จิรายุ ห่วงทรัพย์ หารือปัญหาคอสะพานบนมอเตอร์เวย์ที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง พร้อมเสนอให้มีการปฏิรูปกฎหมายและออกแบบโครงสร้างพื้นฐานใหม่เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สมดุลในการวางผังเมืองในเขตศรีราชา ซึ่งแม้อยู่ในพื้นที่ EEC แต่ยังขาดโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอ เช่น สะพานข้ามแยก และมีสี่แยกติดไฟแดงต่อเนื่อง ซึ่งเกิดจากอุปสรรคด้านกฎหมายและงบประมาณ จึงเรียกร้องให้กรรมาธิการคมนาคมลงพื้นที่ตรวจสอบและผลักดันการแก้ไขอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งวิพากษ์ปัญหาป้ายบอกทางที่ซ้ำซ้อนและสะกดผิดทั่วประเทศ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายจราจรที่ไม่เข้มงวดและไม่ทันสมัย จึงเสนอให้มีการปรับปรุงระบบความปลอดภัยบนท้องถนนด้วยเทคโนโลยีทันสมัยและบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อลดอุบัติเหตุและสร้างวินัยร่วมกันในสังคม
กราบขอบพระคุณท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๖ เขตคลองสามวา พรรคเพื่อไทย ในฐานะ ฝ่ายค้าน ติดตามการทํางานของรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องการออกกฎหมายและแก้ไขปัญหา ก่อนอื่นขอขอบคุณคณะกรรมาธิการบนบัลลังก์ที่ได้ดําริริเริ่มในเรื่องนี้ ท่านประธาน ผมขออวดสรรพคุณตนเองสักเล็กน้อยเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการอภิปรายครับ คือผมเป็น นักเดินทางด้วยรถยนต์มาตลอดทั้งชีวิต และผมเชื่อว่าการเดินทางของผมจะได้ประสบการณ์ ที่จะให้ฝ่ายนิติบัญญัติได้แก้ไข ก่อนการปฏิวัติผมเดินทางไกลไปจนถึงประเทศฟินแลนด์ ท่านประธานครับ ขับรถไป และล่าสุดช่วงที่ปฏิวัติยึดอํานาจก่อนการเลือกตั้งผมขับรถจาก กรุงเทพฯ ไปที่อําเภอเชียงของ ไปนอนหลวงน้ําทา ข้ามเข้าสู่แผ่นดินประเทศลาว แล้วก็เข้าสู่ ประเทศจีน ไปนอนคุนหมิง ไปนอนต้าหลี่ ลี่เจียงถึงปักกิ่ง ต่อไปยังชายแดนอีเรนฮอต เข้าสู่ประเทศมองโกเลียไปนอนที่อูลานบาตาร์ จากนั้นเข้าสู่ประเทศรัสเซียที่ไซบี เรียนท่านประธานครับ ที่ผมพูดอย่างนี้ก็เพราะว่าบ้านเราจริง ๆ ก็ไปดูงานกันเยอะ โดยเฉพาะกรรมาธิการ โดยเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาอยู่ในกรรมาธิการก็หลายคณะก็ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของโลก แต่ก็แปลกนะครับ สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยก็คือประเทศไทยติด ๑ ใน ๑๐ ผู้เสียชีวิตบาดเจ็บอยู่เสมอ ในอันดับต้น ๆ จึงเป็นคําถามครับว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่คณะกรรมาธิการ ที่ท่านประธาน คณะกรรมาธิการได้ศึกษาเรื่องนี้แล้วจะนําไปปฏิบัติจริงให้กับรัฐมนตรี ซึ่งแน่นอนครับ ขออภัยนะครับ ท่านโสภณ ซารัมย์ ก็ใกล้ชิดกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถ้าท่าน ทํากันอย่างจริงจังผมเชื่อว่าปีหน้าถ้ามีเทศกาลสงกรานต์อีกสถิติจะลดลง ประเทศไทย จะตกไปอยู่อันดับ ๒๐ กว่า ท่านประธานครับ ที่ผมบอกเมื่อสักครู่นี้นี้ผมเห็นการพัฒนาตั้งแต่ ประเทศที่เขาเรียกว่าพื้น ๆ ของด้านคมนาคมก็คือที่ประเทศลาว กรุงเทพฯ ขับรถไปที่ อําเภอเชียงของ ท่านประธานครับผมไม้เดียวจบ ออกตี ๕ ถึงโน่นประมาณ ๕ โมงเย็นกว่า พูดตรงไปตรงมา บางจุดต้องใช้ความเร็วเพราะทางมันปลอดภัย บางจุดก็ใช้ลักษณะควบคุม ความเร็วโดยเฉพาะเข้าเขตชุมชน แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอ่านในข้อต่าง ๆ ด้านที่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ผมไม่ลงรายละเอียด แต่ผมจะขออนุญาตฝากเป็นข้อคิดให้กับ กรรมาธิการนะครับ ถ้าเกิดท่านประธานเดินทางไปพัทยาผมเชื่อว่าท่านไม่ใช้ทางหลวง หมายเลข ๓ สุขุมวิทเหมือนสมัยเราเป็นหนุ่มสาวครับ สมัยก่อนคุณพ่อผมพาไปบางแสนต้องผ่านบางปู ไม่มีหรอกครับมอเตอร์เวย์ (Motorway) ไม่มีหรอกครับเส้นบางนา-ตราด ต้องวิ่งเส้นนั้นสถานเดียวครับ และรถเยอะมาก รถติด เป็นชั่วโมง แต่ที่ผมอยากจะบอกก็คือมอเตอร์เวย์ (Motorway) วันนี้ท่านประธานครับ ระหว่าง ที่วิ่งจากกรุงเทพฯ ไปที่จังหวัดชลบุรี หรือตอนนี้ต่อไปพัทยา ไปถึงเกือบอู่ตะเภา ถ้าคนขับรถ ท่านขับแล้วท่านประธานนั่งหลับเพลิน ๆ ท่านจะตื่นตลอดทางครับ เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะมันมีคอสะพานอยู่ตลอด คําถามก็คือว่าที่ผมเดินทางไปที่ประเทศจีน ถามหา คอสะพานไม่เคยเจอ ถ้าเป็นโลคัลโรด (Local Road) มี แต่ถ้าเป็นทางหลวงหรือว่า มอเตอร์เวย์ (Motorway) ที่เก็บสตางค์นี่ไม่มีครับ คําถามต่อมาก็คือว่าเวลาเหินคอสะพาน เอาละท่านประธานบอกว่าคนขับรถขับอย่าเร็วนักสิเดี๋ยวมันจะอันตราย ก็ขับอยู่ในความเร็ว ที่เขากําหนดละครับ ๑๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง และท่านประธานลองสังเกตดูนะครับ หลังจากผ่านคอสะพานไปท่านประธานจะเห็นรอยเต็มไปหมด คือรถที่เขาไม่รู้ว่ามันมี คอสะพานเช่นนี้ ลงปุ๊บก็กระแทกตึงก็เกิดอุบัติเหตุ คณะกรรมาธิการการคมนาคมท่านลอง เรียกหน่วยกู้ภัยของกระทรวงคมนาคม มอเตอร์เวย์ (Motorway) มาถามสิครับว่า จุดแต่ละจุดนั้นมีคนเจ็บคนตายเท่าไร แล้วผ่านมากี่ปีก็ยังเป็นอยู่อย่างนี้ครับ ที่ผมอยากจะ บอกท่านประธานก็คือว่าการปฏิรูปกฎหมายนี้ท่านต้องเขียนให้ชัดว่าบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ที่ไปทําแบบนั้นมันศึกษาไหมละ สะพานที่ข้ามคลองแน่นอนท่านประธานครับมันต้องตอกเข็ม ถูกไหมครับ แต่ถนนมันแค่บดอัด ๆ ก็รู้นี่ แต่ก็ยังทําแบบเดิม ถึงเวลาก็ไปแปะเพื่อให้รถ ไม่กระแทกพื้นมากขึ้น ลองไปดูเลยครับตั้งแต่กิโลเมตร ๑ จนถึงกิโลเมตร ๘๐ กิโลเมตร ๙๐ เป็นอย่างนี้ทุกจุด แล้วผมหวังว่ามอเตอร์เวย์ (Motorway) สายใหม่ที่จะเกิดขึ้นคงจะไม่เป็น เช่นนี้นะครับ
ประเด็นต่อมา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมยกโมเดล (Model) แบบนี้ เพื่อจะให้คณะกรรมาธิการการคมนาคมได้ไปศึกษาและดูเพิ่มเติมว่าจริงไหมนะครับ ถ้าท่าน เดินทางในเส้นทางสายสุขุมวิทตั้งแต่จังหวัดชลบุรี สมมุติเราลงทางยกระดับแล้วเราตรงเข้า จังหวัดชลบุรีนะครับท่านกรรมาธิการ ผ่านตัวเมืองชลบุรีปุ๊บจะผ่านตลาดหนองมน ท่านแปลกไหมว่าตรงนั้นทําไมจึงไม่มีสะพานข้ามแยก พอเลยตลาดหนองมนไปถึง อําเภอศรีราชมีอยู่ ๔ ไฟแดง ไม่มีสะพานข้ามแยกท่านประธานครับ แต่พอเลยไปนิดเดียว ก่อนถึงแหลมฉบัง สะพานข้ามแยกอย่างไฮโซเลยนะครับ จนถึงพัทยาโน่น คําถามคืออะไร รู้ไหมครับ นี่คือการปฏิรูปกฎหมายที่มันหลอกลวงกันมา ๗-๘ ปี ตรงนั้นเป็นเขตของ เทศบาลศรีราชา ท่านประธานครับ ปรากฏว่ากรมทางหลวงจะไปทําสะพานข้ามแยก ทําไม่ได้ ติดข้อบัญญัติ ติดกฎหมายขององค์การบริหารส่วนตําบลบ้าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดบ้าง นี่ครับ รัฐสภานั่งกันอยู่นี้เคยคิดแก้ไขกันไหมละครับ ผมก็เลยไปถามนายกเทศบาล อ้าวแล้วทําไมท่านไม่ทําสะพานข้ามแยก โอ้ย ท่าน ส.ส. งบไม่มีหรอก ได้แค่นี้แหละ สุดท้าย ก็เป็นแบบนี้เกือบทั้งประเทศ ผมไม่แน่ใจ ขออภัยท่านประธานนะครับ ที่จังหวัดตรัง ของท่านประธานเป็นแบบนี้ไหม แต่นี่เป็นอําเภอศรีราชา จังหวัดที่คิดว่าอยู่ในภาคตะวันออก แล้วอยู่ในเขตอีอีซี (EEC) ด้วยนะ นี่เจริญนะท่านประธานครับ ปรากฏว่าไปถึงติดไฟแดงแล้ว พอติดไฟแดงอะไรครับ คนนิสัยดีก็มี คนเคารพกฎจราจรดีก็มี ๓ วินาทีบางคนก็รอได้ แต่บางคน ๑ วินาทีรอไม่ได้ออกไปก็ชนกันสิครับ ต่างประเทศที่ผมไปเขาจึงแก้ไขด้วยวิธีการ ไขว้ไปไขว้มาให้มันลอดกันจะได้ไม่ต้องปะทะกัน อันนี้เป็นอีก ๑ ตัวอย่างที่คณะกรรมาธิการ ท่านต้องลงไปดูและแก้ไขในประเด็นนี้ด้วยนะครับ
