นิกร จํานง รายงานผลการศึกษาเกี่ยวกับความปลอดภัยทางถนนและคมนาคม โดยชี้ให้เห็นปัญหาอุบัติเหตุที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างรุนแรง พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขในหลายมิติทั้งการบริหารจัดการ กฎหมาย การบังคับใช้ ความปลอดภัยของถนนและยานพาหนะ การศึกษา และการบูรณาการนโยบาย รวมถึงเรียกร้องให้ปรับโครงสร้างการบริหารให้มีเอกภาพ ตั้งศูนย์ข้อมูลกลาง เร่งออกกฎหมายแม่บท และเพิ่มความร่วมมือทั้งภายในประเทศและกับต่างประเทศเพื่อลดอัตราการสูญเสียอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จํานง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะประธาน คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาเรื่องความปลอดภัยทางถนนและคมนาคม ตามที่ ท่านประธานโสภณได้กล่าวไปแล้วว่าปัญหาของเราสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง เป็นอย่างมาก แต่ว่าเราไม่ทราบ เราไม่ได้มอง เรามองไม่เห็นต่อปัญหานี้ แล้วต่อมารายงาน ครั้งนี้มีเกี่ยวกับเรื่องต่างประเทศ ธนาคารโลกเขาบอกว่าประเทศไทยถ้าสามารถลดการตาย และบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนได้ร้อยละ ๕๐ จะเป็นการเพิ่มรายได้ของประชากร หรือจีดีพี (GDP) เทียบเท่ากับปี ๒๕๕๗ ถึง ๒๒ เปอร์เซ็นต์ ในอีก ๒๔ ปีข้างหน้า ซึ่งมันเป็น การสูญเสียครั้งใหญ่ แล้วในโอกาสกลับด้านกันถ้าเราแก้ได้เราก็สามารถจะเอารายได้มาดูแล ประชาชนเหล่านี้ได้ ดังนั้นกรรมาธิการชุดนี้จึงมีการศึกษา โดยมีเป้าหมายอย่างนี้ ท่านประธานครับ เป้าหมายคือ ๑. เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบสภาพปัญหา ความปลอดภัยทางถนนและสถานการณ์ความรุนแรงของอุบัติเหตุทางถนนของไทย ๒. เพื่อจัดทําข้อสังเกตและข้อเสนอแนะความปลอดภัยทางถนนต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ๓. เพื่อสร้างกลไกความร่วมมือของฝ่ายนิติบัญญัติในการเสนอแนะและติดตามนโยบาย ในการดําเนินการด้านความปลอดภัยทางถนนของรัฐบาล และผลักดันกฎหมาย และดูแล งบประมาณที่เราดูแลอยู่ขณะนี้เรื่องความปลอดภัยทางถนนในฝ่ายนิติบัญญัติ แล้วข้อสุดท้ายเพื่อจัดทําข้อสังเกตและข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาความปลอดภัย ทางถนนและคมนาคมเสนอแก่คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอัยการหรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนําไปปฏิบัติได้ ตลอดจนสามารถ แก้ปัญหาและเสริมสร้างความปลอดภัยทางถนนและคมนาคมได้อย่างเป็นรูปธรรม ท่านประธานที่เคารพ ในการศึกษาดังกล่าวทางคณะอนุกรรมาธิการได้เชิญที่ปรึกษา แล้วก็ กรรมการจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่ทําเรื่องนี้อยู่ เป็นนักวิชาการทางด้านการถนนของ ประเทศไทยโดยแท้มาเป็นอนุกรรมาธิการด้วย ผมจะขอให้เกียรติต่อท่านทั้งหลายก็คือว่า มีมูลนิธิเมาไม่ขับ ศูนย์ความร่วมมือองค์กรอนามัยโลกด้านการป้องกันการบาดเจ็บ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ กองทุนง่วงอย่าขับ ในพระบรมราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ผู้ทรงคุณวุฒิจากกองทุน เพื่อความปลอดภัยทางถนน ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน แผนงานสนับสนุน ป้องกันอุบัติภัยทางถนนระดับจังหวัด ผู้อํานวยการศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย และสถาบันพระปกเกล้า บุคคลเหล่านี้เป็นอนุกรรมาธิการ แล้วก็เป็นที่ปรึกษา มีอยู่ครบ ในกรรมาธิการของเรามีนักวิชาการอยู่ครบถ้วนอยู่แล้วด้วย นอกจากเชิญบุคคลต่าง ๆ มา เราก็เชิญบุคคลต่าง ๆ มาร่วม และนอกจากนั้นต้องกราบขอบคุณท่านประธานที่ท่านได้ อนุมัติให้ผมเป็นตัวแทนรัฐสภาไทยไปร่วมประชุมเครือข่ายสมาชิกรัฐสภาด้านความปลอดภัย ทางถนนระดับอาเซียนและภูมิภาคเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกขององค์การอนามัยโลก ที่จัดประชุมที่ประเทศสวีเดน ท่านประธานได้อนุมัติให้ผมได้ไป ผมก็ได้ไปดําเนินการ ในนามรัฐสภาไทยมาเรียบร้อยแล้ว ในการประชุมต่าง ๆ ที่ได้มีการสรุปมาเราได้รวบรวม แล้วก็ทํารายงานเกี่ยวกับข้อเสนอแนะด้านต่าง ๆ ๙ ด้านดังนี้ ก็คือมีการสรุปปัญหาแล้วก็ แนวทางการแก้ไข เรื่องการบริหารจัดการ แยกเป็นด้านกฎหมายและการบังคับใช้ ด้านที่ ๓ ถนนและสิ่งแวดล้อมปลอดภัย ด้านที่ ๔ ยานพาหนะปลอดภัย ด้านที่ ๕ การให้การศึกษา วัฒนธรรมและพฤติกรรมเพื่อความปลอดภัยทางถนน ด้านที่ ๖ นโยบายรัฐบาล ด้านที่ ๗ การบูรณาการทางรัฐสภา ซึ่งตรงนี้จะขอลงรายละเอียด ต่อจากนี้ด้วยว่ามีความสําคัญต่อรัฐสภาอย่างไร แล้วด้านการต่างประเทศ นอกจากนั้น ท่านประธานครับ เราเป็นกรรมาธิการการคมนาคม เราได้ศึกษาลึกไปถึงระบบราง ระบบการขนส่งทางน้ําและทางอากาศรวบรวมมาด้วยในส่วน แต่ว่าเราเน้นทางด้านถนน เพระว่าทางด้านถนนสร้างความเสียหายให้เราเป็นอย่างมาก ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอเสนอเป็นเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ติดตามรายการจะได้ ทราบด้วย แต่รายงานตรงนี้เรามีอยู่ครบถ้วนแล้วในด้านแรกว่ามีกี่ด้าน ขออนุญาตขึ้น เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ครับ
(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
เป็นรายงาน เราเสนอเป็น ๙ ด้าน ท่านประธานครับ เราเองติดทอป เทน (Top Ten) มาตลอดในเรื่องของการสูญเสีย เราเป็น อันดับ ๑ ของอาเซียน เป็นอันดับ ๙ ของโลก ซึ่งก่อนหน้านั้นเราเคยเป็นอันดับ ๒ ของโลก เสียด้วยซ้ํา แต่เรื่องมอเตอร์ไซค์เราเป็นอันดับ ๑ คือเสียชีวิตมากที่สุดในโลก เป็นอันดับ ๑ เรื่องมอเตอร์ไซด์ แล้วด้านต่าง ๆ ที่ผมเสนอแล้วก็คือ ๙ ด้าน ตามรายงานนี้ที่ผมได้กล่าวแล้ว ต่างประเทศด้วย แล้วก็ด้านคมนาคมระบบรางด้วย ผมจะลงรายละเอียดเป็นบางส่วน
