นิคม บุญวิเศษ หารือถึงความล่าช้าและขาดความชัดเจนในการดำเนินการปฏิรูปประเทศ 13 ด้านตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 270 โดยเฉพาะด้านการเมือง การยุติธรรม และการปฏิรูปกฎหมายที่ล้าสมัย พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวในการจัดการเลือกตั้งและบริหารกำลังคนภาครัฐ ทั้งที่งบประมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสนอให้ขยายอำนาจ สศช. และเร่งปรับปรุงกระบวนการทุกมิติอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ผมขออภิปรายรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการ ตามแผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ของเดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม ผ่านมาแล้ว ๔ เดือน ผมได้อ่านหนังสือเล่มนี้ที่ท่านได้เขียนมา อย่างละเอียด ซึ่งได้ทราบว่าการดำเนินการในการปฏิรูปนั้นรัฐบาลชุดนี้ให้สำนักงาน สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นเจ้าภาพหลัก หลังจากนั้นแล้วสำนักงานนี้ ก็มารายงานคณะรัฐมนตรี โดยมีนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะที่เป็น ประธานกรรมการยุทธศาสตร์ชาติให้ความเห็นชอบ หลังจากนั้นแล้วคณะรัฐมนตรีก็มาเสนอ ที่รัฐสภา หลังจากที่ผมได้มานั่งอ่านความคืบหน้านั้น จริง ๆ แล้วท่านได้ปฏิรูปทั้งหมด ๑๓ ด้านครับ แต่ละด้านผมได้อ่านแล้วแทบจะไม่คืบหน้าเลย แล้วก็มีปัญหาอุปสรรคมากมาย ซึ่งผมอาจจะต้องขอเรียนถามว่าเกิดปัญหาอุปสรรคใดจึงไม่สามารถที่จะดำเนินการปฏิรูปได้ เริ่มจากแผนปฏิรูปด้านการเมือง ด้านการเมืองท่านบอกว่ากลไกในการแก้ไขปัญหา ความขัดแย้งโดยสันติวิธีและการรู้รักสามัคคีของสังคมไทย ท่านรายงานมาบอกว่าท่านมี ปัญหาอุปสรรค หรือยังไม่มีการดำเนินการให้เป็นรูปธรรม ผมอยากทราบว่าเหตุใดยังไม่มีการ ดำเนินการให้เป็นรูปธรรม ติดขัดอะไรครับ ใครไม่ให้ความร่วมมือบ้าง อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าคนไทยไม่รักสามัคคีกันมันเดินหน้าไม่ได้หรอกครับ จริง ๆ แล้วการปฏิรูปประเทศนั้น ผมเรียนมาตั้งแต่ครั้งแรกแล้วว่าไม่ควรจะให้คนใดคนหนึ่งเป็นเจ้าภาพ ต้องให้คนไทยทุกคน เป็นเจ้าภาพร่วมกันไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานราชการ รัฐสภา รัฐบาล องค์กรอิสระอื่น ๆ ด้วย นี่เราให้สภาพัฒน์ไปเป็นผู้ดำเนินการมา ถ้าจะให้สภาพัฒน์ทำงานประสบความสำเร็จ มีทางเดียวครับท่านประธาน จะต้องให้อำนาจสภาพัฒน์เหนือกว่านายกรัฐมนตรี จึงจะสามารถที่จะทำได้ อันนี้คือเรื่องการเมืองนะครับ
ผมจะยกตัวอย่างอีกเรื่องหนึ่งครับ การเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม เพื่อการปฏิรูปประเทศ ท่านบอกว่าอยู่ระหว่างการดำเนินการ แต่อาจไม่บรรลุเป้าหมาย เห็นไหมครับ ไม่สามารถทำได้ อยากทราบว่าติดปัญหาอะไรที่ไม่สามารถทำได้ นี่คือความสำคัญครับ การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นและที่ผ่านมามีหลายที่ที่บอกว่า การเลือกตั้งไม่มีความบริสุทธิ์ยุติธรรม การปฏิรูปประเทศก็ต้องไปถึงการเลือกตั้งด้วย แต่ท่านว่าท่านติดขัดมีปัญหาไม่สามารถทำได้ ผมอยากทราบว่าเป็นเพราะอะไร
อีกด้านหนึ่งครับ ด้านการปฏิรูปประเทศ ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ยกตัวอย่างครับ กำลังคนภาครัฐมีขนาดที่เหมาะสมและมีสมรรถนะสูงพร้อมขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์ชาติ นั่นหมายถึงว่าท่านต้องการปฏิรูปประเทศให้มีกำลังคนตามภาครัฐ ที่เหมาะสม อาจจะมีกำลังคนน้อยลงเพื่อลดรายจ่ายของประเทศ แต่ที่ผ่านมานะครับ งบประมาณปี ๒๕๖๔ ชัดเจนเลยครับ งบประเทศไทยซึ่งเป็นงบจำเป็นต้องจ่ายคืองบรายจ่าย ประจำมันเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้ว ปีนี้งบรายจ่ายประจำอยู่ที่ ๒,๕๐๐,๐๐๐ ล้านกว่าบาท นั่น หมายถึงว่ารายจ่ายประจำเรามากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น นั่นแสดงว่าหน่วยงานต่าง ๆ ของภาครัฐยังใหญ่อุ้ยอ้าย เราไม่สามารถลดต้นทุนตรงนี้ลงได้เลย ฉะนั้นการปฏิรูปประเทศ ด้านนี้ก็ล้มเหลว
อีกประการหนึ่งครับ การปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย อันนี้ชัดเจนครับ ด้านกฎหมายยิ่งชัดเจนใหญ่เลยครับ ท่านบอกว่ายกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่ล้าหลัง ที่ล้าสมัย และเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชน ท่านรายงานมาบอกว่าประสบอุปสรรคครับ หรือไม่มีการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม เรื่องนี้ ก็เรื่องสำคัญครับ แต่ท่านไม่สามารถดำเนินการเป็นรูปธรรมได้ ถ้าท่านสามารถที่จะปรับปรุง กฎหมายที่ล้าหลังได้เป็นเรื่องดีครับ หรือกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตของ ประชาชนหรืออาชีพต่าง ๆ ผมเห็นด้วยครับ กฎหมายที่ล้าหลัง ยกตัวอย่างง่าย ๆ เราขับรถ ไปตามถนนที่ใหญ่ ๆ ถ้าถนนมันโล่งเราก็จะขับ ๑๐๐-๑๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่มีป้ายตั้งไว้ ห้ามขับเกิน ๘๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ท่านประธานครับ รถสมัยนี้สมรรถนะรถขนาดปัจจุบันนี้ จะวิ่ง ๘๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ชาวบ้านก็ชนตูดเราตายครับ นี่คือกฎหมายที่ล้าหลัง เราควรแก้ อีกกฎหมายที่มีความยากลำบากในการประกอบอาชีพ ประชาชนหลายท่านหลายคนที่บ่นว่า จะประกอบอาชีพอะไรก็แล้วแต่จะต้องไปขออนุญาต ทุกอาชีพต้องขออนุญาตหมด ทั้ง ๆ ที่เป็นอาชีพที่ประชาชนเขาสามารถทำได้อยู่แล้ว เป็นอาชีพที่สุจริต แต่ทำไมต้อง ขออนุญาตครับ การขออนุญาตท่านย่อมรู้อยู่ว่ามันยาก ใช้เวลานาน ใช้ทุนในการ ขออนุญาตเยอะ นี่คือปัญหาอุปสรรคของกฎหมาย ซึ่งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศต้องไป ปฏิรูปให้ได้นะครับ
ยกตัวอย่างอีกอันหนึ่ง มีกลไกให้มีการตรากฎหมายเพื่อเพิ่มความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศ ท่านบอกว่ามีปัญหาอุปสรรค ยังไม่มีการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม เห็นไหมครับ นั่นแสดงว่าการดำเนินงานของท่านมันยังไม่คืบหน้าอะไรเลยนะครับ หลายอย่าง
ผมยกตัวอย่างอีกครับ คือแผนการปฏิรูปประเทศด้านการยุติธรรม อันนี้ ชัดเจนครับ กระบวนการยุติธรรมผมจะยกตัวอย่างก็คือว่าการพัฒนากลไกการบังคับการ ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ท่านบอกว่ามีอุปสรรค ยังไม่สามารถ ดำเนินการให้เป็นรูปธรรมได้ อันนี้สำคัญครับ เพราะว่ามันมีคดีหลายคดีที่ผู้กระทำผิดแล้ว ไม่สามารถที่เอาผิดได้ โดยเฉพาะปัจจุบันนี้ประชาชนมีคำพูดว่าคุกมีไว้ขังคนจน ฉะนั้น เราต้องมีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ผมขอฝากคณะกรรมการปฏิรูปไว้ จริง ๆ แล้ว ผมอยากให้กระทรวง ทบวง กรม ปฏิรูปตัวเองก่อน มันจะง่ายขึ้น ดีกว่าที่สภาพัฒน์จะมา นั่งทำนะครับ เราควรโยนคำถามนี้ไปที่กระทรวง ทบวง กรม เพราะเขาจะรู้ดีว่าอันไหน ควรปฏิรูป อันไหนควรทำอย่างไร ข้อเสนอแนะอย่างนี้ครับ ขอบคุณครับ