สงวน ชี้ปัญหาคอขวดพัฒนาจังหวัด หนุนแก้กฎหมายกระจายอำนาจ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๕ สิงหาคม ๒๕๖๓

สงวน พงษ์มณี หารือการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะปัญหาคอขวดในการพัฒนาจังหวัดจากข้อจำกัดของสำนักงานสภาพัฒน์ และตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้กฎหมายจัดซื้อจัดจ้างที่เปิดช่องให้ยกเว้นการแข่งราคาในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งอาจนำไปสู่การทุจริต โดยเรียกร้องให้มีการปรับปรุงกฎหมายและระบบเพื่อความโปร่งใสและสอดคล้องกับการพัฒนาอย่างแท้จริง

นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน

ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ท่านประธานครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่สนใจเรื่องนี้ แล้วก็พูด ทุกครั้งที่มีการนำการปฏิรูปเข้ามาในสภา ท่านประธานครับ ผมจะพูดในข้อ ๓ ข้อ ๕ และ ข้อ ๑๑ ข้อ ๓ ที่ผมจะพูดถึงผมถือว่าเป็นเรื่องเดียวที่ผมตามมาตลอดและถ้าท่านมี ความก้าวหน้าในการทำงาน วันนี้ท่านพูดถึงเรื่องกฎหมาย ท่านบอกว่าการเสนอเข้าชื่อ ขอเสนอกฎหมาย กฎหมายซึ่งพึ่งผ่านสภาเมื่อวานนี้มันมีความคืบหน้าอย่างเป็นระบบแล้ว ผมก็อยากจะเห็นอย่างนั้น จริง ๆ แล้วถ้าท่านเขียนอย่างนี้ท่านจะต้องบอกว่าท่านเสนอแก้ อะไรบ้าง อันนี้ท่านก็สรุปว่าผ่านตรงนั้นแล้วตรงนี้แล้ว แต่ความก้าวหน้าของมันพึ่งผ่านสภา ไปเมื่อวานนี้ ผมก็อยากเห็นท่านทำอย่างนี้หลาย ๆ เรื่อง ข้อ ๓ อันนี้เกี่ยวกับองค์กร ของท่านเองที่รับผิดชอบเป็นเลขานุการของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ คือท่านสภาพัฒน์ มันเกิดการย้อนแย้งของเหตุผลในการทำงานในต่างจังหวัดในเรื่องการสกัดกั้นการพัฒนา แน่นอนครับ หมายความว่าอย่างไร วันนี้จังหวัดมีคอขวดอยู่ที่สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติของท่านตามจังหวัดต่าง ๆ บางจังหวัดเสนอโครงการ ๑๐๐ กว่าโครงการ ผ่านเท่าไร ผ่าน ๓ โครงการ บางจังหวัดเสนอหลายร้อยโครงการ ผ่านไม่ถึง ๑๐ โครงการ แสดงว่ายุทธศาสตร์จังหวัดกับยุทธศาสตร์ชาติที่หน่วยงานของท่านไปกำกับมันมีวิธีคิดและ วิธีทำงานที่ต่างกันมาก ถ้าวิธีคิดของหน่วยงานของท่านคือสภาพัฒน์เป็นแบบไหน แล้วจังหวัดไม่รู้นี่ผมคิดว่ามันลงตัวยาก วิธีคิดกำหนดวิธีทำงานนะครับท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมอยากจะให้ท่านได้นำมาปฏิบัติและหาช่องทางว่าเราจะปรับปรุงกฎหมายใด ที่จะสอดคล้องกับการพัฒนา ผมขอให้ท่านดูเรื่องกฎหมายกระจายอำนาจ ผมมีเวลาสั้นครับ ท่านประธานครับ เหลือเวลาไม่กี่นาที ผมอยากจะพูดในเรื่องทุจริตในข้อ ๑๑ วันนี้ในสภา ของเรากำลังจัดทำงบประมาณท่านประธานครับ การจัดทำงบประมาณเดี๋ยวนี้มันมี พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ พ.ร.