บัญญัติ เจตนจันทร์ เสนอให้จัดตั้งกระทรวงตำรวจเพื่อกระจายอำนาจและปฏิรูปโครงสร้างองค์กร โดยเน้นการแยกหน้าที่ระหว่างการบริหาร การสืบสวน และการปราบปราม เพื่อแก้ปัญหาความไม่ไว้วางใจของสังคม และเรียกร้องให้มีสภาวิชาชีพตำรวจเพื่อให้ตำรวจเป็นอาชีพที่มีมาตรฐาน
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออภิปรายตั้งข้อสังเกตประกอบการรับทราบรายงานความคืบหน้า ในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ในห้วงระยะเวลาเดือนมกราคม-มีนาคม ๒๕๖๓ ด้านกระบวนการ ยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรตำรวจและองค์กรอัยการ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัจจุบันกระบวนการยุติธรรมโดยเฉพาะองค์กรตำรวจและองค์กรอัยการประสบปัญหาวิกฤติ ศรัทธาในสายตาพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ล่าสุดกรณีอัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญา ทายาทกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มบริษัทหนึ่งในคดีขับรถชนอดีต ผบ. หมู่งานปราบปราม สน. ทองหล่อ เสียชีวิตในห้วง ปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา ทำให้เกิดกระแสสังคมไม่เชื่อมั่นองค์กรตำรวจ องค์กรอัยการ สืบเนื่องจากเวลามีจำกัดผมขออภิปรายในหัวข้อการปฏิรูปองค์กรตำรวจ ผมขอยกตัวอย่างเร็ว ๆ นี้ที่สังคมไม่เชื่อมั่นองค์กรตำรวจ เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๖๓ ดีเอสไอ (DSI) ได้ชี้เป้านำกรมการปกครองบุกทลายบ่อนขนาดใหญ่ กลางเมืองมาบตาพุด อันนี้เป็นเหตุที่ดังไปทั่วประเทศว่าสถานะของบ่อนต่าง ๆ นั้นอยู่ได้ อย่างไร แล้วก็เมื่อวานนี้บ่อนพระราม ๓ อยู่ ๆ ก็เกิดเหตุยิงกันจนเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ ถ้าไม่มีการยิงกันสังคมก็คงไม่รู้ว่ามีบ่อนใหญ่ใจกลางกรุงเทพมหานคร
ประเด็นต่อไป เมื่อเช้าผมก็ได้หารือต่อสภาผู้แทนราษฎรว่ากระผมได้ตั้ง กระทู้ถามได้หารือในสภามาประมาณเกือบ ๒ เดือนแล้ว แล้วก็มีเพื่อน ส.ส. หลายจังหวัด ได้นำเรื่องของตู้สล็อต (Slot) มารายงานสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ถึงท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งการแล้วแต่ว่าในพื้นที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข องค์กรตำรวจจึงเป็นองค์กร ที่สังคมตั้งข้อสงสัยว่าจะสามารถจัดการกับภารกิจของตนเองได้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของแหล่งอบายมุขต่าง ๆ รวมทั้งเรื่องอื่น ๆ เช่นเรื่องการสอบสวนซึ่งเป็นกระบวนการ ยุติธรรมในเบื้องต้น จากตำรวจก็ไปถึงอัยการ จากอัยการก็ไปถึงศาลยุติธรรม ผมอยากที่จะให้ การปฏิรูปตำรวจนั้นเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งเอกสารในรายงานนี้ผมยังไม่เห็นรูปธรรมที่ชัดเจน ในรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศเกี่ยวกับองค์กรตำรวจนะครับ อยากที่จะให้ตำรวจนั้นเป็นตำรวจอาชีพ หรือเป็นถึงขั้นว่าเป็นวิชาชีพตำรวจ ซึ่งการเป็น วิชาชีพตำรวจได้นั้นก็จะต้องมีสภาวิชาชีพตำรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำรวจสายสอบสวนนั้น มีครั้งหนึ่งนะครับ เป็น สบ ๒ สบ ๓ สบ ๔ ก็คือจะพัฒนาไปสู่การเป็นวิชาชีพตำรวจ แต่ต่อมาก็มากลายเป็นสายบังคับบัญชาไป แผนการปฏิรูปตำรวจนั้นที่กระผมเห็นว่า ควรที่จะต้องหยิบยกมาพูดคุยกันก็คือว่า เรื่องที่ ๑ ก็ควรจะปฏิรูปโครงสร้างองค์กรตำรวจ การปฏิรูปโครงสร้างองค์กรตำรวจนั้นหลักใหญ่ก็คือต้องกระจายอำนาจการบริหารงาน จากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติออกไปเป็นผู้ที่รับผิดชอบในหลาย ๆ ด้าน ทั้งด้านการบริหาร และทางด้านวิชาการ เรื่องที่ ๒ ควรปฏิรูปให้มีการตรวจสอบและการมีส่วนร่วมของสังคม ภาคประชาชนด้วย เรื่องที่ ๓ ควรจะมีการปฏิรูประบบการสอบสวนซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ การอำนวยความยุติธรรมในเบื้องต้นของคดี ผมขอเสนอจัดตั้งกระทรวงตำรวจครับ ท่านประธานครับ ข้าราชการตำรวจประมาณ ๒๓๐,๐๐๐ คน ใหญ่กว่ากองทัพนะครับ แล้วก็ใหญ่กว่าหลายกระทรวงมากนัก แต่ว่าโครงสร้างยังเป็นแค่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ การของบประมาณจากสภาผู้แทนราษฎรนั้น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก็ขอได้คนเดียว ระดับรองลงไปก็เรียกว่าจะอะไรก็ต้องพึ่งพาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งภาระท่าน ต้องมากมาย ท่านก็อาจจะไม่มีฟังก์ชัน (Function) หรือหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน การตั้ง กระทรวงตำรวจนั้น ๑. มีสำนักงานปลัดกระทรวงตำรวจ ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็เป็นปลัดกระทรวงตำรวจคอยกำกับนโยบาย มีอธิบดีกรมภูธรดูแลต่างจังหวัด อธิบดี กรมนครบาลดูแลในกรุงเทพมหานคร อธิบดีกรมสืบสวนดูแต่เรื่องสืบสวน เป็นกรมวิชาการ มีเทคโนโลยีอะไรในการสืบสวน ต่อไปมีอธิบดีกรมสอบสวน มีเทคนิคเทคโนโลยีในการ สอบสวนอย่างไร มีอธิบดีกรมปราบปราม มีเครื่องไม้เครื่องมือในการปราบปรามอย่างไร และสุดท้ายครับ มีอธิบดีกรมส่งเสริมการปฏิบัติตามกฎหมายของพี่น้องประชาชน คือหน่วยงานทางด้านส่งเสริมและป้องกัน ที่ผมคิดโครงสร้างนี้ออก ผมเทียบกับ กระทรวงสาธารณสุขครับ ทำไมกระทรวงสาธารณสุขนั้นถึงจัดการต่าง ๆ เรื่องสุขภาพ ได้อย่างเรียบร้อย มีข้าราชการประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ คน มีลูกจ้างอีก ๒๐๐,๐๐๐ คน เขาแบ่งหน้าที่กันเบ็ดเสร็จในตัว หน่วยงานที่ไปเฝ้าระวังโรคหรือไปสืบเสาะหาโรค ไข้เลือดออก ไวรัสต่าง ๆ เขามีเทคโนโลยีไปสืบมา แล้วฝ่ายปราบปรามไปพ่นหมอกควัน อีกฝ่ายหนึ่งก็เป็นฝ่ายปราบปรามควบคุมโรค กำจัดโรค แล้วเมื่อจับโรคได้ก็จับมารักษา เอามาผ่าตัดรักษา เหมือนกันครับ ถ้าเป็นกระทรวงตำรวจปั๊บ องค์กรครบมันจะเดินอย่างอัตโนมัติ ถ้าสายไหนหย่อนยานก็ย้าย เฉพาะสายนั้น อย่างนี้จะย้ายผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนเดียว ย้ายแล้วจะทำอะไรได้ มัน มีคนอื่นทำงาน เพราะฉะนั้นแต่ละอธิบดีนั้นก็สามารถตั้งงบประมาณและดีเฟนด์ (Defend) กับสภาผู้แทนราษฎรได้ ปัจจุบันผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินั้นมีอำนาจมากเกินไป รวมศูนย์ ไม่กระจายอำนาจ ไม่เป็นอิสระในแต่ละหน้าที่ หวังว่าท่านรัฐมนตรีวิษณุ เครืองาม จะได้รับ ข้อสังเกตกระผมไป ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อความผาสุกของพี่น้องประชาชน และอำนวย ความยุติธรรมของประเทศชาติบ้านเมืองแห่งนี้ เป็นสถาบันตำรวจที่น่าเชื่อถือตลอดไป กราบขอบพระคุณครับ