ด้านที่ ๑ การบริหารจัดการ ดําเนินการแก้ไขปรับปรุงระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนที่ใช้อยู่ปัจจุบันเป็นของ ปี ๒๕๕๔ ซึ่งตรงนี้มีความผิดพลาด ผมมองว่าเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ คือเดิม ผมเรียนท่านประธานว่าเราเคยมีคําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรี เราใช้เป็นซิงเกิล คอมมานด์ (Single command) ก็คือเป็นโครงสร้างเดี่ยว ซึ่งเราเคยใช้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ ซึ่งเราได้รวบรวม ผมเป็นคนนําเสนอขึ้นไปด้วย ศูนย์อํานวยการความปลอดภัยทางถนนที่ใช้อยู่ใช้ตามคําสั่งนี้ แล้วก็มีการรวมโดยใช้รองนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย แล้วก็มี กระทรวงต่าง ๆ เป็นกรรมการ พอมาปี ๒๕๕๔ เรามีการแก้ ซึ่งผมมองว่าเป็นความสําคัญผิด ในการแก้ คือเราแยกเป็น ๒ ศูนย์ ศูนย์แรกเป็น นปถ. ก็คือมีรองนายกรัฐมนตรีดู เรื่องนโยบาย ศูนย์ที่ ๒ เป็น ศปถ. คอยดูแลอย่างเรื่อง ๗ วันอันตราย ประธานตรงนี้คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจริง ๆ แล้วโครงสร้างนี้เราเคยใช้มาเมื่อก่อนปี ๒๕๔๖ ประมาณปี ๒๕๔๕ เราเคยใช้ ไม่ได้ผลครับท่านประธาน เพราะว่ารัฐมนตรีของกระทรวงเดียว ไม่สามารถสั่งการข้ามกระทรวงได้ นี่คือปัญหา เราก็เลยมาแก้มาเป็นคําสั่ง สํานักนายกรัฐมนตรี และตอนหลังมีการมาแก้เป็นระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีปี ๒๕๕๔ ซึ่งตรงนี้มีปัญหาในการบริหารจัดการเป็นอย่างมาก ท่านสังเกตได้ว่านอกจากนั้นเราไม่มี ศูนย์ข้อมูลกลาง ท่านประธานครับ ประเด็นปัญหาคือเราเสียชีวิตกันมากมายบนถนน เราไม่เคยได้เก็บข้อมูลเรคคอร์ด (Record) เหล่านั้นเอามาวิเคราะห์เลย เราเพียงแต่เก็บ ๗ วันก็ ๗ วัน ตายเท่าไรก็ขานทีหนึ่ง แล้วก็ทุกอย่างก็สลายไป ไม่ได้เอามารวม ในเมื่อเราไม่รู้ ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน สภาพปัญหาเป็นอย่างไร เราจะแก้ปัญหากันได้อย่างไร ตรงนี้ก็เป็น ปัญหาสําคัญ ภาพต่อไปครับ นี่เป็นด้านการบริหารจัดการ ผมพิสูจน์ได้เรื่องนี้ว่าในปี ๒๕๕๔ ท่านประธานดูกราฟ (Graph) ว่าในปี ๒๕๕๔ คือตัวแดงที่ขึ้น พอเรามีการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนเป็นระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ปี ๒๕๕๔ แล้ว กราฟ (Graph) มันวิ่งขึ้นไปจาก ตรงนั้น เราเคยกดลงถึง ๑๘.๖ คนต่อ ๑๐๐,๐๐๐ ประชากร จากปี ๒๕๔๖ ๒๒ คน ดีดขึ้นไปเป็น ๓๖ คนต่อ ๑๐๐,๐๐๐ ประชากร หมายความว่าเราเสียชีวิตกันอยู่วันละ ๕๕ ศพทุกวันท่านประธาน นี่เราไม่รวมคนที่พิการที่ต้องดูแลอยู่กับบ้านอีกเป็นจํานวนมาก ตัวเลขนี้พิสูจน์ได้ว่าเรามีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการ เพราะว่าเราไม่เป็นซิงเกิล คอมมานด์ (Single command) เราแยกเป็น ๒ ศูนย์ แล้วเรื่องนี้จําเป็นจะต้องแก้ ดังนั้นข้อสังเกต และข้อเสนอแนะเรื่องนี้ ท่านประธานที่เคารพ เราเสนอว่าเรื่องนี้มันสูญเสียมากเกินไปแล้ว ปีละเป็น ๒๐,๐๐๐ กว่าคน ขอเสนอว่าให้ออกกฎหมายแม่บทด้านความปลอดภัยทางถนน ในระดับพระราชบัญญัติ คือระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีก็เอาไม่อยู่แล้ว แต่การออกกฎหมาย ใช้เวลาประมาณ ๒-๓ ปี ในระหว่างนั้นขอเสนอว่าให้มีการปรับปรุงระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ใช้อยู่ปัจจุบันนี้ ปี ๒๕๕๔ เราเปลี่ยนได้ครับ ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ไม่ยากครับ เป็นระบบบัญชาการเดี่ยวหรือซิงเกิล คอมมานด์ (Single command) กลับไปใช้เหมือน ก่อนปี ๒๕๕๔ ที่เคยใช้ได้ผล กดลงมาได้ถึง ๑๘ คนต่อ ๑๐๐,๐๐๐ ประชากร นอกจากนั้น เสนอให้ตั้งศูนย์บริหารข้อมูลกลาง คือศูนย์ตรงนี้ไม่มี เราทํางานไม่ได้ ต้องให้ศูนย์ตรงนี้ขึ้นมา เป็นศูนย์ข้อมูลกลางที่รวบรวมเอาอุบัติเหตุบนถนนมารวมกัน แล้วก็มาวิเคราะห์เพื่อจะได้ แก้ปัญหา ข้อสังเกต โครงสร้างเราเสนอไปแล้วในรายงานนี้ว่าควรจะออกแบบอย่างไร ตรงนี้ เป็นลักษณะแบบบัญชาการเชิงเดี่ยว ท่านประธานครับ เทศกาลที่มีวันหยุดยาว เราจะสนใจกันเรื่อง ๗ วันอันตราย ซึ่งเราได้เสนอกัน เมื่อปี ๒๕๔๖ ตอนหลังเราเห็นว่ามีการเสียชีวิตแล้วกดไม่ลง รัฐบาลก็พยายามอย่างเต็มที่แล้ว เกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนั้นเราเสนออย่างนี้ครับว่าควรจะปรับปรุงการบริหารจัดการอุบัติเหตุ ในช่วงเทศกาล ซึ่งมี ๒ ครั้งใหญ่ ๆ ก็คือวันสงกรานต์แบบปีใหม่ไทยกับปีใหม่สากล มีการปรับปรุงบริหารจัดการอุบัติเหตุช่วงนี้ มีการปรับจาก ๗ วันเป็น ๑๑ วัน ซึ่งตรงนี้เดิม เป็น ๗ วันอันตราย ผมเรียนว่าพวกผมเสนอคําว่า ๗ วันอันตรายเพื่อไม่ให้ประชาชน ได้เป็นกังวล แล้วก็ดูแลตัวเองกัน แต่ตอนหลังกลายเป็นเราทํากันอยู่ปีละ ๑๔ วันไม่ได้ นี่เฉพาะช่วงนี้นะครับ ให้เป็น ๑๑ วัน แล้วก็เสนอบูรณาการข้อมูลความปลอดภัย แล้วก็มี การตั้งด่านชุมชน ตอนหลังเราออกระเบียบกันมาแล้วจับกัน ตอนหลังที่ได้ผลก็คือว่า ให้ครอบครัวดูแลกันเอง แม่ดูแลพ่อเวลาขับรถ ลูกอะไรพวกนี้ ไม่ให้ดื่มไม่ให้อะไร จะได้ผลมาก ก็เสนอตรงนี้ขึ้นไป
ด้านที่ ๒ กฎหมายและการบังคับใช้ เรามีปัญหาตรงที่ว่ารัฐไม่สามารถบังคับใช้ กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรามีกฎหมายเยอะท่านประธานครับ แต่ว่าบังคับใช้ไม่ได้ ประชาชนเราเองก็ไม่เคารพกฎหมาย เรามีการออกใบสั่งไป ๑ ล้านกว่าใบ มาจ่ายแค่ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ใบต่อปีเท่านั้น ที่เหลือปล่อยให้ครบปีแล้วละลายหายไปหมด ตรงนี้เป็นปัญหามาก การบังคับใช้มีความล่าช้า แล้วก็กฎหมายบังคับใช้ตอนนี้เราออกกฎหมายตัดคะแนน ความประพฤติ คือไม่มีทางไหนแล้วต้องตัดคะแนน ตัดแต้มแล้ว ครบ ๑๒ แต้มก็หยุดใช้ ใบขับขี่ ปรากฏว่าผมได้ไปเป็นประธานเฮียริง (Hearing) เรื่องนี้ นี่ตั้งปีกว่า ๒ ปีแล้วก็ยัง ไม่เสร็จ กฎหมายสําคัญ ๒ ฉบับเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ผมได้ยื่นไปต่อท่านประธานแล้วก็คือว่า การเสนอตั้งวิธีพิจารณาความจราจร เพราะว่าใบสั่งท่านไม่กลัว ประชาชนไม่เป็นกังวล ก็ใช้ศาลมา โดยเราไม่ได้เสนอตั้งศาลใหม่ แต่ว่าใช้วิธีพิจารณาความจราจรเพื่อให้เร็วขึ้น จะช่วยได้ ตอนนี้เป็นกฎหมายฉบับแรกของสภาแห่งนี้ เสนอขึ้นมาแล้ว นอกจากนั้น มีกฎหมายสําคัญก็คือเกี่ยวกับเรื่องการรวมเอา พ.ร.บ. การขนส่งทางบก กับ พ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งดูแลโดยกรมขนส่งทางบก แต่อยู่เป็น ๒ ฉบับ ผมเสนอไว้เรียนท่านประธานว่าสมัยผม เป็นรัฐมนตรีปี ๒๕๔๖ เสนอไว้ นี่ปี ๒๕๖๓ แล้วยังไม่เสร็จเลยท่านประธานครับ ๑๗ ปีแล้ว กฎหมายนี้ยังไม่เสร็จ ท่านประธานครับ เรามีข้อเสนอแนะว่าขอให้เร่งรัด พ.