สันติ พร้อมพัฒน์ ชี้แจงร่างแก้ไขประมวลรัษฎากรเพื่อรองรับการจัดเก็บภาษีจากบริการทางอิเล็กทรอนิกส์และธุรกรรมดิจิทัลจากต่างประเทศ โดยเน้นความจำเป็นในการปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัล ทั้งการนิยามบริการอิเล็กทรอนิกส์ การใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์แทนเอกสารกระดาษ และการกำหนดหน้าที่ภาษีที่ชัดเจนสำหรับผู้ให้บริการต่างชาติ พร้อมเสนอให้ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อลดภาระการจัดการเอกสาร และคาดว่าจะเพิ่มรายได้ให้รัฐประมาณปีละ 5,000 ล้านบาท
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ให้นําเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมีหลักการและเหตุผล ดังนี้
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรดังต่อไปนี้
๑. แก้ไขเพิ่มเติมให้การดําเนินการเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานหรือหนังสือ อื่นใดตามประมวลรัษฎากร สามารถดําเนินการด้วยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓ โสฬส)
๒. แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคําว่า “สินค้า” และเพิ่มบทนิยามคําว่า “บริการ ทางอิเล็กทรอนิกส์” และคําว่า “อิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม” (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๗๗/๑ (๙) และเพิ่มเติมมาตรา ๗๗/๑ (๑๐/๑) และ (๑๐/๒))
๓. แก้ไขเพิ่มเติมหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการ ทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศแก่ผู้ใช้ซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียน โดยคํานวณจาก ภาษีขาย โดยไม่ให้หักภาษีซื้อ และกําหนดให้ผู้ประกอบการอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มแทนผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ (เพิ่มมาตรา ๘๒/๑๓ วรรคสอง และวรรคสาม)
๔. แก้ไขเพิ่มเติมหน้าที่ของผู้จ่ายเงินในการนําส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม และหน้าที่ของผู้ประกอบการในการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการ ทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศแก่ผู้ใช้ซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียน (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๘๓/๖ (๒) และมาตรา ๘๕/๓ (๒)
๕. กําหนดให้การดําเนินการทางทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกระทําโดย กระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ (เพิ่มมาตรา ๘๕/๒๐))
๖. กําหนดห้ามมิให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ได้ให้บริการทาง อิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศออกใบกํากับภาษี (เพิ่มมาตรา ๘๖/๑ (๑/๑))
เหตุผล โดยที่ปัจจุบันมีการใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ มากขึ้น สมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีการให้บริการ ทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักรโดยผู้ใช้ ซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียน ให้มีความเหมาะสมกับรูปแบบการประกอบธุรกิจ และการใช้บริการดังกล่าว นอกจากนี้สมควรปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับการมี การใช้ หรือการจัดทําเอกสารหลักฐานหรือหนังสืออื่นใดตามประมวลรัษฎากรให้สามารถดําเนินการ ด้วยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่ออํานวยความสะดวกแก่ประชาชนและเพิ่ม ความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธาน ที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล รัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีสาระสําคัญสรุปได้ ดังนี้
๑. แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓ โสฬส ให้บรรดาหมายเรียกหนังสือแจ้งให้ เสียภาษีแบบใบกํากับภาษี รายงาน เอกสารหลักฐานหรือหนังสืออื่นใด รวมทั้งบรรดา เอกสารหลักฐานหรือหนังสือที่กรมสรรพากรต้องใช้ในการติดต่อกับผู้เสียภาษีหรือบุคคลใด หรือผู้เสียภาษี หรือบุคคลใดต้องใช้ในการติดต่อกับกรมสรรพากรสามารถดําเนินการ ด้วยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยต้องมีการออกกฎกระทรวงเกี่ยวกับการจัดทํา การส่ง การรับ และการเก็บรักษา เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรม ทางอิเล็กทรอนิกส์
๒. ยกเลิกนิยาม คําว่า สินค้า เดิมและกําหนดนิยามขึ้นใหม่ โดยกําหนดให้ สินค้า ไม่รวมทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่าง ส่งมอบผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่าย ทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด
