เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อภิปรายสนับสนุนข้อเสนอของคณะกรรมาธิการเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเน้นย้ำถึงปัญหาการใช้รถจักรยานยนต์ในเขตกรุงเทพมหานครและเสนอแนะการจัดทำใบขับขี่พิเศษสำหรับรถบิ๊กไบค์ เนื่องจากความไม่เหมาะสมกับสรีระร่างกายของคนไทย พร้อมทั้งหารือเรื่องการลดภาษีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยทางถนน เช่น การปรับปรุงไหล่ทาง สะพานลอย และเลนเฉพาะ เพื่อส่งเสริมการใช้ยานพาหนะที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเน้นย้ำว่าไม่ควรมองผู้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นชนชั้นสองของสังคม
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตบางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล ผมจะขออภิปรายเพิ่มเติม สนับสนุน แล้วก็ให้ข้อคิดเห็นเสนอแนะกับกรรมาธิการที่ได้ทําเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัย ขึ้นมา ในฐานะที่อย่างแรกเลย ผมเป็นตัวแทนผู้ใช้ถนนแทบจะเป็นส่วนใหญ่ที่มีรายได้น้อย ในประเทศไทย และโดยเฉพาะกรุงเทพมหานครก็คือผู้ที่สัญจรใช้จักรยานยนต์เป็นพาหนะ สัญจรเป็นหลัก ซึ่งทุกวันนี้ผมก็ยังขี่รถจักรยานยนต์ของผมมาที่สภาทุกวัน แล้วก็ทราบดี แล้วก็ติดพื้นติดดินมาหลายรอบ เพราะสภาพถนนต่าง ๆ ที่ไม่ค่อยดีหรือไม่เอื้ออํานวย ต่อการสัญจร ตามรายงานท่านประธานครับ หน้า ๕๕ ก็จะมีเรื่องพาหนะปลอดภัย ก็เข้าใจอยู่ ครับว่าที่ท่านคณะกรรมาธิการเป็นห่วงว่าสาเหตุจากผู้เสียชีวิตโดยมากเกินครึ่งของทั่วไปเลย ก็คือมาจากรถจักรยานยนต์เป็นส่วนใหญ่ ก็แน่นอนละครับเป็นหนังหุ้มเหล็ก ถ้าใครเป็น พ่อแม่ก็จะทราบดีว่าไม่อยากให้ลูกซื้อรถมอเตอร์ไซค์หรือขี่รถมอเตอร์ไซค์ เพราะมันอันตรายกว่า อย่างแน่นอน ซึ่งเราปฏิเสธสภาพของยานพาหนะนี้ไม่ได้นะครับ แล้วผมก็เห็นด้วยว่าที่กรรมาธิการมีข้อเสนอแนะมาว่าอยากให้มีการจัดทําใบขับขี่พิเศษ หรือว่าการกําหนดอัตราภาษีต่าง ๆ ของรถบิ๊กไบก์ (Big bike) หรือรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ ที่มีซีซี (CC) เยอะ ซึ่งเอาจริง ๆ แล้วในรายงานเขาบอกว่าบางครั้งสรีระร่างกายของ คนไทยเราค่อนข้างไม่เหมาะสมกับรถขนาดใหญ่ อันนี้ผมเห็นด้วย อาจจะมีการทําใบขับขี่ บิ๊กไบก์ (Big bike) ก็เป็นได้
และอีกอย่างหนึ่งที่ผมเห็นด้วยกับท่านก็คือเรื่องของการที่จะลดภาษี พวกรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งทางคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจที่ผมนั่งอยู่ได้เคย พิจารณาเรื่องนี้เหมือนกันครับ ซึ่งเหล่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าก็ติดเรื่องภาษีแบตเตอรี่ อะไรต่าง ๆ มากมาย ถ้าทางกรมการขนส่งทางบกหรือทางกระทรวงคมนาคมจะช่วยเขา อีกแรงเราจะได้พาหนะที่อาจจะปลอดภัยขึ้นเพราะช้าลง แล้วก็เป็นที่รักษาสิ่งแวดล้อม มากขึ้นด้วย แต่ถ้ารายงานในส่วนนี้ผมอยากเสนอที่ตกหล่นไปก็คือสภาพภาวะ ความปลอดภัยทางถนนหรือว่าสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ถนนบ้านเราบางที่ก็อาจจะมีไหล่ทาง ที่ให้มอเตอร์ไซค์ขับขี่อย่างปลอดภัยก็มีนะครับ หรือว่าหลาย ๆ ครั้งชาวสองล้อเองที่มายื่น หนังสือกับทางสภา แล้วผมได้ติดตามไปวันก่อนก็คือชาวสองล้อเรื่องการขึ้นลงสะพานลอย ที่ท่านประธานได้บรรจุไปในกระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ผมได้ถามไปแล้ว เสนอว่าถ้าเราห้าม รถจักรยานยนต์ไม่ได้ บางทีเราก็ควรจะมาคิดหรือเปล่าว่าทําอย่างไรให้มันปลอดภัยมากขึ้น หรือว่าทําให้มันอันตรายน้อยลง หรือภาษาอังกฤษเรียกว่าฮาร์ม รีดักชัน (Harm reduction) อย่างการขึ้นสะพานโอเค (OK) ครับ รถสมัยก่อนกฎหมายอาจจะล้าหลังว่ารถมันช้า แต่ถ้าอยากให้ปลอดภัยจริง ๆ ก็ทําเลน (Lane) ให้เขาไหมครับ อย่างเขตของเพื่อน ส.