ร.บ. จราจร ทางบกที่ว่านี้ เรื่องเกี่ยวกับการตัดแต้ม เสนอเรื่องผลักดัน พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีจราจร เพื่อเปิดแผนกคดีจราจรในศาลแขวงและศาลจังหวัด ไม่ตั้งศาลใหม่นะครับ แล้วก็เรื่องการรวม กฎหมายและเร่งรัดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ด้านที่ ๓ ถนนและสิ่งแวดล้อมปลอดภัย ผมได้เสนอในที่ประชุมแห่งนี้แล้วว่า ถนนส่วนใหญ่เรามีความสะดวกแต่ไม่ปลอดภัย แล้วก็เรสต์ แอเรีย (Rest area) ท่านประธานถ้าขับรถลงไปจังหวัดตรังของท่านประธานจะเห็นว่าเราไม่มีที่พักรถเลย เพราะฉะนั้นถ้าเราง่วงเราไม่กล้าจอดเพราะกลัวจะถูกปล้น เราก็ฝืนขับไปแล้วเราก็ง่วง พอง่วงแล้วเรายังไปเจอรถบรรทุกที่ไม่มีที่จอด ไปจอดอยู่มืด ๆ แล้วรถก็ชนท้ายเสียชีวิตไป มากมายนะครับ จุดพักรถเรสต์ แอเรีย (Rest area) ที่มีอยู่ในต่างประเทศของเรามีไม่พอ เรา มีไม่กี่แห่งเอง ก็อยากให้เพิ่มตรงนี้ ข้อเสนอแนะก็คือปรับปรุงถนนในประเทศให้ได้มาตรฐาน ๓ ดาวขึ้นไป หลักการนี้เป็นหลักการระหว่างประเทศที่ได้รับการยอมรับ ผมได้อภิปราย ในสภานี้ไปก่อนแล้วก็จะไม่ขอพูดเรื่องนี้ แล้วก็ปรับปรุงถนนที่มีจุดเสี่ยง ตอนนี้เรามีเรคอร์ด (Record) ไว้หมดว่าถนนเสี่ยงตรงไหน แต่ไม่มีงบประมาณไปแก้ ก็ให้ใช้งบประมาณตรงนี้ แล้วก็เร่งสร้างจุดพักรถหรือเรสต์ แอเรีย (Rest area) ขึ้นมารองรับการเดินทาง โดยเฉพาะ อย่างยิ่งรถบรรทุกที่ต้องจอดข้างทาง เขาต้องมีที่จอด ไม่ใช่จอดอยู่ข้างถนนแบบนี้
ด้านที่ ๔ ยานพาหนะปลอดภัย ท่านประธานครับ ยานพาหนะที่เราตรวจสอบ แล้วมีอัตราการเสียชีวิตจากมากไปน้อยนี่ รถจักรยานยนต์ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เราตายด้วย รถจักรยานยนต์ต่อปี ๑๘,๐๐๐ คน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นอันดับ ๑ ของโลก นอกจากนั้น รถกระบะที่มีผู้โดยสารนั่งท้าย คือเราไม่ให้คนนั่งก็ไม่ได้เพราะว่าประเทศเรายังจน แต่ว่าการนั่งไปข้างหลังนี้มันเป็นอันดับ ๒ ของความสูญเสีย รถโรงเรียนก็ย้ําว่าประเทศเรา ไม่ร่ํารวยนัก รถโรงเรียนเราไม่มี เราก็ขึ้นไปนั่งกัน แล้วบางทีขึ้นบนหลังคาบ้าง ตรงนี้อันตราย มากสําหรับเด็ก ต้องมีระบบที่จะจัดการเรื่องนี้ได้ รถโดยสารสาธารณะต่าง ๆ เช่น รถตู้ รถมินิบัส รถโดยสารสองชั้นก็เป็นอันตราย รถบรรทุกด้วยนะครับท่านประธาน เรามีข้อเสนอแนะเรื่องรถจักรยานยนต์ว่าให้เสนอลดอัตราการจัดเก็บภาษีรถจักรยานยนต์ ความเร็วต่ําไม่เกิน ๙๐ ซีซี (CC) ให้ความเร็วมันต่ํา เดี๋ยวนี้รถมอเตอร์ไซค์วิ่งได้ความเร็ว ๑๓๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งอันตรายมาก เราก็ทําเป็นรถจักรยานยนตร์ปลอดภัย แล้วลดภาษี การนําเข้าอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัย แล้วก็นอกจากนั้นรถบรรทุก รถกระบะที่มีคนนั่งท้ายควรให้บรรทุก เรามีศึกษามาแล้วว่า ไม่เกิน ๖ คน แล้ววิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน ๙๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็ยังพอปะทะปะทัง