วิโรจน์ แจงปัญหาภาษีที่ดินถีบรายเล็ก หวั่นโรงเรียนเอกชนปิดตัว

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร หารือปัญหาความไม่เป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ส่งผลกระทบต่อโรงเรียนเอกชน โดยเฉพาะโรงเรียนนอกระบบที่ถูกจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง แม้ไม่ใช่ธุรกิจแสวงหากำไร และเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนมาตรการเพื่อป้องกันการปิดตัวของโรงเรียนเหล่านี้

นายวิโรจน ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ทานประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคกาวไกลครับ ผมเขาใจวาทานประธาน แลวก็ทานรัฐมนตรีคงจะทราบถึงปใญหาของพระราชบัญญัติภาษี ที่ดินและสิ่งปลูกสราง พุทธศักราช ๒๕๖๒ ที่นํามาใชแทน พ.ร.บ. ภาษีโรงเรือน แลวก็ พ.ร.บ. ภาษีบํารุงทองที่เป็นอยางดีนะครับ ที่ผานมาก็พบวาผูประกอบการที่เป็นนายทุนใหญ กลับเสียภาษีลดลงอยางเชนหางสรรพสินคาบางแหงในเขตคันนายาว แตเดิมก็เสียอยูที่ ๕๐ ลานบาท แตปใจจุบันจากการประเมินใหมเสียเพียงแค ๘.๖ ลานบาท สภาพแบบนี้ เจอโดยทั่วไปครับ โดยเฉพาะเจาของอาคาร สํานักงานตาง ๆ หางสรรพสินคาพบวามีการ เสียภาษีลดลงในอัตรา ๑๐-๘๐ เปอรเซ็นตเลยทีเดียว ในขณะที่ประชาชนคนตัวเล็กตัวนอย ผูประกอบการรายเล็กรายนอยจากเดิมเสียภาษีปีละหลักพันบาท ตอนนี้เสียเป็นหลัก หลายหมื่นบาท และนาตกใจครับ ซึ่งผูประกอบการในทํานองนี้มีกลุมโรงเรียนเอกชนดวย แลวก็โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนที่ตั้งอยูในพื้นที่ชุมชน ซึ่งมีราคาประเมินที่ดินในระดับที่สูง ผลกระทบนี้รุนแรงมาก ๆ แลวก็ถาหากใหภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสรางฉบับนี้ใชงานตอไป โดยที่ไมมีมาตรการใดมาชวยเหลือ แลวก็ไมไดมีการไตรตรองกันอยางรอบคอบ กฎหมาย ฉบับนี้ก็จะเป็นกลไกในการบีบใหโรงเรียนเอกชนปิดกิจการ แลวก็ขายที่ดินที่อยูในเขตชุมชน ใหกับนายทุนเพื่อใชผลประโยชนในเชิงพาณิชยแอยางเดียว สภาพสังคมที่เป็นบาน วัด โรงเรียน ก็จะหายไปหมดเลย เหลือเพียงแตชุมชนและนายทุน จริงอยูที่มีพระราชกฤษฎีกาลดภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสราง พุทธศักราช ๒๕๖๓ ตามมาตรา ๕๕ ของ พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสราง ลดภาษีที่ดินใหกับโรงเรียนเอกชนในอัตรารอยละ ๙๐ แลว แตการลดภาษีที่ดินใหกับ โรงเรียนเอกชนเป็นการลดใหกับโรงเรียนเอกชนในระบบเทานั้น ไมรวมโรงเรียนเอกชนนอกระบบ ซึ่งประกอบไปดวยโรงเรียนที่สอนทางดานศิลปะและกีฬา ๗๘๒ โรง โรงเรียนฝึกวิชาชีพ ๓,๘๓๘ โรง โรงเรียนสรางเสริมทักษะชีวิต ๒๔๒ โรง และโรงเรียนกวดวิชาอีก ๒,๖๒๙ โรง โดยกระทรวงการคลังไดชี้แจงในประเด็นดังกลาวนี้วาโรงเรียนเอกชนนอกระบบเหลาเป็นธุรกิจ ที่มุงแสวงหากําไรเหมือนกับธุรกิจอื่น นี่ครับมันเจ็บตรงคําวาเหมือนกับธุรกิจอื่น และใชพื้นที่ ไมมากนักประมาณแค ๑๐๐ ตารางเมตรเทานั้นทําใหภาษีที่ดินเพิ่มขึ้นไมมาก ตรงนี้แสดงวา กระทรวงการคลังไมไดหารือกับกระทรวงศึกษาธิการเลย แลวก็ไมไดเอาตัวเลขมาประเมินเลย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นความเขาใจที่คลาดเคลื่อนถาทานไดดูตัวเลขการประเมินภาษีที่ดินจริง