ชลน่าน ศรีแก้ว อภิปรายร่าง พ.ร.บ. แก้ไขประมวลรัษฎากรที่มุ่งจัดเก็บภาษีจากผู้ประกอบการอิเล็กทรอนิกส์ต่างประเทศ โดยเห็นด้วยในหลักการแต่ตั้งข้อสังเกตเรื่องความเป็นธรรมในการแข่งขัน ผลกระทบต่อผู้บริโภค และความเหมาะสมของบทลงโทษที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎกระทรวงในทางอาญา พร้อมเสนอให้กรรมาธิการพิจารณาอย่างรอบด้านเพื่อให้เกิดสมดุลระหว่างการพัฒนากฎหมายและคุ้มครองสิทธิของผู้ประกอบการ โดยอ้างอิงกรณีปัญหาจากเหมืองทองอัคราเป็นตัวอย่างประกอบ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดน่าน ขอบคุณท่านประธานครับที่ได้อนุญาตให้ผมได้มีโอกาส อภิปรายในวาระรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรี โดยท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านสันติ พร้อมพัฒน์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ได้กรุณานําเสนอหลักการและเหตุผลต่อสภา ท่านประธานที่เคารพครับ โดยหลักการและเหตุผลผมเองต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ โดยรวมผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าประเทศเราควรจะต้องปรับบรรดากฎหมายที่ไม่ทันสมัย ที่ล้าหลัง โดยเฉพาะกฎหมายที่ล้าหลังต่อเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผมเองจําเป็นที่จะต้องลุกขึ้นอภิปราย เพราะว่าได้รับความกรุณาจากท่านรัฐมนตรี แล้วก็ท่านอธิบดีกรมสรรพากรได้มอบหมายให้ผู้แทนของกรมได้มาชี้แจงต่อคณะกรรมการ ประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านเมื่อตอนเช้าที่ผ่านมาถึงหลักการและเหตุผลที่มาที่ไป ของกฎหมายฉบับนี้ ผลประโยชน์ที่จะได้รับ ข้อห่วงใยต่าง ๆ พวกเราคณะกรรมการก็ได้ สอบถามกันอย่างพอสมควร ประเด็นหลักการและเหตุผลที่แถลงมันมีรายละเอียดปลีกย่อย ผมมีเวลาน้อย ขออนุญาตตั้งข้อสังเกต เหตุที่ท่านบอกต้องเสนอกฎหมายฉบับนี้เพื่อลด ช่องว่างของการจัดเก็บรายได้จากผู้ประกอบการที่อยู่ต่างประเทศทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ เดิมเราไม่มีโอกาสจัดเก็บรายได้จากคนกลุ่มนี้เลย โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติที่เราเรียกว่า โอเวอร์ เดอะ ทอป (Over the top) ขออภัยที่ใช้ภาษาอังกฤษ เป็นประกอบการที่เป็น ผู้ให้บริการแบบไม่มีเครือข่ายของตัวเองอยู่ภายในประเทศนั้น ๆ เยอะครับ ตรงนี้เยอะมาก เป็นการให้บริการโดยตรง เดิมนี่เราสามารถจัดเก็บผู้ประกอบการที่จดทะเบียนประกอบการ ในที่นี้มี ๒ ลักษณะ ๑. เป็นผู้ประกอบการทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ ๒. เป็นผู้ประกอบการ อิเล็กทรอนิกส์ แพลตฟอร์ม (Electronics platform) ๒ ลักษณะ เดิมนี่เราสามารถจัดเก็บ ภายในประเทศเราได้เท่านั้นเอง เนื่องจากว่าเราเก็บเฉพาะผู้ที่จดทะเบียนเป็นผู้เสียภาษี ถ้ามีรายได้ต่อปี ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไปก็ต้องมาจดทะเบียน เป็นการบังคับสภาพบังคับ ภายในของเราก็เสียภาษีเป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม ท่านต้องการลดช่องว่างตรงนี้ ผู้ประกอบการ ต่างประเทศที่มีการให้บริการกับผู้บริโภคภายในประเทศเราโดยตรงไม่ผ่านผู้ประกอบการ จดทะเบียน อาจจะผ่านผู้ประกอบการที่ไม่จดทะเบียนหรือผู้ใช้บริการโดยตรง ประชาชน คนทั่วไปใช้โดยตรง เดิมเราไม่มีฐานภาษีจากตรงนี้เลยท่านก็เลยออกกฎหมายฉบับนี้มาแก้ไข ช่องว่างตรงนี้ โดยบังคับหรือเขียนกฎหมายให้ผู้ประกอบการอิเล็กทรอนิกส์ต่างประเทศ ผู้ประกอบการอิเล็กทรอนิกส์ แพลตฟอร์ม (Electronics platform) ต่างประเทศ ต้องจดทะเบียนในฐานะที่ท่านเป็นผู้ให้บริการในประเทศไทย อันนั้นคือหลักการ แต่สิ่งหนึ่ง ที่ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานครับ ในการที่จะทําตามหลักการนั้นท่านก็ไปเอื้ออํานวย เรื่องของพวกนิยามต่าง ๆ พวกเงื่อนไขต่าง ๆ ในการที่จะขึ้นทะเบียน เช่น ต้องผ่าน สื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ ไม่จําเป็นต้องใช้ลักษณะของการส่งเอกสารหรือกระดาษอะไรต่าง ๆ ก็เอื้ออํานวยกันไป แล้วมีบทลงโทษ ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายไปที่น่าสังเกต และน่านําไปสู่การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการมากที่สุด ผมขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ ท่านเกียรติ สิทธีอมร ท่านเป็นผู้รู้จริงในเรื่องนี้ ข้อห่วงใยหลายเรื่องท่านมีวัตถุประสงค์ หลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการในประเทศ และต่างประเทศ ผู้ประกอบการในที่นี้หมายถึงผู้ประกอบการทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ แล้วก็ อิเล็กทรอนิกส์ แพลตฟอร์ม (Electronics platform) แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่เรามองเห็นในขณะนี้ ท่านมองมุมเดียว บอกว่าถ้าเก็บภาษีเขาได้ก็จะสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันกับ ผู้ประกอบการภายในประเทศได้ ท่านมองมุมนั้นมุมเดียว แต่สิ่งที่ท่านสมาชิกพูดไป ท่านไม่มอง บอกว่าผู้ประกอบการภายในประเทศที่เขาต้องรับภาษีเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีแวต (VAT) ภาษีนิติบุคคล หัก ณ ที่จ่ายกําไรเขา ภาษีท้องถิ่นอะไร เยอะแยะไปหมด เขาเหล่านั้นเมื่อเจอสภาพนี้ เมื่อท่านอนุญาตให้คนจดทะเบียนต่างประเทศ เข้ามาทํามาหากินภายในประเทศได้เขาเลือกได้ครับ ก็ไปมีที่ตั้งสํานักงานต่างประเทศ ก็จดทะเบียนค้าขายภายในประเทศ อันนี้น่าห่วงมาก ถ้าไม่มีมาตรการรองรับการแข่งขัน ที่บอกว่าจะเป็นธรรม ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าจะทําลาย ความชอบธรรมของผู้ประกอบการภายในประเทศ โดยเฉพาะหน่ออ่อนทั้งหลาย บรรดา สตาร์ตอัป (Startup) ทั้งหลายที่จะเกิดขึ้นมาตายอย่างเดียว ท่านคิดมุมนี้หรือเปล่า ประเด็นที่ ๒ สิ่งที่ท่านคิดนี่คิดเพียงจะเก็บภาษีแวต (VAT) จากภาษีขายโดยไม่หักภาษีซื้อ จากผู้ประกอบการ เป็นผู้จ่ายภาษี เป็นผู้เก็บภาษีให้กับรัฐไทย แน่นอนครับคนจ่ายภาษี ก็คือพี่น้องประชาชนผู้ใช้ คือผู้ใช้และผู้ประกอบการที่ไม่ได้จดทะเบียน ๒ กลุ่มนี้จะต้องเป็น คนจ่ายเงินเข้าไป ผู้ประกอบการต่างประเทศถ้าจดทะเบียนแล้วก็เอาภาษีนั้นมาส่งให้กับ รัฐประเทศไทยเรา สิ่งที่มองตรงนี้มันเป็นวิธีการธรรมดาที่หลายประเทศเขาไม่นิยมใช้ สิ่งที่ท่านเกียรติ เสนอนี่ ขออนุญาตเอ่ยนาม ผมว่าลองไปดูในหลักการเขาสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ไหม ดิจิทัล แทกซ์ (Digital tax) ที่พูดถึงนี่ครับ ดิจิทัล แทกซ์ (Digital tax) ที่พูดถึงมันเชิงระบบ ไม่มุ่งเฉพาะภาษีขาย ในประเด็นที่เป็นห่วง เหตุที่ต้องเสนออย่างนี้เพราะว่าผมถามตัวแทน ของกรมสรรพากรที่มาชี้แจงต่อวิป (Whip) ฝ่ายค้าน ผมถามว่าสภาพบังคับตามกฎหมาย เป็นไปได้หรือไม่ มันมีกฎหมายต่างประเทศอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องไหม กฎหมายว่าด้วย ดับเบิลยูทีโอ (WTO) เกี่ยวข้องไหม ถึงแม้จะเป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่เกี่ยวกับภาษีนําเข้า แต่ว่า การตอบโต้ทางการค้าและเกิดมีปัญหากันมันจะเกิดขึ้น มันมีปัญหาทางกฎหมายอื่นไหม กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีแล้วก็ท่านอธิบดีช่วยตอบประเด็นนี้ด้วยว่า มันจะมีปัญหาเกี่ยวข้องกับกฎหมายระหว่างประเทศหรือไม่ สภาพบังคับถ้าเขา ไม่จดทะเบียนท่านมีอะไรจะจัดการเขา ผมขอเวลานิดเดียวท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ สมาชิกได้บอกว่าก็จัดการเรื่องบล็อก เรื่องของแบน (Ban) ตรงนี้ทําได้ไหม และใคร ได้ประโยชน์ ใครเสียประโยชน์ ท่านรองไปบล็อก ไปแบน (Ban) สิครับ ผู้บริโภค ภายในประเทศเราเดือดร้อนนะครับ และท่านจะกลายเป็น สมัยนี้ศัพท์ที่ฮิตที่สุดเขาเรียก ทัวร์ลง ทัวร์จะลงที่อธิบดีกรมสรรพากร ท่านลองไปบล็อกดูสิครับ เพราะฉะนั้นมิติเหล่านี้ ท่านต้องคิดให้รอบคอบ ผมเห็นด้วยกับหลักการโดยรวมนะครับ ถ้าไปดูหลักการ หัวข้อ ถ้ามันสามารถเติมเต็มด้วยโดยที่ไม่ขัดกับหลักการ ผมคิดว่าวิธีการต้องเปลี่ยน ในนี้ครับ ต้องเปลี่ยน จากคําว่า แวต (VAT) อย่างเดียวไปเปลี่ยนเป็นดิจิทัล แทกซ์ (Digital tax) ได้ไหม เพราะผมดูแล้วบางครั้งหลักการเขียนค่อนข้างมีความจําเพาะมาก เปลี่ยนไป จดทะเบียนเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเฉพาะภาษีขาย ไม่หักภาษีซื้อ อันนี้หลักการเขียนอย่างนี้ทําให้ ขยับไม่ได้ ถ้าขยับไม่ได้มันจําเป็นต้องเริ่มต้น เราก็ยินดีครับว่ากฎหมายฉบับนี้ผ่านไปก่อน แต่ ฝากกรรมาธิการไปเขียนข้อสังเกตไว้แนบท้ายเลยว่าควรจะยกร่างเพิ่มเติมแก้ไขหลักการ ให้ครอบคลุมเรื่องของดิจิทัล แทกซ์ (Digital tax) ต้องเสนอมาอย่างนี้ แล้วทําเข้ามาใหม่ได้ ไม่จําเป็นต้องถอน เริ่มต้นอาจจะทําแบบนี้ก่อนก็ได้เพื่อการเรียนรู้ เพื่อหาประสบการณ์ แต่ว่าข้อสังเกตกรรมาธิการฝากไว้เขียนว่าอะไรที่ดีกว่านี้ศึกษาจากแต่ละประเทศที่เขาทํากัน เขียนมาเป็นข้อสังเกตมาให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา สมาชิกเมื่อพิจารณาแล้วส่งให้รัฐบาล ท่านก็สามารถหยิบเอาข้อสังเกตที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรและไปยกร่างเป็นกฎหมาย แก้ไขเพิ่มเติมมาอีกฉบับหนึ่งก็ได้ ผมว่าน่าจะเกิดประโยชน์สุด
ประการสุดท้ายครับท่านประธาน เกรงใจท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ สภาพบังคับเรื่องโทษ ท่านเขียนมาในมาตรานี้กฎหมายฉบับนี้มีทั้งหมด ๑๓ มาตรา มาตรา ๑ มาตรา ๒ ไม่ว่า ตั้งแต่มาตรา ๓ ถึง มาตรา ๑๐ เป็นเกี่ยวกับเขียนให้สอดรับ กับหลักการ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ เป็นบทเฉพาะกาล มาตราที่มีบทกําหนดโทษอยู่ใน มาตรา ๙ การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงตามวรรคหนึ่ง ให้ถือเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติอันเป็นความผิด และต้องระวางโทษตามมาตราที่เกี่ยวข้องด้วย เอากฎกระทรวงไปบังคับให้ได้รับโทษอาญา ผมไม่แน่ใจว่าคนที่เขาไม่อยู่ในราชอาณาจักรไทย จะมีสภาพบังคับหรือไม่ เหมืองทองอัคราโดนมาแล้ว เหมืองทองอัคราไปออกกฎไปตาม อํานาจคําสั่งที่ไม่เป็นกฎหมายที่ผ่านสภา เขาฟ้องครับ อนุญาโตตุลาการฟ้อง ขณะนี้ เป็นคดีอยู่ ยังไม่ยอมเขียนเรื่องอวอร์ด (Award) หรือคําวินิจฉัยชี้ขาดออกมาเท่านั้นเอง กฎกระทรวงสามารถที่จะไปเอาโทษ ไปบังคับโทษตามกฎหมายที่เขาเขียนได้หรือไม่ ผมไม่แน่ใจ ต้องพิจารณา ฝากกรรมาธิการด้วยครับ โดยสรุปท่านประธานครับ เห็นด้วย ในหลักการพื้นฐานทั้งหมดเพื่ออุดช่องว่างและเป็นการพัฒนากฎหมายเพื่อพัฒนา เรื่องผู้ประกอบการ แต่อย่าลืมมองมุมกลับว่าผู้ประกอบการนั้นเขาจะได้หรือจะ เสียประโยชน์อะไร เห็นด้วยหลักการโดยรวม ขอรับหลักการ แล้วก็ฝากกรรมาธิการตามที่ ผมกราบเรียนไป วาระที่ ๒ วาระที่ ๓ เรามาดูกันอีกครั้งหนึ่ง กราบขอบคุณท่านประธานครับ