บ. ว่าด้วยวินัยการเงินการคลัง หนี้สาธารณะ และยังมีกรอบของ ยุทธศาสตร์ชาติและแผนงานปฏิรูปประเทศอยู่ด้วยนะครับ ท่านครับ กฎหมายเหล่านี้ ได้เขียนโครงการมาอย่างละเอียด แยกหมวดแยกหมู่ รายละเอียดอย่างนั้นเห็นด้วยบ้าง ไม่เห็นด้วยบ้างแต่จะไม่พูด แต่การจัดทำงบประมาณของท่านในรายปีมันเป็นระบบระเบียบ ที่รักษาเงิน ชื่นชมครับ แต่การนำเงินงบประมาณไปใช้มันไปผ่านกฎหมายว่าด้วยการบริหาร สัญญาที่เรียกว่าพระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มีหลายมาตรามากครับ ในมาตรา ๕ ของกฎหมายฉบับนี้ได้ให้อำนาจกระทรวงการคลัง เป็นผู้ออกระเบียบเพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐดีขึ้น ระมัดระวังขึ้น และไม่มีทุจริต แต่กฎหมายฉบับนี้เอาไปออกระเบียบอ้างกฎหมายถึง ๔๑ มาตรา ไปออกระเบียบถึง ๒๒๓ ข้อ ท่านประธานครับ ผมย้ำเรื่องนี้เหลือเกิน ในกฎหมายมาตรา ๒๗ ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ให้มีคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่งมี ๑๕ ท่าน เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีปลัดเป็นประธาน มีอำนาจตามมาตรา ๒๙ มีหลายวงเล็บครับ (๓) กับ (๔) นี่สำคัญ คณะกรรมการชุดนี้ ท่านฟังแล้ว ท่านคิดว่าถ้าทำอย่างนี้ได้ท่านจะป้องกันทุจริตได้อย่างไร คณะกรรมการที่รองรับ พระราชบัญญัติฉบับนี้มีอำนาจในการยกเว้นไม่ใช้ก็ได้ งดเว้นไม่ใช้ก็ได้ และร้ายกว่านั้น ยังบอกว่าสารบัญญัติในกฎหมายบอกว่าเป็นความผิด ยังบอกว่าไม่เข้าลักษณะเช่นนั้น ไม่เข้าลักษณะหนีงาน ท่านคิดอย่างนี้ก็แล้วกัน ผมจะพูดให้ท่านฟังว่ามันมีระเบียบที่พึ่งออก ถ้าผมจำเดือนผิดแต่ผมจำวันที่ได้ ผมเข้าใจว่าวันที่ ๒๗ มีนาคม ท่านไปอ่านดูนะครับ ผมย้ำฉบับนี้เหลือเกิน ทำไมปล่อยให้ออกมาได้ บอกว่าในสถานการณ์โควิด (COVID) ทุกวงเงินให้ถือเป็นการเร่งด่วน จัดซื้อแบบเฉพาะเจาะจงได้ ไม่ต้องอีบิดดิง (e-Bidding) คือไม่ต้องแข่งขันเอาโครงการทางอิเล็กทรอนิกส์ ท่านดูนะครับ เสร็จแล้ว ๒ บรรทัดสุดท้าย เขียนว่าอย่างไร กฎหมายนี้ระเบียบนี้จะใช้ไปจนกว่า ท่านฟังให้ดีนะครับ ไม่สอดคล้องกันเลย จนกว่าการบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินจะเลิกไป มันเกี่ยวอะไรกันครับท่าน และพอท่านกู้เงิน เงิน ๑ ล้านบาท ใช้ใน (๑) (๒) (๓) เท่านั้น แต่พอต่อไปเขียนว่าอย่างไรครับ หาก ครม. เห็นว่าจำเป็น (๒) ซึ่งเยียวยาก็ใช้ (๑) ได้ และหากเห็นว่าจำเป็นเร่งด่วนจนไม่อาจ หลีกเลี่ยงได้ให้ใช้ (๓) ก็ได้ ก็คือเอา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขึ้นไปเป็น (๑) ก็ได้ แล้ว (๑) จัดซื้อจัดจ้างตรงได้เลย แล้วท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าท่านจะคุมทุจริตได้ตาม ข้อ ๑๑ ครับ พูดเรื่องนี้ด้วยความไม่สบายใจท่านครับ ผมอยากจะเห็นการปฏิรูปให้เป็นการปฏิรูปที่แท้จริง ท่านต้องเข้าใจว่าวิธีคิดของท่านต่อการปฏิรูปทุกเรื่องมันเป็นอย่างไร ไม่ใช่วิธีการนำเสนอ เหมือนไปซื้อของตลาดนัด กระจัดกระจายหมดเลย ไม่มีเวลาครับ ปฏิรูปน่าจะให้พวกเรา พูดได้อย่างน้อย ๑๕ นาที ได้แค่นี้ก็ขอบคุณแล้วครับ ขอบคุณมากครับ