ประเด็นต่อมา การทํางานที่ซ้ําซ้อน ตั้งแต่เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่จนจิรายุ จะ ๕๐ ปีแล้วก็ยังเจอป้ายซ้ําซ้อนครับ บางจังหวัดติดทับกันเลย บางจังหวัดติดบางที่ บอกกิโลเมตรต่างกัน บางจังหวัดก็ไม่รู้ไปจบที่ไหนมา ป. ๓ จบหรือเปล่าไม่รู้ สะกดคํายังผิด เลย ทั้ง ๆ ที่พจนานุกรมก็มี อย่างนี้กรรมาธิการต้องลงไปจี้หน่อย อย่างนี้ต้องเอาไปตัดหัว ต้องไล่ออกสถานเดียวท่านประธานครับ ปักป้ายชื่อยังผิด สะกดยังไม่ถูก บางจังหวัดสะกด ทะลึ่งตึงตังไปเลยก็มี นี่ครับไทยแลนด์ โอนลี (Thailand Only) ผมอยากจะบอก ท่านประธานที่เคารพว่าโดยเฉพาะกฎหมายที่มันเหลื่อมล้ําระหว่างท้องถิ่นกับรัฐบาลกลางนี่ มีปัญหามาก และเราก็ไม่เคยได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ฝากคณะกรรมาธิการชุดนี้ครับ
ประเด็นต่อมา ท่านประธานครับ ความหละหลวมในการบังคับใช้กฎหมาย เขาบอกว่ารถคันใดมีสติกเกอร์ (Sticker) บรรทุกดินเกินน้ําหนักได้ จริงหรือเปล่าผมไม่รู้ รถไหนมีสติกเกอร์ (Sticker) ไม่ต้องใช้ผ้าคลุมดิน รถไหนเคลียร์ (Clear) เจ้าพ่อเจ้าแม่แล้ว ขนดินหล่นบนท้องถนน มอเตอร์ไซค์วิ่งมารื่นพืดหงายท้องตายไม่ต้องรับผิดชอบครับ สุดท้ายก็ไปที่กระทรวงสาธารณสุขต้องไปจ่ายค่ายา ค่าหมอ กับโรงพยาบาลของรัฐ นี่คือ ความหละหลวม คําถามคือหลายจังหวัดครับ รถมอเตอร์ไซค์ไปติดไฟแดงตํารวจยืนเป่าปี๊ด ๆ ไม่เคยใส่หมวกกันน็อค ตํารวจก็ยืนเฉย ๆ ขี้เกียจจับหรือเปล่าผมไม่รู้ นี่คือกระบวนการ บังคับกฎหมายที่ไม่ใส่ใจ ถ้าท่านออกกฎระเบียบรถมอเตอร์ไซค์ล้านเปอร์เซ็นต์ยึดรถ เหมือนสมัยก่อน ท่านประธานครับ สมัย ๒๐ กว่าปีที่แล้วไม่ได้บังคับคาดเข็มขัดนิรภัย สุดท้ายก็มีการออกกฎหมาย เราก็ต้องค่อย ๆ เสียบ เตือนลูกเพื่อความปลอดภัย นี่แหละ ท่านประธานครับ นี่คือปัญหา ต่อมาการบังคับใช้กฎหมายที่ทันสถานการณ์ ตอนสมัย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ตอนท่านปฏิวัติท่านเป็นหัวหน้า คสช. ท่านออกกฎหมายฉบับหนึ่งจําได้ไหมครับ ให้คนนั่งท้ายกระบะต้องคาดเข็มขัดนิรภัย โอ้โฮ ไม่ได้เดือดร้อนแต่เฉพาะคนนั่งปิกอัพ เดือดร้อนพวกตุ๊ก ๆ ต้องไปหาเข็มขัดมาคาด หลอกตํารวจ อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มาคาดแล้วเสียงดังต๊อง