๓. เพิ่มเติมนิยาม (๑๐/๑) บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ และ (๑๐/๒) อิเล็กทรอนิกส์ แพลตฟอร์มของมาตรา ๗๗/๑
บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ หมายความว่า บริการที่ส่งมอบโดยผ่านทาง เครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด ซึ่งลักษณะของการบริการ เป็นไปโดยอัตโนมัติในสาระสําคัญ โดยบริการดังกล่าวไม่สามารถกระทําได้หากปราศจาก เทคโนโลยีสารสนเทศ
อิเล็กทรอนิกส์ แพลตฟอร์ม หมายความว่า ตลาด ช่องทาง หรือกระบวนการ อื่นใดที่ผู้ให้บริการหลายรายใช้ในการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้รับบริการ
๔. เพิ่มเติมวรรคสองและวรรคสามของมาตรา ๘๒/๑๓ ซึ่งกําหนดเกี่ยวกับ การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักร
โดยวรรคสอง กําหนดให้ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ จากต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักรโดยผู้ใช้ซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ จดทะเบียนผู้ประกอบการอีเซอร์วิส (e-Service) เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
และวรรคสาม เป็นการกําหนดให้ผู้ประกอบการอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มแทนผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์
๕. แก้ไข (๒) ของวรรคหนึ่ง ของมาตรา ๘๓/๖ ซึ่งกําหนดให้ผู้จ่ายเงิน ค่าสินค้าหรือค่าบริการให้กับผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการจากต่างประเทศมีหน้าที่นําส่งเงิน ภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยกําหนดให้ส่งเฉพาะกรณีที่ผู้ใช้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน และกรณีที่ ผู้ประกอบการให้บริการอื่นนอกจากบริการทางอิเล็กทรอนิกส์
๖. แก้ไข (๒) ของวรรคหนึ่ง มาตรา ๘๕/๓ ซึ่งกําหนดให้ผู้ประกอบการ ที่ให้บริการจากต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักรไม่ต้องจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าวเฉพาะกรณีที่ผู้ใช้ เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน หรือกรณีที่ผู้ประกอบการให้บริการอื่นนอกจากบริการ ทางอิเล็กทรอนิกส์
๗. เพิ่มมาตรา ๘๕/๒๐ โดยให้มีอํานาจออกกฎกระทรวงกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขของกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งใช้แทนการดําเนินการเกี่ยวกับ ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในปัจจุบัน
๘. เพิ่มเติม (๑/๑) ของมาตรา ๘๖/๑ ซึ่งห้ามมิให้ผู้ประกอบการ บางประเภทออกใบกํากับภาษี โดยมิให้ผู้ประกอบการอีเซอร์วิส (e-Service) ตามพระราชบัญญัตินี้ออกใบกํากับภาษี
๙. กําหนดให้พระราชบัญญัติที่ถูกยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติฉบับนี้ยังคงใช้บังคับต่อไปในการจัดเก็บภาษีที่ค้างอยู่ หรือพึงชําระ ก่อนวันที่พระราชบัญญัติฉบับนี้มีผลบังคับใช้
๑๐. กําหนดให้บรรดาประกาศที่ออกตามมาตรา ๓ โสฬส เดิมให้ยังคง ใช้บังคับต่อไปได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฉบับนี้ จนกว่าจะมีการออกกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผมขอเรียนว่า ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้มีประโยชน์ ดังนี้
๑. ส่งเสริมให้ความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีและความเป็นธรรม ในการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการที่อยู่ในราชอาณาจักรและนอกราชอาณาจักร โดยให้มี ภาระภาษีมูลค่าเพิ่มเท่าเทียมกัน
๒. ทําให้การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มมีความสอดคล้องกับกิจกรรม ทางเศรษฐกิจและรูปแบบการประกอบธุรกิจในปัจจุบัน
๓. สามารถนําข้อมูลที่ได้รับจากการประกอบการนอกราชอาณาจักร มาใช้ประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีและให้บริการแก่ผู้เสียภาษีได้
๔. อํานวยความสะดวกให้แก่ธุรกิจและประชาชน และลดต้นทุนในการจัดทํา เอกสารหลักฐานหรือหนังสืออื่นใดเกี่ยวกับภาษีอากร โดยให้สามารถจัดทําด้วยกระบวนการ ทางอิเล็กทรอนิกส์ได้
๕. อํานวยรายได้ให้แก่รัฐ โดยคาดว่าจะจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้อีกประมาณ ปีละ ๕,๐๐๐ ล้านบาท
ท่านประธานที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ สุดท้ายนี้ กระผม หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภาผู้แทนราษฎรจะได้พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีให้บริการ ทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศอีเซอร์วิส (e-Service) ต่อไป ขอขอบคุณครับ