สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๓

วิรัตน์ วรศสิริน หารือเรื่องความปลอดภัยบนถนน และเรียกร้องการจัดทำถนนกว้างขึ้น เพื่อความปลอดภัย

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เรียนท่านประธาน ผมวันนี้ เสียงแหบนิดหนึ่งเพราะว่าไปช่วยผู้สมัครจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๕ หาเสียงมาหลายวัน ทั้งอาทิตย์ ต้องกราบขออภัยที่เสียงแหบนิดหนึ่ง ก็กราบขอบพระคุณคณะกรรมาธิการ การคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ทํารายงาน เรื่อง ความปลอดภัยทางถนนและคมนาคม กราบเรียนท่านประธาน ก่อนอื่นผมขออนุญาตเล่าประสบการณ์ตัวเองในการใช้ถนนเกี่ยวกับ ความปลอดภัยให้ท่านกรรมาธิการได้ฟังนิดหนึ่ง ตอนผมหนุ่ม ๆ ขับรถไปต่างจังหวัด บ่อยมาก มีครั้งหนึ่งในระหว่างที่ขับจะแซงรถขึ้นไป รถข้างหน้าน่าจะเป็นรถพรวนดินที่มี ใบจักรกลม ๆ ผมเรียกไม่ถูกว่าเป็นรถอะไร เราก็เห็นว่ารถคันนั้นวิ่งช้าก็แซงเลย ออกเลน (Lane) ขวาเตรียมแซงไป ทันใดนั้นรถคันนั้นก็เลี้ยวขวาด้วย เลี้ยวขวาอย่างเดียวไม่พอ ใบจักรที่เขาแขวนอยู่ข้างหลังมันหล่นลงมาด้วย มันหล่นไฟแลบ ๆ ผมคิดว่าตายแล้ว ๆ อันตรายมาก อันนี้ก็เป็นประสบการณ์ที่ผ่านพ้นไปได้ ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีทั้งเขาและผม และประสบการณ์อีกอย่างหนึ่งก็คือระหว่างที่ขับรถไป ผมใช้ถนนบ่อยมาก ขับรถไปก็ไปเจอ รถอีแต๋น รถอีแต๋นก็วิ่ง ๆ ไปล้อหลุดเลย ล้อหลุดรถเขาก็สะบัดออก อันนี้มันก็จะเป็นเรื่อง ความปลอดภัยอีกอย่าง ถนนควรจะต้องกว้างนิดหนึ่ง แต่ก็ปลอดภัยด้วยกันทั้งคู่ และยังมีอีกครับ ท่านประธาน ขอเล่าต่ออีกเรื่องหนึ่ง ระหว่างผมขับรถผ่านขึ้นไปบนสะพาน รถสิบล้อ สวนทางบนสะพานขึ้นมาซึ่งไม่มีทางหลบเลย เขาวิ่งมาอย่างเร็วมาก คิดว่าอย่างไร ๆ ก็ไป ไม่รอด เพราะมัน ๒ เลน (Lane) ไปมาเท่านั้นเอง แต่ว่าบังเอิญรถผมเบรกกินซ้าย ผมเหยียบเบรกปุ๊บมันสะบัดออกซ้ายไปเลย ออกนอกไหล่ทางคันสะพาน ผมก็เรียกว่า รอดตายไป ก็ไม่ได้ขอให้คณะกรรมาธิการไปทําให้คันสะพานสูงขึ้นไปอีกนะครับ ก็ควรจะ ทําให้ถนนกว้างกว่านี้ กว้างขึ้นหน่อยหนึ่งเพื่อความปลอดภัยนะครับ ก็กราบเรียนท่านประธาน ผมอยากจะให้มีการปลูกจิตสํานึกสาธารณะให้กับผู้ใช้รถ ใช้ถนน ในอดีตที่ผ่านมาเคยมีแล้วที่ว่าเราจํากัดความเร็วของแต่ละเลน (Lane) ไม่เชิงจํากัด แต่เรียกว่ารถที่จะวิ่งขวาต้องวิ่งด้วยความเร็วพอสมควรถึงจะให้วิ่งขวาได้ แต่ถ้าช้าก็ให้ ชิดซ้ายไป รถก็จะได้ไม่ติด แต่ปัจจุบันนี้จิตสํานึกสาธารณะตรงนี้ดูจะไม่ค่อยมีกัน รถวิ่งช้า ก็วิ่งขวา รถวิ่งเร็วก็ต้องไปแซงซ้ายลงถนนไหล่ทาง เดี๋ยวนี้เขาบอกว่าถ้าต้องการเร็วก็ต้องวิ่ง ไหล่ทาง ไหล่ทางเร็วที่สุด ถ้าชิดขวานี่ช้าที่สุด ตรงนี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัย ตรงนี้ก็อยากจะฝากไว้พิจารณากันดู การกําหนดความเร็ว ขณะนี้มีจับความเร็วเยอะแยะ ไปหมด ซึ่งบางทีผมก็เรียนตามตรงว่ารถในสมัยนี้กับสมัยก่อนสมรรถนะมันต่างกันเยอะ รถในสมัยนี้วิ่ง ๑๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง การควบคุมสมรรถนะเป็นไปได้อย่างปลอดภัยเลย ไม่ต้องกังวลมาก ไม่เหมือนรถสมัยก่อนในการจํากัดความเร็ววิ่งแค่ ๘๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถ้า ๑๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงนี่อันตราย สมัยนี้ไม่เป็นอย่างนั้นแล้ว เพราะฉะนั้นการจํากัด ความเร็วควรทําให้เหมาะสมและควรอยู่ที่เลน (Lane) ไหน เลน (Lane) นั้น เลน (Lane) ขวาควรวิ่งเร็วหน่อย รถช้าควรชิดซ้ายเพื่อจะได้เป็นไปโดยทันสมัยหน่อย ให้ถูกต้องกับโลกที่ เจริญขึ้น ถนนต่าง ๆ ผมคิดว่าถนนเมืองไทยนี่เป็นเมืองร้อน ถนนทั้ง ๒ ข้างทางควรจะมี ต้นไม้ให้ร่มรื่น ในกรณีผมเห็นมากมายเลยว่าการไฟฟ้าไปตัดต้นไม้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ ไม่ถูกต้องเลย เพราะว่าต้นไม้จะโตขึ้น ๆ ถ้าไม่ตัดวันนั้นวันนี้ต้นไม้จะสูงมาก แล้วถนนทุกเส้น จะร่มรื่นไปหมด ควรจะมีวิธีที่ดีกว่านั้น ไม่ควรไปแก้ไขด้วยวิธีอย่างนั้น อีกอย่างประเทศไทย เป็นประเทศที่ร้อน การสร้างรถไฟฟ้าบนเกาะกลางถนนก็อาจจะเป็นข้อเสนอที่ดี เป็นทางออกที่น่าจะถูกต้องในความเห็นของผม เพราะว่าถนนข้างล่างโดยทั่วไปก็จะได้ร่มรื่น อย่างสยามสแควร์เดี๋ยวนี้น่าเดินมาก ข้างล่างไม่ร้อนเลยร่มรื่น ข้างบนก็เป็นรถไฟฟ้าวิ่งไป สองข้างทางธุรกิจต่าง ๆ ก็จะได้รับผลดีไปด้วยในธุรกิจการงานต่าง ๆ กราบเรียน ท่านประธาน ก็เป็นเพราะว่าผมไม่ได้เตรียมอะไรมา หาเสียงกลับมา มานั่งตรงนี้ก็เห็นเล่มนี้ เลยทันที ก็เลยไม่ได้เตรียมอะไรมาพูดมากมาย ก็ขอใช้เวลาเพียงเท่านี้ กราบขอบคุณ ท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