แต่ขณะนี้นั่งกันประมาณ ๑๐ กว่าคนแล้วเวลาขับมันเหวี่ยง เหวี่ยงแล้วพอเบรกก็ตายทั้งครัว เป็นปัญหาอย่างนั้น แล้วรถโรงเรียนเราเสนอว่าให้มีการดําเนินการอย่างเคร่งครัด คือเราเสนอไปยังกรมการขนส่งทางบกให้มีระเบียบเกี่ยวกับรถนักเรียนแล้ว แต่โรงเรียนไม่ได้ มาร่วมทําด้วย ไม่ได้ดูแลนักเรียน โรงเรียนไม่เอาใจใส่ตรงนี้สักเท่าไรนัก เด็กก็อันตราย เป็นอย่างมาก นอกจากนั้นรถตู้เราเสนอไม่ให้เอากลับมาใช้แล้วระหว่างจังหวัด เพราะว่า เป็นรถที่ไม่ปลอดภัย แต่ในกรุงเทพฯ ยังใช้ได้ รถโดยสารสองชั้นที่ว่าไปวิ่งมันอันตราย อย่างเขาปักธงชัยท่านประธานคงทราบว่าพอขึ้นไปแล้วลงมาถ้ารถสองชั้นคว่ําแล้วเสียชีวิต กันเยอะ
ด้านที่ ๕ การให้ศึกษา วัฒนธรรมและพฤติกรรมเพื่อความปลอดภัยทางถนน ปัญหาคือเรื่องการศึกษา เราต้องเปลี่ยนดีเอ็นเอ (DNA) ประเทศ เพราะว่าเราไม่มีลักษณะ จิตใจที่เป็นความปลอดภัยทางถนน คือเราต้องเปลี่ยนดีเอ็นเอ (DNA) ตรงนี้ เราต้องใช้ การศึกษา เรายังไม่มีหลักสูตรเรื่องความปลอดภัยเลย สมัยก่อนถ้าท่านประธานจําได้ สมัยผมเด็ก ๆ ยังมีเพลงเกี่ยวกับเรื่องนักศึกษาว่าให้เดินด้านขวานะลูก มีการสอน เดี๋ยวนี้ ไม่มีครับ พฤติกรรมเรื่องเมาแล้วขับซึ่งเป็นกระแสสังคมอย่างรุนแรงอยู่ขณะนี้ กฎหมาย ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ เรื่องง่วงแล้วขับ ปัจจุบันนี้ระยะทางไกลเกิดอาการง่วงแล้วก็มี รถชนกันสูญเสียเป็นจํานวนมาก พฤติกรรมมัจจุราชตัวใหม่คือโทรศัพท์มือถือ ตอนนี้เราใช้ แท็ก (Tag) ไปด้วย กดไลน์ (Line) ไปด้วย บางทีขี่มอเตอร์ไซค์ก็ดูโทรศัพท์มือถือไปด้วย อันตรายมาก นี่คือมัจจุราชตัวใหม่ที่เราจะต้องดูแลเรื่องนี้ เราก็มีข้อเสนอแนะก็คือ ให้กระทรวงศึกษาธิการบรรจุหลักสูตร ท่านประธานครับ ผมเคยทําเอ็มโอยู (MOU) ร่วมกับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเดิม เราร่วมกันเซ็นว่าให้ในกระทรวงศึกษาธิการ มีหลักสูตรเรื่องความปลอดภัยทางถนนไว้ จนบัดนี้ ๔ ปีแล้วยังไม่มีนะครับ ท่านดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ตอนนั้นท่านเป็นรัฐมนตรีได้ไปลงนามด้วย ก็ไม่ไปไหนนะครับขณะนี้ เรื่องเมาแล้วขับเสนอให้มีการแก้ไขเพิ่มโทษ คือเราจะใช้ลงโทษเป็นแบบประมาทปกติไม่ได้ มันต้องเพิ่มโทษขึ้น แล้วก็เสนอกฎหมายว่าเวลาอุบัติเหตุแล้วตอนนี้เราต้องการตรวจ แอลกอฮอล์ แต่กฎหมายไม่อนุญาตให้เราเจาะเลือด เราต้องการตรงนี้ แล้วนอกจากนั้น เรื่องง่วงก็มีการสร้างที่พักรถบรรทุกที่ได้คุยแล้ว แล้วก็ห้ามไม่ให้คนขับรถต่อกัน ๒ ชั่วโมง ต้องให้หยุดพัก มีกรอบ ในต่างประเทศจะเป็นแบบนี้หมด เรื่องการศึกษาพฤติกรรม เรื่องโทรศัพท์มือถือเรามีกฎหมายแล้ว แต่เราไม่มีการบังคับใช้เลย อาจจะต้องมาดําเนินการ ก่อนที่จะสายเกินไป
ด้านที่ ๖ เรื่องนโยบายรัฐบาล รัฐบาลกําหนดนโยบายความปลอดภัย ทางถนนไม่ชัดเจน มีอยู่ในนโยบายแล้ว แต่ว่าไม่ได้มีการปฏิบัติตามนั้น งบประมาณก็ไม่ได้ เป็นไปตามนั้น แล้วมีการกําหนดนโยบายเร่งด่วนและนโยบายเฉพาะกิจขาดการวิเคราะห์ ทางวิชาการ แล้วก็ขาดการรับรู้จากประชาชน แล้วนอกจากนั้นเรื่องรัฐบาลไทยไปมีพันธกรณีระหว่าง ประเทศกับยูเอ็น (UN) เราได้ไปเซ็น แต่เราไม่ปฏิบัติตามพันธกิจนั้น เพราะฉะนั้นยังเป็น ปัญหาอยู่ ก็เลยเสนอว่าให้ดําเนินการแก้ไขตรงนั้นเสียให้หมดของรัฐบาลเป็นข้อเสนอแนะ อยู่ในรายละเอียดแล้ว