ๆ และเป็นการเหมารวมโดยที่ไมไดคํานึงถึงปใญหาที่จะเกิดขึ้นตามมาเลยครับ แมวาโรงเรียน เอกชนนอกระบบเหลานี้จะใชอาคารพาณิชย ๑-๒ คูหาจริง ๆ ตามที่วา แตอาคารพาณิชย เหลานั้นอยูในเขตเมืองและแหลงชุมชน และราคาที่ดินประเมินก็สูงมาก ๆ ทําใหอัตรา การเสียภาษีเพิ่มขึ้นอยางมาก อยางโรงเรียนสอนภาษาแหงหนึ่งที่จังหวัดเชียงใหมแตเดิม เสียภาษีอยูที่ปีละ ๑,๗๐๐ บาท ปี ๒๕๖๓ ถูกประเมินใหเสียภาษีอยูที่ ๖๘,๔๗๒ บาท เพิ่มขึ้นถึง ๔๐ เทาตัว แลวก็ขอกลาวหาที่บอกวาโรงเรียนเอกชนนอกระบบนี้เป็นธุรกิจ ที่แสวงหากําไรเหมือนกับธุรกิจประเภทอื่น นี่แสดงเลยวากระทรวงการคลังไมไดหารือกับ กระทรวงศึกษาธิการเลยวาถาพิจารณาตามมาตรา ๑๒๐ และมาตรา ๑๒๕ ของ พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน พุทธศักราช ๒๕๕๐ ทานรัฐมนตรีก็ทราบดีวาการขอใบอนุญาตจัดตั้ง โรงเรียนเอกชน โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนนอกระบบจะตองมีการระบุหลักเกณฑในการ คิดคาธรรมเนียมการศึกษาและตองระบุไวชัดวาตองใหความเป็นธรรมกับผูเรียนดวยครับ และยังระบุไวอีกวาการคิดคาธรรมเนียมการศึกษาจะตองไมมีลักษณะที่เป็นการแสวงหากําไร เกินควร และมีการควบคุมอัตรากําไรไวไมเกินรอยละ ๒๐ ดวย ที่สําคัญจะขึ้นคาธรรมเนียม การศึกษาครั้งใดตองขออนุมัติจากกระทรวงกอนทุกครั้ง จะปรับขึ้นเองก็ไมได แสดงวาธุรกิจโรงเรียนเอกชนนอกระบบไมไดเป็นธุรกิจที่มุงแสวงหากําไรเหมือนกับธุรกิจอื่น ๆ โดยทั่วไป อยางนอย ๆ โรงเรียนที่ฝึกวิชาชีพเสริมสวย ทําผม แตงหนา ซอมเครื่องใชไฟฟูา ซอมคอมพิวเตอร ที่มีอยู ๓,๘๓๘ โรงเรียน ณ วันนี้ทานรัฐมนตรีทราบวาโรงเรียนเหลานี้ มีบทบาทสําคัญในการชวยรีสกิลล (Reskill) อัปสกิลล (Upskill) และสรางทักษะใหกับ ประชาชนเพื่อทุเลาปใญหาการวางงาน การเลิกจางที่เกิดจากการบริหารสถานการณแการควบคุม การระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) โดยไมคํานึงถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจของรัฐบาลนี้เลย แตก็ไมไดชวยเหลือเขาเลย และหากจะเพงเล็งไปที่การแสวงหากําไรจริง ๆ โรงเรียนนานาชาติ ที่เก็บคาเทอมแพง ๆ หลายแสนบาท หลักลานบาท และมีกําไรในระดับที่สูงจริง ๆ ไมควร จะไดกลับได เพราะคาเทอมเราไมตองพูดถึงกัน ถามทานรัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ ก็ทราบอยูแลววาโรงเรียนนานาชาติรวยขนาดไหน กําไรดีขนาดไหน แตปรากฏวาไปไดครับ และโรงเรียนนานาชาติบางแหงนี้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยแดวย แลวกําไรก็มากกวา รอยละ ๒๐ แลว กําไรเป็นหลักรอยลานกลับได ผมจึงขอตั้งคําถามเลยวาเมื่อพบความ ไมเป็นธรรมเหลานี้ ผมจึงตองถามทางทานรัฐมนตรีวากระทรวงศึกษาธิการมีมาตรการในการ ชวยเหลือดานภาษีใหกับโรงเรียนเอกชนนอกระบบอยางนอย ๆ ก็ประเภทการฝึกวิชาชีพ ศิลปะและกีฬา และสรางเสริมทักษะชีวิต จะมีมาตรการอยางไร ทั้งที่โรงเรียนเหลานี้ ถาดูงบการเงินจะรูวาผลกําไรไมไดมากเมื่อเทียบกับโรงเรียนนานาชาติที่มีผลกําไรถึง ๑๐๐-๒๐๐ ลานบาท แตกลับไดการลดหยอนภาษี จึงถามทานรัฐมนตรีในขอแรกครับ