ซูการ์โน ตั้งข้อสังเกตปฏิรูปประเทศ ๑๒ ด้าน ขอยกบทบาทสภาฯ ออกกฎหมายแก้เดือดร้อน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๕ สิงหาคม ๒๕๖๓

ซูการ์โน มะทา ตั้งข้อสังเกตต่อรายงานความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ และเสนอให้ปรับบทบาทสภาในการออกกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาประชาชน โดยเน้นประเด็นการเมือง การบริหารราชการ และการกระจายอำนาจ

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ เขต ๒ วันนี้ก็นั่งคิดตั้งนานว่า ผมจะอภิปรายหรือไม่เรื่องรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูป ประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นรายงานประจำเดือนมกราคมถึง เดือนมีนาคม ๒๕๖๓ แต่บังเอิญช่วงที่ผ่านมาก็มีมติคณะรัฐมนตรีได้มีการแต่งตั้ง คณะกรรมการปฏิรูปประเทศขึ้นมา ๑๒ ด้าน ซึ่งผมได้ดูรายชื่อของคณะกรรมการในแต่ละด้าน ทั้ง ๑๒ ด้านแล้ว ก็รู้สึกว่าผมน่าจะอภิปรายเพื่อตั้งข้อสังเกตในบางประเด็นที่อาจจะ เกี่ยวข้องว่าในการทำงานผมก็เห็นด้วยว่ารายงานทุก ๓ เดือน ที่กำหนดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ นั้น ผมอาจจะมองว่ามันเป็นรายงานที่ไม่สามารถจะหาตัวชี้วัดได้ว่า มันมีความก้าวหน้าเพียงใดสำหรับการปฏิรูปประเทศนะครับ ถ้าเป็นไปได้ก็เห็นด้วยกับ เพื่อนสมาชิกหลายท่านว่าควรจะมีการปรับให้เรื่องของรับทราบรายงานของการปฏิรูปประเทศ ต่อสภาผู้แทนราษฎรนี้ ควรจะให้บทบาทกับสภาผู้แทนราษฎรได้ออกกฎหมาย ที่เป็นความต้องการที่จะแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน วันนี้เราออกกฎหมาย อย่างน้อยเราต้องรับทราบปัญหาต่าง ๆ หลายเรื่อง ท่านประธานที่เคารพครับ สำหรับ รายงานความคืบหน้าของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศในครั้งนี้เป็นช่วงของเดือนมกราคม ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ ถ้าดูในรูปเล่มผมก็เห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านว่าก็คือ กระบวนการการทำงานของหน่วยงานราชการ ที่ส่งข้อมูลทั้งหมดมาให้กับสภาพัฒน์ได้จัดทำ รูปเล่มขึ้นมา เพื่อมารายงานตามภารกิจอำนาจหน้าที่ที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งที่ ผมอยากเห็น อยากได้ยิน อยากเห็นความคืบหน้ามากกว่านี้ก็มีหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น การรายงานคณะกรรมการการปฏิรูปประเทศที่กำหนดไว้ทั้งหมด มันมีอยู่ ๑๒ ด้านด้วยกัน มีทั้งด้านการเมือง ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ด้านกฎหมาย ด้านกระบวนการยุติธรรม ด้านเศรษฐกิจ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านสาธารณสุข ด้านสื่อสาร ด้านสังคม ด้านพลังงาน และด้านการป้องกันการปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ การศึกษา อันนี้ ๑๒ ด้าน ประการแรก อยากตั้งข้อสังเกตว่าจากการประกาศของ คณะกรรมการการปฏิรูปประเทศนั้นมี ๑๒ ด้าน ผมนั่งดูรายละเอียดจากกูเกิล (Google) มา คณะหนึ่งมีประมาณ ๑๔ ท่าน รวม ๑๒ คณะก็ ๑๐๐ กว่าท่าน และประธาน คณะปฏิรูปประเทศ ๑๒ ด้าน ก็ควรจะมาอยู่ในห้องประชุมในการรายงานความคืบหน้า การทำงานให้ครบทั้ง ๑๒ ด้าน เพราะผมเชื่อว่าวันนี้ผมนั่งดู ผมไม่มั่นใจนะว่าคณะกรรมการ ปฏิรูปประเทศที่ได้รับแต่งตั้งจากท่านนายกรัฐมนตรี วันนี้มารับฟังข้อสังเกตของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครบทั้ง ๑๒ ด้านหรือไม่นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากเวลาจำกัด ผมก็อยากอภิปรายตั้งข้อสังเกตเรื่อง ด้านการเมือง เมื่อสักครู่นี้หลาย ๆ ท่านได้พูดว่าการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองนั้น ได้แก่ กลไกและมาตรการป้องกันการแก้ปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธี ซึ่งก็อย่างที่เพื่อนสมาชิก บอกว่าปัญหาการเมืองวันนี้มันมีความขัดแย้งมันก็เป็นเรื่องมีที่มาที่ไป แต่วันนี้เราไม่พูดถึง เรื่องกฎหมาย เรื่องการปฏิรูป เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราไม่ปฏิรูปเรื่อง พ.