ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ อภิปรายเห็นด้วยกับรายงานความปลอดภัยทางถนนและคมนาคม ชี้ปัญหาอุบัติเหตุส่งผลต่อความมั่นคงของทรัพยากรมนุษย์และเศรษฐกิจประเทศ พร้อมเสนอให้เพิ่มมุมมองทางเพศในการออกแบบนโยบายเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างเท่าเทียม
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรค่ะ ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล วันนี้ ธัญจะขออภิปรายเกี่ยวกับการรับทราบรายงานความปลอดภัยทางถนนและคมนาคม ของคณะกรรมาธิการ ซึ่งธัญก็ต้องเรียนอภิปรายแล้วก็ชี้แจงว่าธัญเห็นด้วยกับทั้ง ๙ ประเด็น ที่ทางคณะกรรมาธิการเสนอในรายงานฉบับนี้นะคะ ด้วยเหตุผล ๒ ประการดังนี้ค่ะ ความปลอดภัยทางถนนเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทยในขณะนี้ ผลกระทบนั้นส่งผลถึง ความมั่นคงของทรัพยากรมนุษย์ภายในอีก ๒๐ ปีข้างหน้าอย่างแน่นอนถ้าเราไม่เร่ง ดําเนินการ จากข้อมูลวันนี้เราพบแล้วว่าชีวิตที่ต้องสูญเสียไปบนท้องถนนนั้นเฉลี่ยวันละ ๖๐ คนต่อวัน เฉลี่ยบาดเจ็บวันละ ๒,๕๐๐ คนต่อวัน และต้องกลายเป็นผู้พิการเฉลี่ย วันละ ๒๐ คน ถ้าเราคํานวณความเสียหายต่อประเทศอย่างที่คณะกรรมาธิการได้ชี้แจงไป เราก็จะสูญเสียเทียบเท่ามูลค่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เทียบเท่ากับ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณแผ่นดินหรือร้อยละ ๖ ของจีดีพี (GDP) นี่เท่ากับว่าเราสูญเสียประชากร ในประเทศจากอุบัติเหตุบนท้องถนนปีละ ๒๑,๙๐๐ คน ถ้า ๒๐ ปีก็เป็นจํานวนถึง ๔๓๘,๐๐๐ คนค่ะท่านประธาน นั่นหมายถึงจํานวนคนถึงครึ่งล้าน และนี่ก็ส่งผลต่อ ความมั่นคงของทรัพยากรมนุษย์ของเราแน่นอนค่ะ เราอยู่ในอันดับ ๙ ของโลก อันดับ ๑ ของเอเชีย (Asia)ค่ะ ถ้าเราเทียบพื้นที่ว่าประเทศของเราใหญ่แค่ไหน ถ้าเทียบกับประเทศสหรัฐอเมริกา ถ้าเทียบกับประเทศจีน อัตราการเกิดอุบัติเหตุต่อตารางกิโลเมตรของเราก็จัดว่าสูงมาก นอกจากเหตุผลดังกล่าวแล้ว เหตุผลที่ ๒ ที่เห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้คือเป็นข้อตกลง ระหว่างประเทศเกี่ยวกับประเด็นสุขภาพที่ดี เมืองปลอดภัย ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ซัสเทนเนเบิล ดีเวลอปเมนต์ โกลส์ (Sustainable Development Goals) หรือเอสดีจี (SDG) ที่ประเทศไทยต้องดําเนินการตามพันธกรณีและร่วมมือกับนานาชาติเพื่อสร้าง ความมั่นคงและความปลอดภัยให้กับทรัพยากรของมนุษย์ต่อไป สิ่งที่คณะกรรมการเสนอมา ๙ ด้าน มีรายละเอียดอยู่แล้วในรายงานฉบับนี้ ซึ่งธัญเห็นด้วยหมด แต่ธัญอยากจะขอ เพิ่มเติมนิดหนึ่งเกี่ยวกับประเด็นในมุมมองทางด้านเพศค่ะท่านประธาน การศึกษาพฤติกรรม เกี่ยวกับเพศนั้นจะนําไปสู่การออกแบบนโยบายเพื่อความปลอดภัยทางถนน ที่ธัญต้องยก ประเด็นเรื่องเพศขึ้นมาก็เพราะว่าหากเราพิจารณาสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนแล้วนั้น บนถนนมีทั้งผู้หญิง ผู้ชาย แล้วก็ผู้มีความหลากหลายทางเพศใช้ถนนอยู่แล้ว แต่อัตรา ของเพศชายนั้นมีการเสียชีวิตสูงมากกว่า ตัวอย่างสถิติการเสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์ เป็นเพศชายสูงถึง ๘๒ เปอร์เซ็นต์ และเป็นเยาวชน ทําให้เรามองในรายงานนี้ทั้งหมด เราจะมองโดยปราศจากมุมมองด้านเพศไม่ได้เลย