อรรถกร สนับสนุนร่างแก้ภาษีดิจิทัล ชี้คุมบริษัทต่างชาติเสียภาษีเป็นธรรม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๓

อรรถกร ศิริลัทธยากร แสดงความเห็นสนับสนุนร่างแก้ไขประมวลรัษฎากรเพื่อเก็บภาษีจากบริษัทข้ามชาติและธุรกิจดิจิทัล พร้อมเรียกร้องให้พิจารณาผลกระทบต่อสตาร์ตอัพไทยและสร้างความเป็นธรรมทางภาษี

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นต่อ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งกระผมมองว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นเรื่องที่ดี เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้มีความคิดที่จะ ไม่ยอมเสียเปรียบให้กับบริษัทธุรกิจข้ามชาติอีกต่อไป บริษัทต่าง ๆ ที่เข้ามาทํากําไร แต่กลับมีค่าใช้จ่ายที่จ่ายให้กับประเทศไทยของเรานั้นเพียงน้อยนิด หรือว่าจ่ายภาษี ให้ประเทศของเราเป็นจํานวนน้อยมาก ๆ โดยเฉพาะในธุรกิจในยุคดิจิทัล (Digital) แบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นการให้การบริการผ่านทางออนไลน์ (Online) การขายสินค้าผ่านช่องทาง ออนไลน์ (Online) หรือแม้แต่กระทั่งการที่จะเป็นนายหน้าในการบริการให้การจองห้องพักก็ดี ท่านประธานที่เคารพครับ จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันและเชื่อว่าในอนาคตธุรกิจที่ใช้แพลตฟอร์ม (Platform) ต่าง ๆ เหล่านี้จะยิ่งมีจํานวนมากขึ้นเป็นทวีคูณ เนื่องจากเทคโนโลยีที่สามารถ รองรับให้ทําธุรกิจประเภทนี้ได้มีความรวดเร็ว มีความเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ทั่วทุกหนทุกแห่ง ถ้าผมจะยกตัวอย่างบางบริษัทระดับโลกง่าย ๆ ในประเทศไทย เฟซบุ๊ก (Facebook) ในประเทศไทยมีบัญชีผู้ใช้มากกว่า ๕๐ ล้านคน เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) มาอยู่ในประเทศไทย ไม่กี่ปีมีผู้ใช้โดยประมาณมากกว่า ๕๐๐,๐๐๐ คน ผู้ใช้มีจํานวนปริมาณมาก โดยสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือสาระสําคัญของการกําหนดให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) เหล่านี้ กฎหมายฉบับนี้จะบังคับให้บริษัทต่าง ๆ จะต้องจดทะเบียน หรือขึ้นทะเบียนกับกรมสรรพากรจึงจะสามารถประกอบธุรกิจในประเทศได้ ในกรณีที่ บริษัทต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ไปจดทะเบียนเซิร์ฟเวอร์ (Server) ก็จะถูกปิดไม่สามารถให้บริการได้ ถึงแม้ว่าตัวเซิร์ฟเวอร์ (Server) หลักหรือว่าฐานบัญชาการจะอยู่ในต่างประเทศก็ตาม ท่านประธานที่เคารพครับ ทุกวันนี้เชื่อไหมว่าบางครั้งผู้บริโภค ผู้ซื้อที่เป็นคนไทย เราซื้อ เราใช้บริการจากบริษัทเหล่านี้โดยที่เรายังไม่ทราบเลยว่าบริษัทเหล่านี้ไม่ใช่บริษัทของคนไทย ถึงแม้ว่าเราจะมีการรณรงค์ให้กิน ให้เที่ยว ให้ใช้ของในประเทศก็ตาม เพราะว่าสิ่งต่าง ๆ ในโลกไซเบอร์ (Cyber) ในแพลตฟอร์ม (Platform) ที่เขามีให้บริการมันดูเหมือนประหนึ่งว่า เจ้าของธุรกิจเป็นเจ้าของโดยคนไทย โดยเฉพาะในแวดวงของการกําหนดอัตราภาษีเพื่อใช้กับ บริษัทที่ทําธุรกิจข้ามชาติเหล่านี้ต้องกราบเรียนว่าในประเทศต่าง ๆ ก็จะออกมาตรการ ที่คล้าย ๆ กัน แต่ไม่เหมือนกัน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อที่จะรับมือกับการที่มีบริษัท หลายบริษัทอาศัยช่องว่างที่จะไม่ต้องทําการเสียภาษี ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง เพราะก่อนหน้านี้ก็มีมาตรการที่เขาเรียกว่ากูเกิล แทกซ์ โมเดล (Council tax model) เกิดขึ้นที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งทางประเทศอังกฤษได้ออกกฎหมายบังคับใช้ครับ ทําให้ที่สหราชอาณาจักรสามารถ เก็บภาษีจากธุรกิจตามแพลตฟอร์ม (Platform) ต่าง ๆ เหล่านี้ได้ถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ประเทศออสเตรเลียเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีความตื่นตัว ซึ่งก็ได้ใช้กฎหมาย ที่ใกล้เคียงกัน โดยทางประเทศออสเตรเลียได้เก็บภาษีบริษัทธุรกรรมข้ามชาติต่าง ๆ เหล่านี้ อยู่ที่ ๒๔ เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามครับ ผมต้องขออนุญาตนําเรียนผ่านท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรี ท่านผู้บริหารกระทรวงว่าเรื่องนี้มีความสําคัญ แล้วก็เป็นประโยชน์ครับ แต่ประเด็นที่ขอให้ท่านไม่มองข้ามก็คือว่าประเทศของเรายังมีสตาร์ตอัป (Startup) ยังมี บริษัทที่กําลังเริ่มธุรกิจเล็ก ๆ โดยการใช้แพลตฟอร์ม (Platform) ต่าง ๆ เขากําลังจะไป ด้วยดี ขอให้กฎหมายฉบับนี้คํานึงถึงว่าจะไม่เป็นกําแพงที่ไปกีดกั้นความสามารถของเขา หรือไปกีดกั้นโอกาสของเขา ก็อาจจะทําการยกเว้นในบางบริษัทที่เป็นของประเทศไทย ผมขออนุญาตอีกนิดเดียว ขออนุญาตยกตัวอย่าง ทางรัฐบาลก็คาดว่าจะเก็บภาษีเพิ่มขึ้น ในส่วนนี้ได้ประมาณ ๓,๐๐๐-๕,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ยังมีข้อมูล ยังมีประเด็นถึง การออกกฎหมายจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากบริการอิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนของประเทศ ในกลุ่มอาเซียน (ASEAN) ต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. สุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ที่ท่านได้นําข้อมูล ที่เป็นประโยชน์ให้ผมได้มาชี้แจงในสภาแห่งนี้ ยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์มีการบังคับใช้ กฎหมาย มีผลบังคับใช้วันที่ ๑ มกราคมของปีที่ผ่านมา ประเทศมาเลเซีย ๑ มกราคม ปี ๒๕๖๓ เหมือนกัน ประเทศอินโดนีเซียกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม ที่ผ่านมา และประเทศฟิลิปปินส์กําลังอยู่ในช่วงของการเสนอกฎหมาย และเชื่อว่าต้นปีหน้า กฎหมายฉบับนี้ก็จะถูกบังคับใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ แล้วถ้าเราดูผลสําเร็จ ที่คาดว่าจะได้รับในประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน ข้อ ๑ สร้างความเป็นธรรมในการเสียภาษี ระหว่างผู้ประกอบการในประเทศและผู้ประกอบการต่างประเทศ ข้อ ๒ ทําให้แนวทาง การจัดเก็บภาษีสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล (Digital) และรูปแบบการดําเนินธุรกิจ ในยุคปัจจุบัน ข้อ ๓ อํานวยรายได้ให้แก่รัฐให้สามารถจัดเก็บเงินได้เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ มากกว่า ๖๐ ประเทศทั่วโลกได้ออกกฎหมายที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันนํามาใช้ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นวันนี้ผมมองว่าวันนี้เป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทางรัฐบาล โดยเฉพาะ ทางกระทรวงการคลังได้คํานึงและเสนอกฎหมาย ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ให้พวกเราพี่น้อง ส.ส. ได้พิจารณาร่วมกัน สุดท้ายครับท่านประธานครับ ผมยืนยันนะครับว่า มาตรการต่าง ๆ จะดีจะร้ายขนาดไหนก็ตาม ผมขอให้ทาง ครม. คํานึงไปถึงผู้บริโภคว่า ผู้ซื้อสินค้าต่าง ๆ ว่าถ้าท่านเพิ่มเพดานภาษีตรงนี้ สิ่งที่ผู้บริโภค ผู้ใช้สินค้า ผู้รับการบริการ จะได้รับผลกระทบอย่างไร ยังเป็นคําตอบ ขอกราบขอบคุณครับ