ร.บ. ประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองว่ามันมีปัญหาอะไรบ้าง เริ่มต้นตั้งแต่คณะกรรมการ องค์กรอิสระว่าด้วยการเลือกตั้ง บทบาท อำนาจต่าง ๆ ว่าควรจะปฏิรูปอย่างไร รูปแบบของ การเลือกตั้งมันสอดคล้อง ตอบโจทย์หรือความต้องการของพี่น้องประชาชนหรือไม่ว่า เราจะส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้นเราได้แก้ไขระเบียบ กฎหมายต่าง ๆ ที่มันไม่สอดคล้องหรือไม่ ส่วนด้านการเมืองอันหนึ่งเป็นเรื่องของการบริหารราชการ ในแผ่นดิน ก็พูดแต่เรื่องการปฏิรูป เหตุฉุกเฉิน ๑๙๑ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันนี้ ผมในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ อยากเห็นการปฏิรูปประเทศในด้านการปกครองและ การบริหารราชการแผ่นดินให้มันมีการกระจายอำนาจ เรามีตัวอย่างแล้วว่าการปกครอง รูปแบบพิเศษอย่างเช่น กรุงเทพมหานคร พัทยา มันสร้างความแตกต่างให้เห็นได้ชัดว่า การบริหารราชการรูปแบบพิเศษจากการบริหารราชการภายใต้ระบบราชการภูมิภาคนั้น มีความแตกต่างอย่างไร วันนี้ผมอยากเห็นท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ เครืองาม ในฐานะที่ เป็นผู้ดูแลคณะกรรมการการกระจายอำนาจ เร่งตรากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกระจาย อำนาจ การปกครองรูปแบบพิเศษ หรือการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ ให้มันออกมา ประกาศใช้นำร่อง อย่างน้อยที่สุด ผมไม่ได้คิดว่าจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าโดยตรงทั้งประเทศ แต่เรามีตัวอย่างการปกครองรูปแบบพิเศษอย่างกรุงเทพมหานครแล้ว ๑ จังหวัด เรามีตัวอย่างการบริหารเมืองแบบพิเศษที่เมืองพัทยามาแล้ว วันนี้มีองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นหลายองค์กรที่อยากเข้าสู่การบริหารราชการในรูปแบบพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นที่ จังหวัดภูเก็ตก็พร้อม จังหวัดเชียงใหม่ก็มีความพร้อม วันนี้ถามใจรัฐบาลว่าท่านพร้อมที่จะ กระจายอำนาจ ให้อำนาจไปสู่พี่น้องประชาชน ผมจึงอยากฝากท่านคณะกรรมการปฏิรูป ประเทศว่าท่านลองไปดูสิครับ เราบริหารราชการแบบราชการส่วนภูมิภาค รวมศูนย์อำนาจนั้น กับการกระจายอำนาจให้มีการปกครองในรูปพิเศษตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ด้วย อันนี้ผม อยากฝากเป็นข้อสังเกตในฐานะที่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็เป็นประธาน คณะกรรมาธิการสามัญของคณะกรรมการกระจายอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่นและ การบริหารราชการรูปแบบพิเศษนั้น อยากเห็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจ ที่ชัดเจนว่ารัฐบาลมีความจริงใจจะกระจายอำนาจการปกครองให้สู่พี่น้องประชาชน อย่างแท้จริง เพราะเรายกตัวอย่างเห็นได้ชัดว่าองค์กรท้องถิ่นเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหา โควิด (COVID) ที่ผ่านมา ถ้าไม่มีองค์กรท้องถิ่นปัญหาโควิด (COVID) อาจจะไม่ได้จบ เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน