เพชรดาว สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.จราจร ชี้จำเป็นปรับกฎหมายรวมฉบับเดียว

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๓

แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา ชื่นชมรายงานความปลอดภัยทางถนนและคมนาคม พร้อมเห็นด้วยกับข้อเสนอแนะส่วนใหญ่ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นของเจตจํานงทางการเมืองระดับสูงในการผลักดันกฎหมายและความปลอดภัยทางถนนอย่างเคร่งครัด ทั้งยังเสนอให้ปรับแนวทางรณรงค์ให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนใต้ที่ควรเน้นปัญหายานพาหนะ ถนน และสัตว์บนถนน แทนการโฟกัสเพียงเรื่องการเมาไม่ขับ ตลอดจนสนับสนุนการร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีจราจร การรวมกฎหมายการขนส่งให้เป็นฉบับเดียวเพื่อความรวดเร็ว และการปลูกฝังวินัยความปลอดภัยตั้งแต่เด็กผ่านหลักสูตรการศึกษา เพื่อสร้างจิตสำนึกที่ยั่งยืนร่วมกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด

นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคภูมิใจไทย ดิฉันต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการที่ทํา รายงานเรื่องความปลอดภัยทางถนนและคมนาคมฉบับนี้ขึ้นมา ซึ่งดิฉันเห็นด้วยกับเกือบ ทุกข้อเสนอแนะในทุกด้านของรายงานฉบับนี้ ดิฉันขออนุญาตยกคํากล่าวของ ท่านผู้อํานวยการองค์การอนามัยโลกปี ๒๐๑๓ ดอกเตอร์มาร์กาเร็ต ชาน ในเรื่องราว ความสําเร็จเกี่ยวกับความปลอดภัยทางถนนที่กล่าวไว้ว่าเจตจํานงทางการเมืองในระดับสูงที่สุด ของรัฐบาลนั้นจําเป็นอย่างยิ่งเพื่อนําไปสู่กฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยทางถนน ที่เหมาะสม และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม ไม่เช่นนั้น ครอบครัวและชุมชนก็จะยังคงเผชิญกับความเศร้าโศกและระบบสุขภาพ จะต้อง แบกรับภาระของการบาดเจ็บและพิการเนื่องจากอุบัติเหตุทางถนนต่อไป ดิฉันขออนุญาต ตั้งข้อสังเกตเชื่อมโยงคํากล่าวของดอกเตอร์มาร์กาเร็ต ชาน กับบริบทของประเทศไทย ๓ ข้อ

ข้อแรก เจตจํานงทางการเมืองของรัฐบาลในเกือบทุกยุคทุกสมัย มีนโยบาย มีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ทั้งเรื่องเมาไม่ขับ ง่วงไม่ขับ รวมถึงจุดบริการต่าง ๆ ให้ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเทศกาลวันหยุดยาว แต่เท่าที่ดิฉันสังเกตเมื่อมีการรณรงค์ มีการปูพรม ทําเหมือนกันทั้งประเทศ เคยไหมคะที่มีการวิเคราะห์ถอดบทเรียนในแต่ละจังหวัด เพราะบริบทของแต่ละจังหวัดมีความแตกต่างกัน การเกิดอุบัติเหตุจุดไหนบ้าง ถนนไหนบ้าง ถนนหลักหรือถนนรอง พาหนะที่ใช้ในแต่ละจังหวัดของทั้งประเทศไทย มีทั้งซาเล้ง โชเล่ย์ ซึ่งมีความแตกต่างกัน ช่วงเวลาไหนบ้างที่เกิดเหตุบ่อยในแต่ละพื้นที่ กลางวัน กลางคืน หรือช่วงเวลาไหนมากที่สุด ไม่ใช่ทําเหมือน ๆ กันทั้งประเทศไทย และในบ้านดิฉัน ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส ส่วนใหญ่นับถือ ศาสนาอิสลาม ฉะนั้นช่วงเทศกาลวันหยุดยาว เช่น วันสงกรานต์จะรณรงค์เรื่องของ การเมาไม่ขับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อเทียบกับในจังหวัดอื่น ๆ ในประเทศไทย ต้องเรียนให้ทราบเลยว่าการดื่มเหล้านั้นค่อนข้างจะน้อย ฉะนั้นสิ่งที่ต้องเน้นในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ควรจะเป็นเรื่องของยานพาหนะที่ปลอดภัย ถนนและสิ่งแวดล้อม มากกว่าเรื่องของการรณรงค์เรื่องเมาไม่ขับ เมื่อวานนี้ดิฉันเดินทางมาจากสนามบินบ้านทอน จังหวัดนราธิวาส เพื่อที่จะขึ้นเครื่องมาที่กรุงเทพมหานคร สิ่งที่ดิฉันเห็นทุกครั้งที่เดินทาง นั่นก็คือวัว ควาย แกะ แล้วก็แพะเต็มตามท้องถนน และเป็นสาเหตุหนึ่งที่สําคัญในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้เรื่องของการเกิดอุบัติเหตุ จุดตรงนี้ควรที่จะมีการถอดบทเรียนจริง ๆ ว่าในแต่ละจังหวัดนั้นต้องมีมาตรการเรื่องความปลอดภัยทางท้องถนนนั้นอย่างไรบ้าง

ประเด็นถัดมา เรื่องของการนําไปสู่กฎหมาย ด้านที่ ๒ ในข้อเสนอแนะ ดิฉันขอชื่นชม แล้วก็สนับสนุนในการที่จะเสนอให้มีการร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณา คดีจราจร พ.ศ. .... เพื่อเร่งรัดเปิดทําการแผนกคดีจราจรในศาลแขวงและศาลจังหวัด แล้วก็ยังสนับสนุนให้เร่งรัดการปรับปรุงกฎหมาย ๒ ฉบับ คือพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ เข้าเป็นฉบับเดียวกัน

เรื่องสุดท้าย ซึ่งดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่ยากที่สุดในความคิดเห็นของดิฉัน นั่นคือ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด กฎหมายบ้านเราดีทุกฉบับเลย แต่การบังคับใช้ยังคงเป็น หลายมาตรฐานอย่างที่เป็นข่าว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเมาไม่ขับ ตอนนี้มีประเด็นเมาหลังขับ มาให้เราได้ฟังด้วยซ้ําไป ดิฉันจําได้ว่าตอนรณรงค์เรื่องของการคาดเข็มขัดนิรภัย เรื่องของ การใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่ รวมทั้งเรื่องของสวมใส่หมวกกันน็อคจะเข้มงวดมากในช่วงแรก ๆ ดิฉันนั่งแท็กซี่จากสนามบินมาบ้านพักในกรุงเทพ ฯ พี่แท็กซี่ก็จะบอกว่าอย่าลืมคาดเข็มขัดนะ เพราะว่าในช่วงนั้นเขามีการปรับจริง จับจริง แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาดิฉันนั่งแท็กซี่ เหมือนเดิม แล้วดิฉันก็ถามหาเข็มขัดนิรภัย รถแท็กซี่บางคันเขาบอกไม่มี ไม่เป็นไรหรอกพี่ ตอนนี้เขาไม่จับแล้ว อันนี้ก็เป็นประเด็นที่เราคุ้นเคย แล้วก็เราเห็นกันมาช้านาน ดิฉัน เรียนแพทย์ที่ประเทศมาเลเซียซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านใกล้กับเรามาก ทุกคนนั่งรถปุ๊บ เขาจะคาดเข็มขัดปั๊บเลย เขามีจิตสํานึกและเขารู้ แต่บ้านเรารีบคาดเข็มขัดเพราะบอกว่า ข้างหน้ามีด่านตรวจ ข้างหน้ามีตํารวจที่จะจับ ดิฉันก็กลับไปวิเคราะห์ว่าทําไมเขาถึง ไม่ต้องมีตํารวจมาจับ ไม่ต้องมีใครมาสอดส่องเขาก็พร้อมที่จะใส่เข็มขัดนิรภัย ฉะนั้นดิฉันจึง สนับสนุนแล้วก็เห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้ข้อหนึ่งที่จะให้กระทรวงศึกษาธิการมีหลักสูตร การใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยในการเรียนการสอน แต่จะทําอย่างไรให้เป็นกิจกรรมง่าย ๆ เริ่มตั้งแต่เด็กชั้นอนุบาล เพราะว่าถ้าเราเริ่มต้นเรื่องอะไรก็ตามสําหรับเด็กเล็ก ๆ เขาจะ ปลูกฝัง แล้วก็มีวินัยอย่างดี ฉะนั้นในประเด็นสุดท้าย ดิฉันสนับสนุนอีกครั้งหนึ่งกับ ทุกข้อเสนอแนะ แล้วก็ในรายงานฉบับนี้มีอยู่นิดหนึ่ง ไม่มีการเขียนหรือว่าระยะสั้นที่สามารถ ทําได้ในเร็ววันที่เราอยากเห็นเป็นรูปธรรมมีอะไรบ้าง ส่วนในระยะยาวแน่นอนต้องใช้เวลา ในเรื่องของกฎหมาย การนําไปสู่การปฏิบัติต้องขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน มีทั้งต้องใช้ กฎหมายมาบังคับ แล้วก็จิตสํานึกของประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ ขอบคุณค่ะ