ด้านที่ ๗ ด้านรัฐสภา ตรงนี้ต้องคุยกับท่านประธานชัด ๆ ว่าปัจจุบันรัฐสภา ยังขาดการร่วมกํากับดูแลความปลอดภัยทางถนน แล้วขาดการเชื่อมโยงกับรัฐสภาระหว่าง ประเทศ เพิ่งเริ่มปีนี้เป็นปีแรกในประเทศไทยที่ท่านประธานได้ส่งผมไปแล้วมีผมคนเดียว จากสภาไปที่ไปร่วมรัฐสภาระหว่างประเทศเรื่องความปลอดภัยทางถนน เรามีข้อสังเกต อย่างนี้ครับ เรื่องรัฐสภาว่าเสนอให้รัฐสภาขับเคลื่อนผลักดันกฎหมาย กฎหมายผ่านสภา โดยแท้ เพราะฉะนั้นสภาเองเรามีการพิจารณากฎหมายสําคัญก็คือ พ.ร.บ. งบประมาณ เราสูญเสียปีละ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทางสภาเราสมควรจะได้ดูว่าเราได้ให้เงินไป ในเรื่องการนี้สักเท่าไร นอกจากนั้นในเรื่องการกํากับดูแลเราสามารถจะเชิญรัฐมนตรีมาได้ อะไรมาได้ นอกจากนั้นขอเสนอว่าให้สภาช่วยแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. รถยนต์ ปี ๒๕๒๒ มาตรา ๖๔ กับมาตรา ๖๕ ซึ่งกําลังเข้ามาแล้ว แล้วก็รวมทั้ง พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีจราจร พ.ศ. .... ที่เป็นกฎหมายฉบับแรกของสภานี้ เสนอให้รัฐสภาตั้งคณะกรรมาธิการร่วม ท่านประธานครับ ตรงนี้ผมลงรายละเอียดนิดหนึ่ง ในอังกฤษเราได้ไปดูแล้วมีองค์กรเรียกว่าแพกต์ส (PACTS) ก็คือองค์กรนิติบุคคลทางด้าน สหวิชาชีพมารวม เขามีทั้งสภาบนก็คือเป็นเฮาส์ ออฟ ลอร์ดส (House of Lords) แล้วก็ เป็นสภา เฮาส์ ออฟ คอมมอนส์ (House of Commons) ก็คือสภาประชาชนเขารวมกัน หมดเลยที่ประเทศอังกฤษ เขาเรียกแพกต์ส (PACTS) คือมาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ ไม่มีสภาสูง สภาล่าง ไม่มีฝ่ายค้าน ไม่มีรัฐบาล มีองค์กรมารวม และช่วยดูแล เรื่องความปลอดภัยทางถนน ที่ประเทศอังกฤษประชากรของเขาเท่ากับเรา เขาเสียชีวิตปีละ ๒,๕๐๐ กว่าคนต่อปี ของเราประชากร ๖๗ ล้านคน เสียชีวิต ๒๐,๐๐๐ กว่าคน ๑๐ เท่า ของเขานะครับ กลไกตรงนี้สําคัญ แล้วนอกจากนั้นตัวอย่างที่เราได้ดูแล้วก็คือเครือข่าย สมาชิกรัฐสภาของประเทศออสเตรเลีย เขามีพาร์เลียเมนทาเรียน เฟรนด์ชิป กรุป (Parliamentarian friendship group) เป็นกลุ่มแบบเดียวกันมารวมกัน สภาทั้งหมด มารวมกันหมด และมาดูแลเรื่องความปลอดภัยทางถนน ประเทศออสเตรเลียก็มีอัตรา ต่ํามาก ตรงนี้เองก็อยากจะเสนอท่านประธานว่าผมได้มีการจัดประชุมแล้วระหว่าง ๒ สภา โดยเอากรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมาธิการการคมนาคมทั้ง ๒ สภา คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา ๒ สภา คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข ๒ สภา คณะกรรมาธิการการศึกษา ๒ สภา ไปประชุมร่วมกันแล้ว แล้วก็ทุกคนก็เห็นด้วยว่า เราสามารถจะร่วมกันได้ระหว่างรัฐสภาก็คือว่าทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรเราประชุม ร่วมกัน ปลายปีเราจะไปประชุมอีกนะครับ ด้านต่อไปก็อยากจะฝากเรื่องนี้ไว้มีเรกคอมเมนด์ (Recommend) ในนี้อยู่ในภาคผนวก ท ฝากท่านประธานช่วยพิจารณาด้วยนะครับ