ส. พรรคก้าวไกลของผม ส.ส. ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เขตบางขุนเทียน ที่ผมได้ไป มีถนนอยู่ ช่วงหนึ่งที่แยกเลย แล้วรถซาเล้งที่ช้า ๆ เขาก็ขึ้นสะพานได้ ก็ถือว่าเป็นโชคดีของ ชาวบางขุนเทียนที่มีทางอย่างนั้น แล้วก็เป็นโชคดีที่มี ส.ส. อย่างท่านณัฐชาที่ได้ผลักดัน ในเรื่องนี้ด้วย ทั้งนี้ก็อยากฝากว่าอย่ามองคนขี่รถจักรยานยนต์เป็นชนชั้นสองของสังคม เขาอาจจะมีรายได้น้อย แต่เขาก็เป็นส่วนหนึ่งที่เติมเต็มสังคมไทย ช่วยทํางานต่าง ๆ ถ้าไม่มีรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง พี่วินต่าง ๆ ผมว่าคนชั้นกลางในประเทศไทยก็ลําบาก เหมือนกันนะครับ
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากฝาก แล้วก็ตั้งข้อเสนอแนะ หน้า ๖๔ เกี่ยวกับ เรื่องเมาแล้วขับ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าเมาแล้วขับเป็นปัญหาใหญ่ ผมทราบดี และผม ได้คุยกับหลายฝ่าย เพราะเนื่องจากว่าผมเองก็ทําเรื่องคราฟต์เบียร์ (Craft Beer) เป็นในส่วน ของผู้ผลิตด้วย เมื่อก่อนจะมาเป็น ส.ส. แต่ผมก็เข้าใจว่าคนที่ทําเบียร์ (Beer) ก็ไม่อยากทํา ยาพิษให้คนที่ดื่มหรือลูกค้าตัวเองตาย มันเป็นมาร์เกตติง (Marketing) ที่ไม่ดี เป็นการตลาด ที่ไม่ดีเลยที่เราจะทําอะไรแล้วเราจะฆ่าลูกค้าเรานะครับ ผมก็อยากตั้งข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เรื่องของการหยุดยั้งการเมาแล้วขับ ก็คืออยากให้มีส่วนร่วมให้ความรู้หรือว่าอาจจะเป็น อบรมพนักงานบาร์ (Bar) หรือร้านอาหารต่าง ๆ ให้สังเกตว่าใครไม่ควรจะเสิร์ฟเหล้า หรือใครขับรถเข้ามาเราควรจะแปะสติกเกอร์ (Sticker) เลยเหมือนที่ประเทศญี่ปุ่นว่า เราจะไม่เสิร์ฟเหล้าให้คนนี้ เพราะว่าคนนี้เป็นผู้ขับขี่ยานพาหนะใดพาหนะหนึ่ง อันนี้ก็ช่วย ลดจากต้นทางได้ และอย่างที่ ๒ การเพิ่มโทษที่หลาย ๆ คนอาจจะมีหลาย ๆ ความเห็น บอกว่าถ้าชนคนตายต้องประหารชีวิตเลย อันนี้ผมรู้สึกว่าบางทีอาจจะเยอะไปหน่อย หรือว่า ทุกกรณีถ้าเมาแล้วขับต้องติดคุกอะไรอย่างนี้ บางทีเราก็ต้องมาดูการได้สัดส่วนกัน แต่ที่ผม เห็นด้วยจริง ๆ ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมามีคนบาดเจ็บ หรือเกิดอุบัติเหตุทางข้างถนนมีคน เสียชีวิตต้องจับตรวจแอลกอฮอล์และตรวจสารเสพติดทันทีครับ
และขั้นตอนสุดท้ายคือขั้นตอนอย่างที่เพื่อน ส.ส. ของพรรคผมได้กล่าว ไปแล้วว่าสุดท้ายกฎหมายมันจะดีให้ตายอย่างไรก็อยู่ที่การบังคับใช้ของเจ้าหน้าที่ ทุกคนก็รู้ครับ ถ้าพูดไปถึงประชาชนเขามาบอกผมเสมอว่าตอนนี้จ่าย ๕,๐๐๐ บาท สําหรับ การเข้าด่านแล้วไม่ได้รับการตรวจ หลาย ๆ พื้นที่ก็เป็นอย่างนี้ครับ ผมเชื่อว่าถ้าเป็นผู้แทนราษฎรที่ลงพื้นที่กันจริง ๆ ทุกท่าน ก็เคยได้ยิน สุดท้ายครับท่านประธาน ผมอยากจะเพิ่มเติมว่าบางทีเรื่องเงิน เรื่องจําคุก บางที มันเป็นจํานวนเงินที่ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาทที่ศาล บางคนรวยเขาก็สามารถจ่ายได้ใช่ไหมครับ ๒๐,๐๐๐ บาท มันเหมือนใบอนุญาตเมาแล้วขับ แต่ผมอยากยกตัวอย่างอีกที่หนึ่ง ที่ประเทศเกาหลีใต้ก็จะมีการทําโทษที่อย่างเช่นว่าถ้าคุณเป็นหมอมีใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพแพทย์ ถ้าคุณโดนเมาแล้วขับ ๓ ครั้ง ยึดใบประกอบโรคศิลป์เลย ก็อยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการให้เพิ่มเติมในส่วนนี้ ในส่วนของผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ให้มีสภาวะแวดล้อมที่ปลอดภัยขึ้น และรวมถึงการบังคับใช้โทษเมาแล้วขับ และหลักการ แนวทางปฏิบัติให้ตรงกัน และเป็นที่ซื่อตรงสุจริต ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