นิกร จำนง อภิปรายรายงานความคืบหน้าแผนการปฏิรูปประเทศในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม ๒๕๖๓ โดยชี้ว่ายังไม่มีผลจับต้องได้เนื่องจากอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของรัฐบาลและยังไม่ครบองค์คณะ พร้อมเสนอให้ปรับวิธีการรายงานโดยเชิญผู้รับผิดชอบทุกด้านมาฟังความเห็นประชาชนโดยตรง นิกร จำนง ยังเตือนว่าการพิจารณางบประมาณอาจทำให้แผนปฏิรูปขาดตอนหากไม่เร่งดำเนินการแก้ไขตามคำสั่ง ครม. ให้ทันเวลา และหารือประเด็นความชัดเจนของหมวด ๑๖ ในรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเรื่องอายุคณะกรรมการปฏิรูปที่อาจหมดอายุในปี ๒๕๖๗ พร้อมเสนอให้พิจารณาขยายเวลาหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงเร่งดำเนินการปฏิรูปกฎหมายที่ยังค้างอยู่กว่า ๒๒๐ ฉบับภายในระยะเวลาที่เหลือ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา จะขออภิปราย รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ เดือนมกราคมถึง เดือนมีนาคม ๒๕๖๓ ที่จริงแล้วผมสองจิตสองใจว่าจะอภิปรายไหม แต่เนื่องจากว่าติดตาม มาตลอด ก็คงจะอภิปรายสักเล็กน้อย ผมมีประเด็นเกี่ยวเนื่องอย่างนี้ครับ
ประเด็นที่ ๑ เนื้อหาสารัตถะของรายงานความก้าวหน้าในการปฏิรูปช่วง เดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ ผมจะไม่พูดถึงรายละเอียดเพราะเหมือนเดิม คือไม่มี ความก้าวหน้าใด ๆ เลยในเชิงปฏิรูปที่จับต้องได้ รายละเอียด เช่น ไปมีเรื่องปฏิรูปการเมือง มีรายการทีวี (TV) ขึ้นมาเป็นหนังเรื่องหนึ่งนี่ผมไม่นับครับ เพราะไม่ถือว่าเป็นการปฏิรูป แต่อย่างไรก็ตามประเด็นนี้ที่ผมสรุปว่าเหมือนเดิมคือไม่มีความก้าวหน้าใด มันเป็นเหมือน กิจกรรมเข้าจังหวะตามกฎหมาย ๓ เดือนที่ว่า คือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะเวลาที่รายงาน ของเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม เป็นเวลาที่จะเรียกว่ายังไม่เริ่มมีการปฏิรูปเสียด้วยซ้ำ เพราะว่ารัฐบาลมีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการเมื่อเดือนมิถุนายน รอบหน้าก็เหมือนกัน ท่านประธานครับ รอบหน้าก็จะเป็นแบบนี้อีก ก็คือไม่มีงาน ไม่มีความก้าวหน้า เพราะอยู่ ในช่วงที่ยังไม่ปฏิรูปเต็มรูป มี ๒ มิติก็คือ ๑. กรรมการเพิ่งครบเมื่อเดือนมิถุนายน ซึ่งยังไม่ถึง เหลืออีกรอบถึงจะถึงตรงนั้น อันที่ ๒ ก็คือว่ารัฐบาลสั่งการเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ให้ไปแก้ไข ผมทราบว่าเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมานี้เอง กลางเดือนที่แล้วมีการเรียกประชุมแล้วก็รายงาน ส่วนนั้น สิ่งที่ได้มาก็คือให้มีการแก้ไขรายงาน คำสั่งโดยประธานก็คือท่านนายกรัฐมนตรี ก็สรุปว่าในการสั่งการให้แก้ไขตรงนั้นก็ยังไม่มีการแก้ไขที่เรียบร้อย คือแผนยังไม่เป็นแผน คนที่ทำก็ยังไม่ครบถ้วน ดังนั้นก็จะเป็นแบบนี้นะครับ แล้วนอกจากนั้นข้อสั่งการที่ว่าแล้วนี้ ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ฉะนั้นในส่วนที่ ๑ เรื่องความก้าวหน้าผมจะไม่พูด ผมถือว่าไม่นับก็แล้วกัน ผมข้ามไป ส่วนที่ ๒ ที่ผมเตรียมเอาไว้นี้ ผมบอกว่าวิธีการเหมือนเดิม และที่ผมเตรียมไว้นี้ เนื่องจากว่ามีการไปรายงานในวิป (Whip) แล้วผมก็มีความเห็นว่าคุณได้คุยแล้ว แล้วผมเห็นว่า เป็นเรื่องที่มีเหตุผล ผมเขียนอย่างนี้ครับ ประเด็นที่ ๒ วิธีการรายงานที่ดีมาก ผมเขียนไว้ อย่างนี้ท่านประธานครับ คือการนำผู้รับผิดชอบแต่ละด้านด้วยในวันนี้ เพื่อมารับฟังความเห็น ของผู้แทนปวงชนย้อนหลัง นี่ผมเขียนไว้สำหรับประเด็นที่มีอภิปราย เพราะเราทุกท่านทราบอยู่ เต็มอกว่าแผนปฏิรูปที่ทำมาก่อนหน้านี้ไม่ได้รับฟังประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม คือผม เตรียมมาด้วยความคาดหวังว่าวันนี้ท่านมีกรรมการครบแล้วทั้ง ๑๓-๑๔ คณะนี้ คิดว่าจะมากันครบ แล้วผมเห็นในรายงานว่าจะมากันเหมือนจะครบ แต่ตอนนี้ไม่ครบ ผมก็เขียนไปด้วยความหลงดีใจก็เลยบอกว่าผมใช้คำอย่างนี้ครับ ถือเป็นนิมิตหมายอันดีมาก ที่จะได้เริ่มต้นกันใหม่ หมายความว่ามีกรรมการมาครบ สมมติว่ามีนะครับ ที่ไม่ต้องติดอยู่กับ ความผิดพลาดที่ผ่านมา เพราะเราย้อนหลังเวลาคืนมาไม่ได้ หมายความว่าที่ยังไม่มีกรรมการ ว่างไป เพิ่งมีเมื่อเดือนมิถุนายนนี้ยกกันไปหมดก็แล้วกัน เริ่มกันใหม่ นั่นผมสมมติว่าทุกท่าน มากัน ณ วันนี้ คือจะได้มาฟัง คือแผนปฏิรูปที่ทำมาที่ผมพูดว่ารู้เต็มอกว่าไม่ได้ฟังเสียง ประชาชนเลย ก็ยังมาฟังโดยอ้อมก็คือมาฟังเสียงของ ส.ส. ที่เป็นตัวแทนทางอ้อมของ ประชาชน มาพูดให้ฟังตอนหลังก็ยังดี แต่ตอนนี้ก็ทยอยมา ถือว่ายังไม่จบสิ้นความคาดหวัง ของผม ผมก็จะขอฝากบุคคลที่มาเป็นคณะกรรมการว่าอย่างไรก็ตามแผนที่ ครม. สั่งตาม กฎหมาย เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคมก็ทำไป แต่ว่าที่สั่งคราวนั้นเรื่องโควิด (COVID) ยังไม่มา ผมก็จะย้ำอีกครั้งว่าเรื่องโควิด (COVID) ต้องไปปรับใหม่กันเยอะเลย ก็ต้องปรับไปตามสภาพนั้น แล้วที่สำคัญจังหวะนี้น้ำกำลังขึ้น ก็คือมีการพิจารณางบประมาณ ถ้างบประมาณที่มีการ พิจารณาในสภาขณะนี้ผ่านไป แผนปฏิรูปของท่านจะหายไปอีกปีหนึ่ง ท่านจะเหลือเวลา ปีเดียว
ประเด็นต่อมาคือปัญหาระยะกลาง ก็คือความชัดเจนเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ หมวด ๑๖ เราได้มีการเชิญกรรมาธิการของวุฒิสภาที่คุมเรื่องนี้เข้าไปในกรรมาธิการเกี่ยวกับ เรื่องการศึกษาบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ สรุปว่าอย่างนี้ครับ อายุของคณะกรรมการปฏิรูป ถ้าตามหมวด ๑๖ จะไปหมดอีก ๒ ปีเท่านั้น แต่นี่เรามาเริ่มกันช้าไป ๓ ปีแล้ว นับตั้งแต่ ปี ๒๕๖๐ คำถามก็คือว่าหรือจะไปหมดตอนหมดอายุวุฒิสมาชิกชุดนี้ก็คือเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๖๗ ยังไปคาบเกี่ยว ข้อสรุปที่ว่าก็คือการปฏิรูปตามหมวดนี้จะหมดลงในอีก ๒ ปี ดังนั้นวันเวลาที่เหลืออยู่ต้องไปพิจารณาให้ชัดว่าจะทำอย่างไร จะขยายไปไหม จะต้องแก้ รัฐธรรมนูญไหม ความเห็นในกรรมาธิการหลายส่วนเห็นว่ายกหมวดนี้ออกไปเลย เพราะว่า ไปใช้แนวนโยบายแห่งรัฐก็ได้ ตรงส่วนโน้นส่วนนี้ก็ได้ ตรงนี้อยากจะให้คณะกรรมการที่เหลือ พิจารณาอายุที่เหลืออยู่ของท่านด้วยครับ แล้วส่วนสำคัญในการปฏิรูปนี้มีการปฏิรูป ด้านกฎหมายเยอะมาก ๒๔๗ ฉบับ ขณะนี้ยังเหลืออยู่ ๒๒๐ กว่าฉบับ ซึ่งมีทั้งเล็กทั้งใหญ่ เวลาที่เหลืออยู่ ๒ ปีไม่พอปฏิรูปแน่นอน ดังนั้นระยะเวลาที่เหลือจะทำอย่างไร และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีวาระการประชุมเข้ามาเป็นการประชุมร่วม ถึงข้อบังคับร่วม เดิมมีการ เขียนว่าไม่สามารถให้ร่างของ ส.ส. เข้าไปประกบได้ แต่ขณะนี้ท่านยอมแล้วก็คือว่าข้อบังคับ สามารถจะทำได้ แต่อย่างไรก็ตามวิธีการเมื่อวานท่านอาจารย์วิษณุก็มาพูดว่ามันน่าจะเข้าไป ทางข้างได้ โดยใช้กรรมการพิจารณาแล้วยื่นร่วมไปได้ ก็ฝากเรื่องการปฏิรูปกฎหมาย ๒๔๐ กว่าฉบับนี้ให้ช่วยพิจารณาด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