เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เสนอการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร เพื่อเก็บภาษีจากบริษัทข้ามชาติ เช่น กูเกิล เฟซบุ๊ก อเมซอน และลาซาด้า ซึ่งบริษัทเหล่านี้มีมูลค่าผลกำไรที่สูง แต่เสียภาษีเพียง 200,000 บาทเท่านั้น
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตบางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล ขอบคุณท่านประธานครับ วันนี้ ผมจะขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งทางคณะรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการสันติได้อธิบายไปเมื่อสักครู่นะครับ ซึ่งกระผมเองเป็นคนรุ่นใหม่ที่ติดตามประเด็นนี้ร่วมกับพรรคก้าวไกลมานานว่าประเทศไทยเรา ทุกวันนี้คนไทยหรือท่าน ๆ เอง ประชาชนทุกคน รวมถึงกระผมเองตื่นเช้ามาอย่างแรกที่จะทํา ไม่ได้อ่านข่าวหนังสือพิมพ์อีกต่อไป เราทําสิ่งแรกคือเราเข้าเฟซบุ๊ก (Facebook) ทวิตเตอร์ (Twitter) หรือไลน์ (LINE) เพื่อเช็ก (Check) ข่าวสารต่าง ๆ หรือใช้ในการสื่อสารกับ เพื่อนร่วมงาน ทั้งหมดนี้ที่เราใช้ไป คนทั่วไปก็อาจจะคิดว่ามันฟรี แต่ที่แท้จริงแล้วเอาง่าย ๆ แค่ตอนที่เราดูในฟีด เฟซบุ๊ก (Feed Facebook) เรา แล้วเราเห็นว่าอะไรที่ไม่ใช่เพื่อนเรา หรือเป็นโฆษณาขายของ ล้วนแล้วจ่ายค่าโฆษณาให้กับบริษัทเหล่านั้นหรือแพลตฟอร์ม (Platform) เหล่านั้นทั้งสิ้น ก็จะอธิบายง่าย ๆ นะครับท่านประธานว่ากฎหมายฉบับนี้ มันเป็นการแก้ปัญหาที่ค่อนข้างจะเป็นปัญหาที่เรื้อรัง แล้วก็ไม่มีทางแก้ไข ไม่เฉพาะ ในประเทศไทยเอง หลาย ๆ ประเทศก็พยายามที่จะเก็บภาษีบริษัทข้ามชาติเหล่านี้ กูเกิล (Google) เฟซบุ๊ก (Facebook) อเมซอน (Amazon) หรือถ้าในประเทศไทยเราจะมีพวก ลาซาด้า (Lazada) ที่เป็นชอปปิง ออนไลน์ (Shopping Online) ก็ล้วนแล้วแต่ตั้งอยู่ ต่างประเทศและเป็นเครือข่ายธุรกิจข้ามชาติที่ใหญ่โต กฎหมายแต่ละประเทศ รวมถึง ประเทศไทยเองก็ล้าหลังไม่สามารถจะจัดเก็บภาษีบริษัทเหล่านี้ได้ ทั้งที่บริษัทอย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) เองมีมูลค่ากําไรต่อปีแทบจะเยอะเท่ากับงบประมาณของประเทศเรา แต่เขา เสียภาษีธุรกิจแค่ ๒๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง เป็นไปได้อย่างไร ดังนั้นประมวลรัษฎากรฉบับนี้ ที่จัดเก็บแวต (VAT) หรือว่าภาษีมูลค่าเพิ่มก็ถือว่าเป็นทางออกแรกที่ดี และเพื่อเป็นการที่จะ ช่วยผู้ผลิตเกมหรือผู้ผลิตแพลตฟอร์ม (Platform) ดําเนินการแพลตฟอร์ม (Platform) ในประเทศไทยที่เขาตั้งบริษัทในประเทศไทยเขาต้องเสียคอร์เปอเรต แทกซ์ (Corporate tax) หรือภาษีนิติบุคคล แล้วเขาต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอีก มีความสามารถในการแข่งขันกับ ธุรกิจข้ามชาติเหล่านี้ได้ ซึ่งการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้จะเป็นประโยชน์กับประเทศไทยอย่างยิ่ง ทั้งทางด้านการที่จะทําให้เราเป็นอิเล็กทรอนิกส์ ฮับ (Electronics Hub) หรือว่าในเรื่องของ อีสปอร์ต (e-Sport) เราก็อยากเป็นอีสปอร์ต ฮับ (e-Sport Hub) ของเซาท์ อีสต์ เอเชีย (South East Asia) เช่นกัน ซึ่งปี ๒๐๑๙ มีการประมาณว่าธุรกิจอีสปอร์ต (e-Sport) จะเติบโตถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ผมว่าในปีนี้อาจจะไม่ได้ตามเลขนั้น ถ้าได้สัก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ปาฏิหาริย์ เนื่องจากวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) มีเม็ดเงินหมุนเวียนเกือบ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งตรงนี้โดยมากจะเป็นเกมที่ใช้มือถือฉลาดหรือขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษเรียกว่า สมาร์ตโฟน (Smartphone) พวกแท็บเล็ต (Tablet) จะเป็นส่วนมาก ซึ่งบริษัทเหล่านี้ ก็จะเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ อย่างเทนเซนต์ (Tencent) ที่เป็นบริษัทจากประเทศจีนที่ผลิตเกม มาเยอะมากมาย แล้วก็จะมีการเติมเกมเยอะมาก ถ้าไปดูลูกหลาน ถ้าตรุษจีนมาให้อั่งเปาไป ถามว่าเอาเงินไปใช้อะไรอาตี๋น้อย ไม่รู้หรอกครับท่านประธาน สุดท้ายไปอยู่ในเกมหมด ซื้อของ ซื้อออปชัน (Option) อะไรต่าง ๆ แต่แล้วเงินพวกนี้ก็เป็นเงินที่ออกไปนอกประเทศ โดย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าการปรับปรุงประมวลกฎหมายนี้อย่างน้อยก็จะช่วย ผู้ประกอบการประเทศไทย แล้วก็ช่วยรัฐบาลในการจัดเก็บภาษี เป็นฐานภาษีใหม่ ๆ ที่เพิ่ม มากขึ้น ผมก็หวังว่าวันหนึ่งถ้าคณะรัฐมนตรีนี้มีความจริงใจอย่างแท้จริงก็อยากจะให้หา ฐานภาษีใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอีก อย่างเช่นการเก็บที่บริษัทจากต่างประเทศเลยก็ดี เพราะการเก็บแวต (VAT) มันก็เป็น การผลักภาระให้กับผู้บริโภคคนไทยอยู่ดี จากผมเคยซื้อเติมเกมส์ (Games) ๑๐๐ บาท เดี๋ยวบริษัทต่างชาติเขาก็ไปบวกแวต (VAT) มาเพิ่มนั่นแหละครับ สุดท้ายก็คือเป็นคนไทย ที่จ่าย บริษัทต่างชาติรับเต็มอยู่ดี ซึ่งตรงนี้เองในสัดส่วนของพรรคก้าวไกลก็จะมี ส.ส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่เป็น ส.ส. ที่ผมเชื่อว่าชาวบางแคภาคภูมิใจ เป็น ส.ส. ที่เก่ง เรื่องอิเล็กทรอนิกส์มากที่สุดในสภาแห่งนี้แล้ว รวมถึงผู้มีประสบการณ์ทางกฎหมาย อย่างท่าน ส.ส. สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ก็จะได้มาอธิบายในส่วนของหลักการและเหตุผล และข้อเสนอแนะของพรรคก้าวไกลต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