ธัญขอยกตัวอย่างในการเพิ่มมุมมอง ด้านเพศ เช่น ข้อ ๕ ในหัวข้อรายงานอันนี้ที่พูดถึงเกี่ยวกับการศึกษา โอเค (OK) เราพูดถึง ประเด็นพฤติกรรมเกี่ยวกับเมาไม่ขับ ง่วงไม่ขับ หรือการใช้เครื่องมือสื่อสารขณะขับรถ หรือพฤติการณ์ขับรถที่ไม่ปลอดภัย หรือแนวคิดความปลอดภัยต้องมาก่อนการประหยัด ทุกประเด็นเป็นเรื่องสําคัญ แต่ธัญขอเพิ่มเติมความเห็น หากเราไม่ทบทวนบทเรียนต่าง ๆ ด้านอื่นของกระทรวงศึกษาธิการในการเรียนการสอนที่ปลูกฝังคุณค่าความเป็นชาย มากเกินไปที่ส่งผลต่อค่านิยมในสังคม มันสําคัญนะคะท่านประธาน เพราะว่าบทเรียน ที่ปลูกฝังความเป็นชายมากเกินไปมีส่วนประกอบสร้างให้เด็ก แล้วก็เยาวชนมีทัศนคติ มีความเป็นชายแบบนักรบ แบบผู้กล้า ผู้ท้า ผู้ชน กล้าได้กล้าเสีย เป็นต้น ซึ่งส่วนหนึ่ง ก็นําไปสู่พฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนน ขับรถปาดกัน แซงกัน ไม่ยอมกัน คิดว่าเป็นการหมิ่นเกียรติกัน หมิ่นศักดิ์ศรีกัน โดยไม่ถ้อยทีถ้อยอาศัย ทัศนคติชายเป็นใหญ่ ที่ส่งผลต่อค่านิยมก็มีเพศชายทํางานเกี่ยวกับเรื่องถนน เกี่ยวกับรถสาธารณะ เกี่ยวกับ การวางแผนต่าง ๆ ซึ่งก็มีมากกว่าเพศหญิง แล้วก็ผู้มีความหลากหลายทางเพศ ในทางกลับกันค่านิยมในสังคมนั้นก็ลดทอนคุณค่าความเป็นผู้หญิง อย่างเช่นคําว่าขับรถแบบนี้ เป็นผู้หญิงแน่ ๆ เลย ก็อาจจะหมายถึงว่าขับรถช้า ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่กล้าได้กล้าเสีย เป็นต้น มันก็ย่อมส่งผลต่อทัศนคติของระบบโครงสร้างที่ทําให้พฤติกรรมการใช้ถนนนั้นไม่ปลอดภัย เราเคยตั้งคําถามไหมว่าครูสอนขับรถส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ชาย ทําไมการสอบใบขับขี่คนก็จะให้ อาชีพตรงนี้กับผู้ชายมากกว่า ทําไมเรามีพนักงานขับรถสาธารณะส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย แต่มีผู้หญิงหรือคนหลากหลายทางเพศน้อยมาก อาชีพที่เกี่ยวข้องกับการขับรถมักจะถูกมอง ว่าควรจะเป็นหน้าที่ของผู้ชาย ทําให้เพศหญิงหรือผู้มีความหลากหลายทางเพศนั้นถูกปัด ออกจากอาชีพดังกล่าว และแน่นอนที่สุดการศึกษา การออกแบบนโยบายเพศหญิงหรือ ผู้มีความหลากหลายทางเพศก็จะต้องถูกปัดออกด้วยอคติเช่นกัน ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ผู้หญิงขับรถเกิดอุบัติเหตุน้อยและปลอดภัยกว่ามาก ธัญจึงเห็นว่าการศึกษาเรื่องค่านิยม เรื่องเพศในสังคมนั้นได้ส่งเสริมพฤติกรรมเสี่ยงต่อเพศชายและกดทับเพศหญิงต่อการใช้ถนน ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วนั้นทุกเพศมีความสามารถทําได้ทุกอาชีพค่ะท่านประธาน ดังที่ยกตัวอย่างขึ้นมาธัญขอเสนอแนะคณะกรรมาธิการเพิ่มเติมความปลอดภัยทางถนนว่า ให้พิจารณามุมมองด้านเพศให้อยู่ในการพิจารณาทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างองค์กรที่ต้องมีมิติเพศ งานวิจัยวิชาการที่ต้องศึกษาพฤติการณ์ที่ส่งผล ถึงความปลอดภัย รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้ความเสมอภาคระหว่างเพศที่ทุกเพศ สามารถก้าวเข้าสู่พื้นที่ผู้ชาย คมนาคมและถนนเพื่อสร้างความปลอดภัยร่วมกันได้ คณะกรรมาธิการมีแนวคิดคิดปลอดภัยซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่สุดท้ายนี้ธัญก็อยากจะฝากมุมมอง ทางเพศ ฝากคณะกรรมาธิการไว้พิจารณาด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