ๆ ก็ต้องหาอะไรมาเสียบไม่ให้มันดัง อย่างนี้คือการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่จริงจัง และไม่ดูสถานการณ์ และไม่มีแผนอย่างเป็น ทางการ ท่านครับ ท่านเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย กรรมาธิการคณะนี้ท่านช่วยวางแผนหน่อยว่า ๔ ปีนับจากนี้อะไรที่มันพอให้ประชาชนได้ปรับตัว ผมยกตัวอย่างรถซาเล้ง วันดีคืนดี พ่อเจ้าประคุณติดเครื่องยนต์ขี่ยูเทิร์น (U-Turn) กันบนถนน ๔ เลน (Lane) ตัดกันมาคว่ํากัน เยอะแยะมากมาย แต่ปรากฏว่าตํารวจจับไม่ได้ เพราะอะไรครับ กฎหมายไม่ได้บอกว่าตกลง รถนี่ผิดกฎหมายจริงไหม ผิดแบบใด ให้ความรู้กับตํารวจแบบไหน ปรากฏว่ารถขายน้ําหวาน เป็นรถมอเตอร์ไซค์พ่วง ไม่สวมหมวกกันน็อค ตํารวจไม่เคยจับเลยครับ แล้วต่อได้ อย่างเรียบร้อย ไฟก็ไม่ติด นี่คือการบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นรูปธรรม ท่านบอกสิครับว่า ๔ ปีนับจากนี้รถแบบนี้ต้องเอาแบบต่างประเทศที่มันปลอดภัย ไปขึ้นทะเบียนให้เรียบร้อย ต้องมีระบบความปลอดภัยนะ พ่วงไม่ใช่วิ่งอยู่ดี ๆ ล้อหลังวิ่งแซงล้อหน้า อย่างนี้แหละครับ คณะกรรมาธิการการคมนาคมช่วยพิจารณาหน่อยเถอะจิรายุอยากฟัง เรื่องต่อมา เกี่ยวข้องกันก็คือว่าวันนี้เราไม่ได้ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าไปกับการพัฒนาประเทศ มากเท่าไร โดยเฉพาะฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร ผมยกตัวอย่างครับ ท่านประธาน อาจจะเคยขับรถด้วยตนเองไปไหนมาไหนแบบเรื่องส่วนตัว ท่านอยากจะพาคนใกล้ชิดขับรถ ไปโน่น ไปนี่ ไปไม่ถูกก็กูเกิล (Google) ใช่ไหมครับ กูเกิล แมปส์ (Google Maps) การมี กูเกิล แมปส์ (Google Maps) ไม่เหมือนสมัยก่อน จะไปจังหวัดตรังผมต้องกางแผนที่ ทีละแผ่น ทีละปั๊ม ถึงจังหวัดชุมพรแล้วไปอย่างไร แต่เดี๋ยวนี้วางหน้ารถมันไปครับ คําถามคือ คณะกรรมาธิการการคมนาคมและรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม ท่านโค (Co) กับเขาไหมละครับ มันจะทําให้เกิดความปลอดภัย คนไม่เจ็บไม่ตาย เพราะถ้าเราวางแผน ชีวิตได้ ผมไปจังหวัดตรังไม่ถูกหรอกครับ ผมก็ต้องอาศัยกูเกิล (Google) หรืออาศัยแผนที่ แต่ถ้าผมพอรู้แล้ว เส้นทางมันไปอย่างนี้ อีก ๑๐๐ เมตร จิรายุเลี้ยว ผมก็ชิดซ้ายปลอดภัย ไม่ใช่อยู่ดี ๆ ไปเองชิดขวาอยู่ซ้ายหักเลย ตูมก็ชนกันตาย อันนี้คือวิธีคิดแบบสมัยใหม่ แล้วผม อยากให้กรรมาธิการได้โปรดช่วยคิดหน่อยเถอะว่ากระบวนการต่าง