เทพไท เสนพง์ หารือความคืบหน้าแผนปฏิรูปประเทศด้านการเมืองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 โดยตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวในการสร้างความเข้าใจเรื่องประชาธิปไตย ปัญหาพรรคการเมืองที่ขาดความเข้มแข็งและความรับผิดชอบ รวมถึงการทุจริตและข้อถกเถียงทางการเมือง พร้อมเสนอให้ปรับการรายงานผลจากไตรมาสละรอบเป็นรายปีหรือทุกหกเดือนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขออภิปรายรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ คือผมก็ คลับคล้ายคลับคลามากว่าผมเคยอภิปรายญัตตินี้แล้วหรือยัง ก็ไปตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ หน้าบัลลังก์ เขาบอกเรื่องนี้อภิปรายแล้วแต่ว่าไตรมาสก่อน ไตรมาสนี้ก็เข้ามาอีก คือ ๓ เดือนครั้ง ๆ เข้ามาจนผมสับสนแล้วท่านประธาน อันนี้ผมคิดว่าต้องปฏิรูป อันดับแรก ก็ปฏิรูป มาตรา ๒๗๐ ก่อนเลยว่าการรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรปีละครั้งก็ได้ท่านประธาน หรือ ๖ เดือนครั้งก็ได้ อย่าเป็นรายไตรมาสเลย ถ้ารายไตรมาสไม่ต้องทำอะไรเลย พวกผม ก็อภิปรายอยู่อย่างนี้ ไม่ต้องรับทราบเรื่องอื่นเลย อันนี้ฝากท่านประธานไปยังคนที่จะปฏิรูป รัฐธรรมนูญด้วยก็แล้วกัน ถ้าดูการรายงานทั้งหมดมี ๑๐ ด้าน ผมวางแผนไว้แล้วครับ ๑๐ ด้าน มารายงาน ๓ เดือนครั้ง ๑๐ ด้านเท่ากับ ๓๐ เดือน ใช้เวลา ๓๐ เดือนถึงจะจบ ๑๐ ด้าน แล้วก็จะเท่ากับอายุสภาชุดนี้พอดี เหลืออยู่ ๓๐ เดือนโดยประมาณ ๒ ปีครึ่ง เพราะฉะนั้นผมจะขออนุญาตท่านประธานอภิปรายทีละด้านก็แล้วกัน ไตรมาสละด้าน ๆ ผมก็จะหยิบมาแต่ละด้านจะได้ครบ ๑๐ ด้านในรอบอายุสภาชุดนี้ วันนี้ขออนุญาต ท่านประธานเอาแผ่นแรกก่อนเลยครับ อภิปรายแผนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง คือถ้าดูตัวชี้วัดในระดับแผน ก็ต้องเรียนกับท่านประธานว่า ๑. ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ ที่ถูกต้องกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็ต้อง เรียนว่าถ้าจะปฏิรูปตรงนี้ จะสร้างค่านิยมให้คนเข้าใจในระบอบประชาธิปไตย ผมคิดว่า เราปลูกฝังเรื่องนี้มา ๗๐-๘๐ ปีแล้วท่านประธาน อย่าว่าแต่จะปลูกฝังประชาชนให้เข้าใจ เรื่องระบอบประชาธิปไตยเลยท่านประธานครับ ผู้มีอำนาจในปัจจุบันยังไม่เข้าใจเลย เรื่องการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมไปถึง เด็กนักศึกษา ท่านประธานลองไปดูสิครับการชุมนุมนี่มีป้ายจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูงเลย อันนี้แสดงว่าข้อนี้ล้มเหลวแล้วครับในการปฏิรูป ข้อ ๒ พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรม เป็นไปโดยเปิดเผยและตรวจสอบได้ เป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชนที่มีอุดมการณ์ ทางการเมืองร่วมกัน ต้องเรียนกับท่านประธานนะครับ ถ้าจะปฏิรูปพรรคการเมืองให้เป็น พรรคการเมืองที่เข้มแข็ง เป็นของประชาชนที่แท้จริง ต้องไปแก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง ประเด็นที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องค่าสมาชิกพรรคการเมืองคนละ ๕๐ บาท ท่านประธาน ถ้าหากว่าเจตนารมณ์ต้องการให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง ผมคิดว่าต้องเปิดเสรี ให้กับประชาชนที่ศรัทธาเลื่อมใสในอุดมการณ์ของพรรคการเมืองนั้น ๆ เป็นสมาชิกพรรค โดยเสรี ไม่ใช่มากำหนดโดยใช้เงินบำรุงพรรคเข้ามาเป็นสมาชิกพรรค และจนถึงวันนี้ ท่านประธานถามพรรคการเมืองทุกพรรคก็แล้วกันว่ามีปัญหาเรื่องเกี่ยวกับสมาชิก พรรคการเมืองมาก ปีหนึ่งต่ออายุครั้งหนึ่ง ๆ เป็นปัญหา เพราะฉะนั้นพรรคการเมือง จะเข้มแข็งไม่ได้หรอกท่านประธานครับ ๓. พรรคการเมืองมีกลไกความรับผิดชอบ ในการประกาศนโยบายที่มิได้วิเคราะห์ผลกระทบความคุ้มค่าหรือความเสี่ยงอย่างรอบด้าน ท่านประธานดูพรรคการเมืองในปัจจุบันที่ไปหาเสียงกันเยอะแยะเลยครับท่านประธาน บอกให้ชาวบ้านจะทำโน่นทำนี่ พอมาเป็นรัฐบาลทำครบไหมล่ะครับท่านประธาน ผมไม่อยากจะยกมาว่ามีโครงการอะไรบ้างที่ไปหาเสียง แล้วสุดท้ายแล้วก็ทำไม่ได้นะครับ เป็นแค่ยาหอม แค่โฆษณาเพื่อให้ได้คะแนนเสียง พอได้คะแนนเสียงกลับมาก็ไม่ทำตามที่ สัญญากับประชาชน เพราะฉะนั้นตรงนี้จะปฏิรูปพรรคการเมืองตรงนี้ก็ต้องเอากันเสียก่อน ต้องตรวจสอบกันเสียก่อน ๔. ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตและรับผิดชอบต่อประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่ของตน อันนี้ก็ไม่อยากจะพูดนะครับ แล้วก็ไม่อยากจะกล่าวหาใครว่าการทำหน้าที่ การปฏิบัติหน้าที่ทั้งฝ่ายการเมืองและ ฝ่ายข้าราชการประจำมีความซื่อสัตย์สุจริตจริงหรือไม่ ไปตรวจสอบข้อมูล ไปดูจาก องค์กรภาคเอกชน มูลนิธิต่อต้านการคอร์รัปชัน เลขาธิการมูลนิธิก็ได้ออกมาให้ข้อมูล อยู่ตลอดว่าดัชนีความโปร่งใส การทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยเราเพิ่มขึ้น หรือน้อยลงครับ ๕. การแก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองโดยสันติวิธีภายใต้การปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ผมก็คิดว่าความคิดทางการเมือง แม้ว่า คสช. เข้ามา แล้วก็คาดหวังว่าจะสลายสีเสื้อ จะสลายความคิด จะให้เป็นเอกภาพ จะให้เป็นหนึ่งเดียวก็ยากมากครับท่านประธาน อย่างน้อยก็อยู่ในใจครับท่านประธาน การจะปฏิรูปให้ทุกคนในชาติสามัคคีกัน ก็ต้องไปดูเงื่อนไขว่าอะไรที่มันก่อให้เกิดความ ขัดแย้ง ก็อยากจะให้ผู้ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ไปศึกษาดู ผมอยากจะมาดูเรื่องเกี่ยวกับ ความคืบหน้าโครงการตามการปฏิรูปประเทศ เอาข้อ ๒ ข้อเดียวพอครับของคณะกรรมการ การเลือกตั้ง ที่โครงการเรื่องการเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม ที่อภิปรายเรื่องนี้เรื่องเดียว เพราะระยะเวลาที่ให้แล้วเสร็จตามแผนคือไตรมาส ๔ ปี ๒๕๖๑ นี่ผ่านมาแล้ว ครบตามแผนแล้ว แต่ท่านประธานดูสิครับ การเลือกตั้งที่ผ่านมาซื่อสัตย์สุจริตหรือไม่ภายในปี ๒๕๖๑ ครับ จนมาถึงปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ท่านประธานกลับไปดูการเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดลำปาง เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน มีการร้องเรียนกี่คดี กว่าจะประกาศรับรองผู้ที่จะได้รับการเลือกตั้งได้ ใช้เวลาเท่าไรครับ อันนี้แสดงว่าล้มเหลวครับ แล้วก็ให้ประธานตามไปดูอีกว่า วันอาทิตย์ที่ ๙ สิงหาคม เลือกตั้งซ่อมที่เขต ๕ จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานลองดูก็แล้วกัน จะมีการ ซื้อสิทธิขายเสียง จะมีการทุจริตการเลือกตั้งมากน้อยอย่างไรท่านประธานจับตามอง เพราะตอนนี้ก็ฟ้องกันทางสื่อสารมวลชนเพียบแล้วครับท่านประธาน ถ้าหากว่ายังมีการ ทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้นแสดงว่ามีความล้มเหลวครับท่านประธาน ข้อนี้ล้มเหลวทั้ง ๆ ที่ข้อนี้ ตามแผนครบแล้วตั้งแต่ไตรมาส ๔ ปี ๒๕๖๑ ครับ แต่ว่าจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มี แล้วผมบอกกับ ท่านประธานเลยครับ ถ้าหากว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่สามารถที่จะดำเนินการกับ การทุจริตการเลือกตั้งได้ ระดับประเทศ ระดับชาติ ส.ส. นี่ ปลายปีนี้ท่านนายกรัฐมนตรี บอกว่าจะเลือกตั้งท้องถิ่น ปีหน้าท้องถิ่นจะเลือกกันทั้งปี แน่นอนครับผมว่ามีการทุจริตกัน อย่างมโหฬารนะครับ และจะล้มเหลวที่สุดถ้าหากว่าคนเข้าสู่อำนาจโดยการทุจริต โดยการ ซื้อสิทธิขายเสียงเข้ามา แน่นอนที่สุดครับท่านประธานทุจริตคอร์รัปชัน เอาเงินคืน เอาทุนคืน อันนี้ชัดเจนมากครับ เพราะฉะนั้นฝากคณะกรรมการปฏิรูปประเทศให้ดูในเรื่อง แผนการปฏิรูปประเทศในด้านการเมือง สำหรับรอบนี้ผมเอาเรื่องนี้เรื่องเดียวก่อน ท่านประธาน แล้วก็ถัดไปเดี๋ยวรายงานมาเดือนหน้าอีก ๓ เดือน ก็ไม่กี่วันคงมาอีกรอบครับ แล้วก็จะจองกฐินไว้ก่อนเลย รอบที่ ๒ เดี๋ยวผมจะอภิปรายต่อครับท่านประธาน ขอบคุณครับ