ด้านที่ ๘ ด้านการต่างประเทศ ประเทศไทยเราขาดการนําความรู้ความเป็น ถนนสากลมาปฏิบัติ เราก็ยังอยู่กับ ๒-๓ อย่างของเรา เราไม่พัฒนาเท่าไร รัฐบาลไม่ให้ ความสําคัญกับพันธกรณีระหว่างประเทศที่เราไปลงนามแล้วกับยูเอ็น (UN) อะไรพวกนี้ ข้อสังเกตเรื่องนี้ที่เสนอก็ให้มีการดําเนินการตามพันธกรณีระหว่างประเทศเสนอรัฐบาล ดําเนินการตามปฏิญญาสต็อกโฮล์ม (Stockholm) โดยเร็ว ปฏิญญาสต็อกโฮล์ม (Stockholm) คือมีการประชุมใหญ่ที่ประเทศสวีเดนที่ท่านประธานอนุมัติให้ผมไปร่วมประชุม เขามีการเชิญ รัฐมนตรีทั่วโลกมา และมีปฏิญญา มีประกาศแล้วที่สต็อกโฮล์ม (Stockholm) เราก็รับ เรามีรัฐมนตรีอนุทิน รัฐมนตรีอธิรัฐ และรัฐมนตรีนิพนธ์ไปด้วย เราไปร่วมมาแล้ว เราต้อง เอามาปฏิบัติ นอกจากนั้นควรนําความรู้เรื่องความปลอดภัยทางถนนใหม่ ๆ มาใช้ เช่น เซฟ ซิสเต็ม (Safe system) เป็นต้น
ด้านที่ ๙ สุดท้ายก็คือเรื่องการคมนาคมทางระบบราง ทางน้ํา และทางอากาศ เรื่องระบบปัญหาที่เราตรวจสอบปรากฏว่าเรื่องระบบรางเองคือรถไฟหรืออะไรพวกนี้ ไม่ค่อยมีปัญหาตัวเองนัก แต่ที่มีก็คือไปชนรถที่ข้ามทางข้ามของรถไฟนั่นแหละ ก็คือ ทางลัดข้ามบ้างอะไรบ้าง อุบัติเหตุที่มี เสียชีวิตเป็นเพราะรถไฟไปชนรถยนต์ เราจะนับเป็น อะไรก็ต้องพิจารณาดูนะครับ ตรงนี้เองที่เป็นปัญหาใหญ่ ส่วนด้านทางน้ํา ปัญหาในเรื่อง คนตกน้ํา เรือจมน้ําอะไรพวกนี้ไม่ค่อยมีปัญหา แต่เรามีปัญหาที่ใหญ่ก็คือปัญหา เรื่องเรือท่องเที่ยวของประเทศจีนที่เราจมไปคราวนั้น ๕๔ ศพ กระทบกระเทือนเรา รุนแรงมาก นอกจากนั้นเราจะมีปัญหาเรื่องเรือสปีดโบต (Speed boat) บ้างอะไรบ้าง ตรงนี้ ต้องเร่งรัดกันเป็นพิเศษ ท่านประธานครับ อย่างอื่นไม่ได้มีปัญหามากนัก ส่วนด้าน ทางอากาศเราตรวจสอบแล้วเราอยู่ในไอเคโอ (ICAO) เราไม่มีเลย เรามีเหตุเดียวเมื่อปี ๒ ปีที่ แล้วมีแอร์โชว์ (Airshow) ที่หาดใหญ่ แล้วก็เครื่องบินเข้าใจว่าเป็นกริพเพน (Gripen) ก็บิน โดยนักบินของเราไปบินโชว์แล้วตกลงไปเสียชีวิต ๑ คนนั่นดีว่าไปตกตรงที่โล่ง ที่สนามบิน หาดใหญ่ โดยสรุปก็คือว่าไม่ได้มีปัญหาตรงนี้ เราดูแลตัวเองได้ดี
ดังนั้น ผมขอเรียนว่านี่คือข้อสรุปทั้งหมดของคณะกรรมาธิการ รายละเอียด อยู่ในเอกสารทั้งหมดแล้วโดยละเอียด แล้วก็อยากจะเรียนว่าเรามีภาคผนวกครบถ้วนในนี้ ข้อมูลทั้งหมดอยู่ในนี้แล้วโปรดพิจารณา แล้วก็นอกจากนั้นเรามีข้อเสนอแนะ ซึ่งเราได้ทํา เป็นพิเศษ คือเราจะชี้ไปยังกระทรวง ทบวง กรม กองต่าง ๆ เลย แล้วก็บอกไว้เลยว่า ให้ทําอะไร แล้วก็เรากําหนดเวลาไว้ด้วยว่าเรื่องนี้ควรจะดําเนินการใน ๑ ปี ๒ ปี ๓ ปี ๔ ปี แล้วแต่น้ําหนักของเรื่อง แล้วก็เผื่อว่าเราจะได้ส่งไปให้เขาดําเนินการ เพราะว่าเราพูดกันมา ยาวนานมากเรื่องนี้ และเป็นปัญหาใหญ่ แต่ว่าไม่เป็นผลในทางปฏิบัติ ก็นําเรียนที่ประชุม ผ่านท่านประธานไปยังที่ประชุมเพื่อรับทราบต่อรายงานนี้ และขอความกรุณาช่วยสนับสนุน ด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