ๆ ที่ท่านอ่านมา ๘-๙ อย่างผมอ่านบ่อย แล้วก็เห็นแบบนี้ เป็นตัวหนังสือแบบนี้ แล้วก็หวังว่ากรรมาธิการ คณะนี้จะทําให้มันเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นครับ สุดท้ายปลายทางท่านประธานครับ เงินจะไป โฆษณา จะให้คนรณรงค์อย่างโน้นอย่างนี้จิตสํานึกคนเราต่างกัน บางคนเคารพคนอื่น บางคนไม่เคารพคนอื่น รถมอเตอร์ไซค์รับจ้างในกรุงเทพมหานครจํานวนมากไม่เคยรอไฟแดง คนดีก็มีขี่รถมอเตอร์ไซค์ที่รับใช้สังคม เป็นประโยชน์ต่อสังคมก็ดีครับ เคยออกกฎหมาย อย่างไรครับ ให้ใส่รองเท้าผ้าใบ แล้วทุกวันนี้มีโควิด-๑๙ (COVID-19) ใครจะกล้าเอา หมวกกันน็อกของรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาสวมใส่บ้าง รัฐบาลก็ต้องแก้ปัญหาให้คนได้ชื่นชม ไฟแดงต้องกําชับเลย วินมอเตอร์ไซค์มีตัวเลขหมด แต่ละวินมอเตอร์ไซค์สังกัดโรงพัก สังกัดเขต รู้หมดมันมีเลขข้างหลัง อันนี้ผ่าไฟแดง ผ่า ๓ ครั้งยึดใบอนุญาตจับเมียติดคุกด้วย อย่างนี้มันก็น่ากลัว และท่านประธานดูได้เลยเราออกสภาไปเจอไฟแดงเมื่อไร เราจะเห็นเลย พวกรถมอเตอร์ไซค์รอไม่ได้ โดยเฉพาะรถยนต์ที่ขับ ขอโทษนะครับ ห้าวเป้งภาษาวัยรุ่น รถตู้สาธารณะอย่างนี้ สุดท้ายผมจะวกกลับมาที่การรับผิดชอบทางสังคมร่วมกัน ผมฝาก ท่านกรรมาธิการการคมนาคมว่าต่อไปนี้ผู้รับเหมาก่อสร้างไม่ใช่ว่ารองานรีไซคลิง (Recycling) อย่างเดียว จะขูดจะปะมันอย่างเดียว ท่านต้องให้เขามีประกันภัยด้วยครับ ถ้าคอสะพานที่เขาทํามอเตอร์เวย์ (Motorway) นับจากนี้เป็นต้นไปใครเหินสะพาน ด้วยความเร็วตามกฎหมายกําหนด ๙๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง แล้วเขาล้มไปเจ็บ ล้มไปตาย บริษัทผู้รับเหมาต้องจ่ายเขาด้วย เพราะท่านเป็นเครื่องมือทําให้เขาตาย ทําให้เขาเจ็บ ไม่ใช่ ปล่อยหน้าที่ไปที่ประกัน พ.ร.บ. ชั้น ๓ ปล่อยหน้าที่ให้กับกระทรวงสาธารณสุข ปล่อยหน้าที่ ให้คนเจ็บคนตายต้องไปฟ้องร้องกับกรมทางหลวง ซึ่งผมจะรอคณะนี้อีก ๑ ปีว่าต่อไปนี้ใครก็แล้วแต่ที่รับเหมา ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ในประเทศนี้ กับราชการ นอกจากจะประกันสิ่งที่ท่านทําแล้ว ท่านต้องประกันคนเจ็บคนตายให้เขาด้วย ผมจึงขออนุญาตฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ ให้กําลังใจนะครับ การเริ่มต้น เป็นสิ่งที่ดี และสุดท้ายปลายทางผลสัมฤทธิ์ก็จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนทุก ๆ ท่าน ขอบพระคุณท่านประธานครับ