัน ซึ่งในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ในรายงานฉบับนี้บอกว่า ๑. การบริหารจัดการด้านสุขภาพ ๒. ระบบเทคโนโลยีเพื่อสาธารณสุข ๓. กำลังพลสุขภาพ ๔. การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ซึ่งผมขออภิปรายว่าท่านสามารถจะแก้ไขปัญหาแล้ว ก็ทำให้การพัฒนาระบบสาธารณสุข ปฏิรูประบบสาธารณสุขได้ดี ท่านจะต้องคิดถึง การลดส่วนกลาง เพิ่มส่วนภูมิภาค เพิ่มงบของการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ซึ่งตอนนี้ มีแค่ ๑๒-๑๓ เปอร์เซ็นต์ ท่านต้องมีเคพีไอ (KPI) ว่าต้องมากกว่า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ สรุปแล้ว ก็คือว่าทางสาธารณสุขจะต้องมีเคพีไอ (KPI) ที่ชัดเจนว่าเราจะต้องลดค่าใช้จ่ายในส่วนกลาง ลงอย่างไรเพื่อจะนำเงินมาใช้ในการที่จะเพิ่มการบรรจุให้กับข้าราชการที่ยังรอบรรจุอยู่ เช่น ทางแพทย์แผนไทย แล้วก็เวชระเบียนอะไรต่าง ๆ ที่ยังรอการบรรจุอยู่ เพื่อจะใช้เงิน ในก้อนนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก็นำเรียนว่าโดยสรุปแล้วเรื่องการปฏิรูปต่าง ๆ ถ้าท่านมีแผน ในการที่จะมีไฟแนนเชียล เมเนจเมนต์ (Financial management) การบริหารทางการเงิน ที่จะสมดุลทางการบริหารจัดการก็สามารถ จะประสบความสำเร็จได้ ขอบคุณครับ