นาที รัชกิจประการ หารือเรื่องการรายงานอุบัติเหตุทางถนนและเสนอแนวทางแก้ไข โดยเน้นการรายงานอุบัติเหตุอย่างต่อเนื่อง เช่น ในช่วงเทศกาลและในช่วง 24 ชั่วโมง เพื่อส่งผลดีต่อประเทศชาติ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการให้การศึกษา วัฒนธรรมและพฤติกรรมเพื่อความปลอดภัยทางถนน และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหานี้ โดยเฉพาะการสร้างความตระหนักถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการสูญเสียเยาวชน และการรณรงค์ให้ประชาชนที่มีอายุ 15-19 ปีใส่หมวกกันน็อคเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ
กราบเรียนท่านประธานสภา ดิฉัน นางนาที รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ดิฉันเห็นด้วยกับการรายงานของคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้ รายงานให้สภาผู้แทนราษฎรทราบวันนี้ ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมดถึง ๙ ด้าน แต่ดิฉันจะขออนุญาต เพิ่มเติมสัก ๒ ด้าน ด้านที่ ๑ คือในเรื่องของด้านการบริหารจัดการ ซึ่งดิฉันเห็นด้วย ในประเด็นของการรายงาน ในเรื่องของการรายงานในช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาวที่เพิ่ม หน้า ๒ วัน หลัง ๒ วัน จาก ๗ วันเป็น ๑๑ วัน แต่สิ่งที่ดิฉันอยากจะขออนุญาตเพิ่มเติม ในเรื่องของการรายงาน ดิฉันอยากจะให้สื่อทุกช่องได้รายงาน ไม่เฉพาะในช่วงเทศกาล เท่านั้น ควรจะเสนอทุกวันเหมือนกับโควิด-๑๙ (COVID-19) ในวันนี้ เพราะการที่เราได้ นําเสนอรายงานทุกวันก็จะเป็นการสร้างความตระหนักให้ผู้ที่ใช้รถใช้ถนนได้ตระหนัก และคํานึงถึงว่าวันนี้เสียชีวิตกี่คน มีการสูญเสียของประเทศชาติประมาณเท่าไร เพราะฉะนั้น ในเรื่องของการรายงานก็จะส่งผลดีต่อประเทศชาติด้วย อีกอย่างที่ดิฉันจะขออนุญาตเพิ่มเติม ในเรื่องของการรายงานด้วย นอกเหนือจากการนําเสนอในเรื่องของข้อมูลเฉพาะเทศกาลแล้ว ข้อมูลที่เป็นอุบัติเหตุทางถนนในเรื่องของอุบัติเหตุในช่วง ๒๔ ชั่วโมง ที่เราควรจะเสนอในสื่อ ทุกช่องตั้งแต่เวลา ๐๐.๐๐-๒๓.๕๙ นาฬิกา ที่ควรนําเสนอในเรื่องของผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต ว่ามีกี่ราย ในจํานวนนั้นมีคนไทยกี่ราย เด็กกี่ราย แล้วก็ผู้หญิงกี่ราย รวมถึงมีต่างชาติไหม ที่ได้เสียชีวิต รวมถึงจํานวนผู้เสียชีวิต เราควรจะบอกถึงในเรื่องของประเภท ชนิดของรถด้วย ไม่ว่าจะเป็นจํานวนจากรถจักรยานยนต์ รถยนต์ หรือรถอื่น ๆ แล้วก็มีการประกาศ ๕ อันดับ ของจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดด้วย สิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้การสูญเสียน่าจะลดลง เพราะว่า เมื่อไรที่เรามีการประกาศในเรื่องของจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิต ๕ จังหวัด จังหวัดไหน ๆ ก็ไม่อยากจะติดอันดับทอปไฟว์ (Top Five) ของเมืองไทย
ประเด็นที่ ๒ ที่ดิฉันอยากจะพูดถึงในเรื่องของประเด็นที่ ๕ ในเรื่องของ การให้การศึกษา วัฒนธรรมและพฤติกรรมเพื่อความปลอดภัยทางถนน สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ เมื่อสักครู่ทางท่านคณะกรรมาธิการก็ได้พูดถึงว่าได้มีการทําความร่วมมือระหว่างกระทรวง ทั้งสองกระทรวง ซึ่งดิฉันว่าน่าจะรีบนําไปปฏิบัติ เพราะว่าเมื่อไรก็แล้วแต่ที่มีความร่วมมือ เป็นสิ่งที่ดี แล้วสิ่งสําคัญที่อยากให้กระทรวงศึกษาธิการได้มีการพูดถึงในเรื่องของ ความเสียหายทางเศรษฐกิจที่การสูญเสียเยาวชนที่วันนี้ผลก็ออกมาแล้วว่าเยาวชน มีการสูญเสียสูงสุดคือเด็กอายุ ๑๕-๑๙ ปี มียอดถึง ๒,๐๐๐ กว่าคน ทางกระทรวงศึกษาธิการก็ควรจะเขียนให้เห็นถึงว่าการสูญเสียเยาวชน ๑ คน หรือการบาดเจ็บ ของเยาวชน ๑ คน มีความสูญเสียทางเศรษฐกิจประมาณเท่าไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ค่าใช้จ่ายที่รัฐหรือผู้ปกครองจะต้องดูแล เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา รวมถึงสภาพจิตใจก็จะมีผล ต่อผู้ปกครองด้วย อันนี้ไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายและอุปกรณ์ยาที่จะต้องทําการรักษานะคะ รวมถึง สิ่งหนึ่งที่ดิฉันอยากจะรณรงค์ในเรื่องของหมวกกันน็อคเป็นการเข้าถึงที่ยากมาก วันนี้การหาซื้อ หมวกกันน็อคไม่ง่ายเลย ไม่เหมือนไปศูนย์การค้าไปตรงไหนก็จะเจอ แต่หมวกกันน็อค หายาก หรือเราจะต้องให้บริษัทเอกชนสร้างหมวกกันน็อคที่สร้างเป็นแบรนด์ (Brand) ที่ดัง ๆ แล้วก็ให้สร้างเป็นรูปลักษณ์ที่สวยงาม เพื่อที่จะสร้างแรงจูงใจหรือดึงดูดใจให้วัยรุ่น หรือผู้ปกครองได้เอามาใส่ เหมือนกับวันนี้ที่เราใส่หน้ากากอนามัยที่จะต้องใส่เพื่อป้องกัน ตัวเราให้มีความปลอดภัย เพราะวันนี้ในเรื่องของหมวกกันน็อคก็เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ ที่งานวิจัยก็ชี้ให้เห็นแล้วว่าหมวกกันน็อคสามารถที่จะช่วยในเรื่องของการเจ็บที่น้อยลง รวมถึงประเด็นสุดท้ายที่อยากจะพูดถึงในเรื่องของการคมนาคมอีกอย่างก็คือในเรื่องของ ความปลอดภัยทางน้ํา ซึ่งวันนี้ความปลอดภัยทางน้ําในเรื่องของข้อกฎหมายมีน้อยมาก ดิฉัน อยากจะมีให้มากกว่านี้ ซึ่งข้อสังเกตในงานวิจัยรายงานเล่มนี้ก็มีมากมาย อยากจะให้รัฐบาล นําไปใช้ เพราะวันนี้มันมีผลต่อเรื่องของการท่องเที่ยวเหมือนที่เหตุการณ์ที่เคยผ่านมา ก็อยากจะให้นําข้อศึกษา แล้วก็รายงานฉบับนี้ไปใช้ให้เป็นประโยชน์ แล้วก็มีประโยชน์ ต่อประเทศชาติด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